ถกรถไฟไทย-จีนคืบเร่งประมูล13 สัญญาส.ค.นี้

2 June 2018






“อาคม” เผยผลหารือร่วมรถไฟไทย – จีน ครั้งที่ 24 สั่งร.ฟ.ท.เดินหน้าปรับผลศึกษาออกแบบช่วงนครราชสีมา-หนองคายหลังสนข.ศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 53 คาดรีวิวแบบแล้วเสร็จภายในปีนี้ ล่าสุดช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาเตรียมเปิดประมูล 13 สัญญาส.ค.นี้ รวมค่ากว่า 1.7 แสนล้านบาท



นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 22 ร่วมกับนายนิ่ง จี๋เจ๋อ (Ning Jizhe) รองประธานกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ว่าในการประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ - นครราชสีมา ระยะทาง 252 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 1.79 แสนล้านบาท ซึ่งตอนที่ 1 ช่วงกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. การก่อสร้างของกรมทางหลวงผลเป็นที่น่าพอใจ โดยฝ่ายจีนจัดวิศวกรที่ปรึกษาควบคุมและตรวจสอบงานในพื้นที่ก่อสร้างตามมาตรฐาน



ทั้งนี้ ตามแผนงานซึ่งแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 14 ตอนนั้น ได้ย้ำให้ฝ่ายจีนเร่งแบบทั้งหมดในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ซึ่งหลังจากนั้นการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะถอดราคากลางและเปิดประมูลภายในเดือนสิงหาคมนี้และก่อสร้างได้ในเดือนพฤศจิกายน 2561 โดยในส่วนของตอนที่ 2 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กม.นั้น จะเป็นแบบรายละเอียดที่ให้จีนปรับแก้แล้ว

“ส่วนอีก 12 ตอน ที่เหลือ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ๆละ 6 ตอน โดยตอนที่ 3-8 จะเปิดประมูลในเดือนกันยายนนี้และก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2562 ส่วนตอนที่ 9-14 จะเปิดประมูลเดือนพฤศจิกายน 2561 และก่อสร้างเดือนเมษายน 2562”



นายอาคมกล่าวอีกว่า สำหรับแผนการก่อสร้างเฟส 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทางกว่า 300 กม. นั้น ในหลักการฝ่ายไทยจะออกแบบรายละเอียดเอง โดยฝ่ายจีนเป็นที่ปรึกษา เนื่องจากใช้เทคโนโลยีจีนและมีส่วนเชื่อมต่อกับสปป.ลาวไปยังจีน โดยตั้งเป้าจะศึกษาออกแบบให้เสร็จอย่างเร็วในปีนี้และจะเริ่มก่อสร้างในปี 2562 โดยจีนต้องการเร่งเฟส 2 ให้ทันกับเฟสแรกเพื่อเปิดเดินรถพร้อมกันตลอดสาย

นอกจากนี้ ได้หารือถึงเส้นทางช่วงเชื่อมต่อหนองคาย-เวียงจันทน์ โดยตกลงให้ฝ่ายจีนเป็นเจ้าภาพศึกษาออกแบบและประชุม 3ฝ่าย เพื่อกำหนดตำแหน่งสะพาน จุดตั้งสถานีฝั่งลาว ขณะที่ได้ข้อสรุปว่าสะพานแห่งใหม่จะมีทั้งระบบรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่รางขนาด1 เมตร ส่วนสะพานมิตรภาพเดิมจะยกเลิกการเดินรถไฟ1 เมตรให้เป็นสะพานให้บริการสำหรับรถยนต์เพียงอย่างเดียว เพื่อลดปัญหาจราจร



ทั้งนี้นายอาคม ยังกล่าวถึงสัญญาที่ 2.3 (งานระบบราง ระบบไฟฟ้า และเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร) มูลค่าประมาณ 5.4 หมื่นล้านบาทว่า การเจรจารายละเอียดยังไม่เรียบร้อย ซึ่งกระทรวงการคลังขอให้จีนส่งสัญญา อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการชำระ และเงื่อนไขแนบท้ายสัญญา ซึ่งยังมีประเด็นที่ต้องหาข้อยุติ เช่น กรณีผิดสัญญา จะฟ้องร้องกันได้หรือไม่ ซึ่งจีนยังไม่ตกลง ทั้งนี้กรณีสัญญากับรัฐ จะฟ้องร้องและยึดทรัพย์ในโครงการอื่นแทนไม่ได้ ตามกฎหมายไทย หากผิดสัญญากับรัฐ กรณีล่าช้าจากเหตุใดเหตุหนึ่ง เช่นภัยพิบัติ เหตุสุดวิสัย เป็นต้น จะใช้วิธีต่อขยายอายุสัญญา อย่างไรก็ตามเงื่อนไขในสัญญา 2.3 จะต้องสรุปภายในเดือนมิถุนายนนี้หากเจรจากับจีนไม่ได้ กระทรวงคลังจะพิจารณาแหล่งเงินอื่นต่อไป



“ดังนั้นโดยภาพรวมแล้วการก่อสร้างช่วง 3.5 กิโลเมตรที่กรมทางหลวงรับไปดำเนินการมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 10% จึงขอให้ร.ฟ.ท.เร่งว่าจ้างศึกษาออกแบบระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ต่อไปได้ทันที เนื่องจากจะต้องมีกระบวนการอีกหลายขั้นตอนกว่าจะแล้วเสร็จคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในปี 2562 เพื่อให้สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อเนื่องกันไปพร้อมกับการเปิดให้บริการเดินรถถึงหนองคายตามแผนที่กำหนดไว้

