พีพีโมเดลคืบหน้า สิงห์เอสเตทปูพรมนโยบาย SD ทุกโครงการ

14 June 2018






นโยบายการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ยังเดินหน้าต่อ หลังจากปีที่แล้วได้สานต่อโครงการ “พีพี กำลังจะเปลี่ยนไป” ผ่านกิจกรรม “โตไวไว” โดยร่วมกับภาครัฐ นักวิชาการ และชุมชน ร่วมปลูกต้นพีพี ปลูกปะการัง และปล่อยปลาการ์ตูน คืนสู่ธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ปีนี้ พีพี โมเดล ยังคงร่วมมือกับ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฟื้นฟูทรัพยากร ธรรมชาติ

ปี 2561 ผลจากการปิดเกาะยูง ซึ่งจัดเป็นพื้นที่สงวนของหมู่เกาะพีพี พบว่าการฟื้นฟูปะการังสัมฤทธิ์ผล จากเดิมที่มีปะการังเหลือเพียง 5% ปัจจุบันจากการสำราจภาพถ่ายทางอากาศ พบว่ามีปะการังเพิ่มขึ้น 80% และปีนี้
จะมีการนำโดรนมาถ่ายภาพนิ่งแนวดิ่ง เพื่อคำนวณพื้นที่แนวปะการัง และจะนำโมเดลที่ทำกับเกาะยูง ไปทำกับเกาะมาหยา หลังการปิดเกาะ 4 เดือน และต่อไปจะมีการจำกัดจำนวนคนเข้าเที่ยวไม่เกิน 2,000 คนต่อวัน
“นริศ เชยกลิ่น” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บอกว่า อีกหนึ่งความคืบหน้าคือ การเปิดศูนย์เรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre : MDC) บริเวณโรงแรมพีพีไอส์แลนด์ วิลเลจ
บีช รีสอร์ท เกาะพีพี ซึ่งคนทั่วไปสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ศูนย์แห่งนี้จะช่วยผลักดันและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ SDGs : Sustainable Development Goals ข้อ 14 คือ การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลอย่างรู้คุณค่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติที่มีทั้งสิ้น 17 ข้อ

นโยบายด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม สิงห์เอสเตทจะนำไปทำกับทุกพื้นที่และทุกโครงการ ตามเป้าหมายที่ว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม จะต้องไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้องมีส่วนในการสร้างสังคมให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน (Sustainability Development Strategy) หรือ SD แม้จะทำให้ต้นทุนเพิ่ม 5-10% และประมาณปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า สิงห์เอสเตทจะออกแคมเปญคอร์ปอเรต รวมทั้งพูดถึงเรื่อง SD ด้วย

ส่วนการบริหารจัดการด้าน SD “นริศ” บอกว่า ได้กำหนดหลักจริยธรรม (Code of Conduct) ชัดเจนในการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น โครงการที่มัลดีฟ ซึ่งจะเสร็จ 2 เกาะแรกปลายปีนี้ จะมีโรงเผาขยะของตัวเอง มีการรีไซเคิลนํ้า 100% ส่วนเรื่องพลังงาน มีบางส่วนที่ใช้พลังงานทดแทน ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟ เช่น วอเตอร์วิลล่า หรือหอพัก หลังคาหอพักพนักงาน หรือที่พีพี



เนื่องจากการเติบโตของเรามาจากการเอ็มแอนด์เอ เราต้องปรับ อย่างที่พีพี กับโรงแรมพีพีไอส์แลนด์ฯ ก็มีการปรับเยอะมาก มีการบริหารจัดการเรื่องนํ้าใหม่ การจัดการขยะ การดูแลพนักงาน เรื่อง No Plastic ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทำกับทุกโรงแรมของสิงห์เอสเตท และยังดึงชุมชนเข้ามาร่วมสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย

ส่วนโครงการศูนย์เรียนรู้ทางทะเล จากจุดเริ่มต้นที่ โรงแรมพีพีไอส์แลนด์ฯ จะขยายไปที่ มัลดีฟ ซึ่งจะใหญ่กว่าและมีรายละเอียดมากกว่า และจะเสร็จประมาณปลายปีนี้ 2561 ส่วนที่สมุยเริ่มทำแล้ว แต่ยังไม่ตกผลึกซะทีเดียว

“นริศ” ยํ้าว่า สิงห์เอสเตทจะทำเรื่อง SD ให้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมีแผนขยายโรงแรม ซึ่งสิงห์เอสเตทจะสร้างเชนของตัวเองขึ้นเร็วๆ นี้ เรื่องของ SD ก็จะแทรกอยู่ในทุกส่วนของการดำเนินงาน และสิงห์เอสเตท จะเป็นองค์กรที่อยู่อย่างกลมกลืนกับชุมชน ไม่ทำให้ชุมชนเดือดร้อน และต้องสร้างความยั่งยืนให้สิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

หน้า 19 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3372 ระหว่างวันที่ 7 - 9 มิ.ย. 2561





พีพีโมเดล ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โรงแรมพีพีไอส์แลนด์ฯ