“ระยะทางช่วง 11 กิโลเมตร คาดว่าจะประกาศประกวดราคาได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ เริ่มต้นก่อสร้างเดือนพฤศจิกายน 2561 ส่วนกลุ่มที่เหลือคาดว่าจะประกาศประกวดราคาได้ในเดือนกันยายน 2561 และเริ่มก่อสร้างเดือนมีนาคม 2562 และเมษายนต่อเนื่องกันไป”



ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กล่าวว่าการหารือความร่วมมือรถไฟไทย-จีนครั้งที่ 24 นี้นอกจากจะหารือที่เกี่ยวข้องกับเฟสแรกช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาแล้ว ยังจะมีการหารือในเฟสที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคายที่ควรจะเริ่มดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับเฟสแรกที่มีความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง

“ฝ่ายไทยออกแบบเองโดยร.ฟ.ท.ว่าจ้างที่ปรึกษาไปดำเนินการ และมีฝ่ายจีนร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบผลการศึกษาดังกล่าวนี้ซึ่งขณะนี้สภาวิศวกรมีความเคลื่อนไหวเรื่องนี้แล้ว โดยโครงการช่วงนี้สนข.ได้ออกแบบเบื้องต้นไว้แล้วตั้งแต่ปี 2553 จึงสามารถปรับปรุงแบบนั้นใหม่ต่อไปได้ทันที ส่วนบทบาทสนข.ต่อไปจะดูในเรื่องความเป็นไปได้ของโครงการ โดยฝ่ายจีนจะรับไปทบทวนโครงการทั้งนี้จะมีการรายงานผลการประชุมครั้ง 24 ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อทราบความคืบหน้าซึ่งการลงทุนระยะที่ 2 และการออกแบบจะต้องปรับราคาลดลงกว่าระยะแรกเนื่องจากฝ่ายไทยดำเนินการเองทั้งหมด”



ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของกระทรวงคมนาคมรายหนึ่งกล่าวว่า สำหรับสัญญา 2.3 งานระบบวางรางและอาณัติสัญญาณ มูลค่า 5.4 หมื่นล้านบาท ล่าสุดฝ่ายจีนส่งแบบให้ฝ่ายไทยแล้วโดยสรุปว่าโครงการระยะแรกช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาแบ่งออกเป็นจำนวน 13 สัญญาที่พร้อมจะเปิดประมูลให้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาได้ในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป รวมมูลค่าประมาณ 1.7 แสนล้านบาท

สำหรับระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคายมีระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตรคาดว่าจะใช้กรอบวงเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาทนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพื้นราบ แตกต่างจากระยะแรกที่เป็นภูเขาดังนั้นราคาต่อกิโลเมตรจึงสูงกว่า เบื้องต้นนั้นยังมีลุ้นโมเดลองค์กรที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมจะนำเข้าไปบริหารจัดการโครงการแทนร.ฟ.ท. หรือแอร์พอร์ตลิ้งค์ และคงต้องจับตาว่าฝ่ายจีนจะยังให้การสนับสนุนการศึกษาออกแบบระยะที่ 2 ต่อไปหรือไม่ซึ่งร.ฟ.ท.ยังไม่ได้ดำเนินการ แต่น่าจะง่ายกว่าระยะแรกเนื่องจากมีประสบการณ์ร่วมกับฝ่ายจีนมามากแล้ว



“ผลการศึกษาระยะที่ 2 สนข.เริ่มศึกษาไว้นานแล้วร.ฟ.ท.คงใช้งบประมาณอีกราว 10 ล้านบาทไปรีวิวผลการศึกษา จึงประหยัดได้อย่างมากเพราะฝ่ายไทยดำเนินการเอง แต่ใช้มาตรฐานจีนโดยต้องขอให้ฝ่ายจีนประมาณราคากลาง คาดว่า 1-2 เดือนนี้จะชัดเจน ดังนั้นเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายเมื่อครั้งที่มีการประกาศใช้ม.44 ให้ฝ่ายจีนดำเนินการก็คงจะหมดไป รับเหมาก็มีลุ้นได้รับงาน บริษัทที่ปรึกษาต่างๆก็มีโอกาสรับงานมากขึ้น เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากฝ่ายจีนมาแล้วนั่นเอง”

ด้านนายพิเชฐ นิ่มพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น(ไทย)จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หวังว่าเป็นโอกาสของผู้รับเหมาไทยที่จะได้เข้าไปรับงานโครงสร้างงานทางในช่วงปลายปีนี้อีกหนึ่งเมกะโปรเจ็กต์ที่หลายบริษัทเฝ้ารอมานาน แต่ก็ยังเป็นห่วงว่าจะรัฐบาลเอาเงินทุนจากไหนได้ดำเนินการ การเวนคืนสำเร็จจริงหรือไม่ เพราะไม่อยากเห็นความล่าช้าเช่นโครงการมอเตอร์เวย์ช่วงบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ยังเข้าพื้นที่ไม่ได้จนถึงปัจจุบันนี้



จีน รถไฟ กระทรวงคมนาคม นครราชสีมา