'ประยุทธ์' ระบุ "น้ำมันแพง บังคับไม่ได้" ชี้! แม้ 'จีดีพี' ดีขึ้น แต่รัฐต้องทำงานต่อ

23 May 2018






'ประยุทธ์' ระบุ "น้ำมันแพง บังคับไม่ได้" ชี้! แม้ 'จีดีพี' ดีขึ้น แต่รัฐต้องทำงานต่อ ย้ำ! ทุกฝ่ายต้องเคารพ ก.ม. เพราะกำลังจะเลือกตั้ง

ช่วงเช้าวันนี้ (23 พ.ค. 2561) ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ปี พ.ศ.2561 โดย พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาพร้อมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ โดยมีประชาชนร่วมงานกว่า 3,000 คน โดยนายกฯ เป็นสักขีพยานมอบหนังสืออนุญาตแสดงป่าชุมชน พร้อมมอบพันธุ์กล้าไม้ยางนาแก่ผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด ได้แก่ จ.ราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม เพชรบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร เเละนำกล้าไม้พันธุ์ดีกว่า 54.8 ล้านกล้า มาแจกจ่ายให้กับประชาชนนำกลับไปปลูกที่บ้าน

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนนั่งเฮลิคอปเตอร์มาที่นี่ รู้สึกมึนงงนิด ๆ เพราะปกติตนสดชื่น แต่เมื่อนั่งวิเคราะห์แล้ว เป็นเพราะอากาศเสีย เพราะอยู่กรุงเทพฯ มีแต่อากาศเสีย เคยชินแต่ของเสีย แต่จากที่มองลงมาต้นไม้เยอะ อยากให้กรุงเทพฯ และทุกเมืองเป็นแบบนี้ เพลงต้นไม้ของพ่อที่เปิด การปลูกต้นไม้ของของในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงทำมาตลอดในการครองราชย์ 70 ปี ต้นไม้ที่ท่านทรงปลูกไว้วันนี้สูงใหญ่ ตนจะมาดูต้นประดู่ที่พระองค์ทรงปลูกไว้ จ.ราชบุรี มีหลายอำเภอมีความเข้มแข็งด้านการผลิต การเกษตร ปศุสัตว์

นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พี่น้องเข้าใจว่า คำว่า เท่าเทียม คือ เท่าเทียมในเรื่องของโอกาส เราจำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเข้มแข็งให้ได้ จึงจะเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาหาประโยชน์ในทางที่ถูกกฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่มีผู้มีอิทธิพล รังแกผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลต้องดูแลไม่ว่ายากดีมีจน ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน มีการจัดเก็บระบบภาษีในการพัฒนาประเทศ เพื่อดูผู้มีรายได้น้อยตามความจำเป็น หลายท่านอาจไม่มีใครมาพูดตรงนี้ แต่ตนจะพูดให้ฟังว่าประเทศของเราจำเป็นต้องมีการพัฒนาเร่งด่วน ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รัฐบาลพูดอะไรมาขอให้ฟังนิด และใช้สติปัญญาไตร่ตรองหาหลักการและเหตุผลว่าใช่หรือไม่ เราคิดถึงตัวเอง คิดถึงครอบครัวเป็นธรรมดา แต่ต้องคิดถึงคนอื่นด้วย เพราะประเทศไทยมี 77 จังหวัด เราต้องรักสามัคคีกันมากขึ้น เพราะความรักความสามัคคีเป็นบ่อเกิดความสำเร็จ โดยมีวิสัยทัศน์มองร่วมกัน คือ ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มองไปข้างหน้าในระยะ 5 ปี 10 ปี 20 ปี ไม่ล้มสลายย่อยยับลงไปเกิดเสียหาย วันนี้ได้กำหนดวิสัยทัศน์ประเทศ ทำยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องบริหารตามหลักการนี้ มีหลายอย่างที่ควบคุมอยู่ ทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ขอให้เข้าใจว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ใช้หลักการหรือข้อกฎหมาย ทุกอย่างจะเกิดปัญหา หลายอย่างเป็นภาระรัฐบาล ซึ่งเราไม่โทษใคร วันนี้เราต้องทำใหม่หลายอย่างจะค่อยดีขึ้นตามลำดับ แม้ตัวเลขจีดีพีโตสูงขึ้น คือ ร้อยละ 4.8 แต่ไม่ใช่รัฐบาลจะยินดีแล้วไม่ทำอะไรเลย เพราะตัวเลขพร้อมที่จะขึ้นและลงได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับการค้าที่เรามีกับโลกภายนอก เพราะเราไม่ได้ผลิตขายในประเทศอย่างเดียว ส่วนใหญ่เราขายนอกประเทศ รายได้มาจากการส่งออก เราต้องปรับรูปแบบการส่งออก และหวังรายได้อื่น ๆ เสริมด้วย มากกว่าหวังส่งออกอย่างเดียว เพราะตลาดภายนอกเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้พืชผลการเกษตรลดน้อยลงที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ผูกพันมาถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เป็นกลไกที่เราบังคับไม่ได้ ขอให้เข้าใจไม่ว่ารัฐบาลใดจะใช้กลไกบังคับมากไม่ได้ เพราะเรามีกติกา ตราบใดที่เรายังต้องส่งออกต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ บนกฎกติกาการค้าโลก และต้องพัฒนาและควบคุมคุณภาพการผลิต เพราะหลายประเทศมีการต่อรอง ขณะที่ ที่มีการเปิดช่องทางมากขึ้นผ่านการค้าออนไลน์ แต่ไม่ใช่เรื่องของการผูกขาด แม้แต่ราคาน้ำมันหลายประเทศที่มีราคาต่ำ เพราะเขามีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เราต้องเข้าใจกลไกเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นบิดเบือนกันไปเรื่อยกลายเป็นปัญหา




พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราจะปลูกต้นไม้กัน 5 ล้านต้น 2 หมื่นกว่าไร่ตรงนี้ ห้ามตาย ซึ่งบางคนมาบอกว่า มีอำนาจเยอะแยะอย่างนั้น ทำไมไม่ใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งต้นไม้ไม่ให้ตาย พอจะเอาอะไรก็จะให้ใช้มาตรา 44 แต่ถ้าไม่เอาก็ไม่ให้ใช้มาตรา 44 มันเป็นแบบนี้ ซึ่งต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า อะไรที่ต้องแก้ไขจะทำให้

"แต่จะฝืนกฎหมายทุกอย่างจนทุกอย่างมันไม่ได้ รัฐบาลไม่ต้องการทำแบบนั้น เพราะวันหน้าเราต้องอยู่กันแบบประชาธิปไตย วันนี้ประชาธิปไตยกำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ขอบอกพี่น้องว่า การประท้วงอะไรต่าง ๆ มีผลกระทบทั้งสิ้น รายได้ของเราได้จากการท่องเที่ยว ถ้าประเทศของเรามีการชุมนุมมีการขัดแย้ง มีความวุ่นวาย การท่องเที่ยววันนี้ล้มทันที เมื่อไหร่ก็ตามที่บ้านเมืองไม่สงบ มีการประท้วงเช่นเดิมขึ้นมาอีก มีการย้ายคนก็จะเกิดปัญหาเรื่องการท่องเที่ยว ปัญหาความเชื่อมั่นในการลงทุน เพราะวันนี้การลงทุนมีมูลค่าหลายแสนล้านบาทที่เขาจะลงทุนที่ไทยในระยะเวลา 3 ปี เราจะต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาตรงนี้โดยเด็ดขาด" นายกฯ กล่าว




พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้อากาศดี เริ่มดีขึ้นแล้ว อ๊อกซิเจนเร่ิมเข้ามาแล้ว เมื่อวานอ็อกซิเจนน้อยหน่อย เพราะมีชุมนุมกันอยู่ คนเยอะ อากาศเป็นพิษ แต่ทุกอย่างเรียบร้อยเพราะพวกเรา สำคัญที่ไม่ลุกลามบานปลาย เพราะประชาชน ที่ต้องเข้าใจว่าเกิดอะไร และวันนี้รัฐบาลประกาศอะไรไปบ้างแล้ว ทำอะไรไปบ้างแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์หรอก ต่างประเทศก็ประท้วงแบบนี้แหละ แต่พวกเขาขออนุญาตและอยู่ที่เดียวไม่ไปไหน จะประท้วงกี่วันกี่เดือนกี่ปีก็อยู่ตรงนั้น เดี๋ยวรัฐบาลก็ต้องแก้ วันนี้ไม่ต้องประท้วง ตนก็แก้อยู่แล้วที่ร้องมาทั้งหมด รัฐบาลแก้ทุกอย่าง อันนี้แก้ได้ไม่ได้ก็ทยอยแก้กันไป รัฐบาลต้องใส่ใจในทุกเรื่อง ต้องมีการลงโทษใครที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดความเสียหายในเรื่องต่าง ๆ

"ผม รัฐบาล และคสช. ไม่ใช่ศัตรูของใคร แต่ใครจะเป็นศัตรูของผม ตรงนี้ผมไม่รับทราบ แต่เป็นศัตรูกับกฎหมายไม่ได้ ก็อย่าทำกัน ขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจที่แก้สถานการณ์ได้อย่างสันติ ไม่ไปตี ไม่ยิงกัน ไม่อยากให้มีเหตุการณ์บานปลาย วันนี้ต่างประเทศก็ดูอยู่ ฉะนั้น เราต้องสร้างบ้านเมืองให้ปลอดภัยเข้มแข็ง หากเราไปมองประเทศอื่นที่เจริญแล้วและอยากได้แบบพวกเขา แต่เราไม่แก้ตัวเราเองมันไปไม่ได้ กว่าที่พวกเขาจะไปแบบนั้นได้ตีย่ิงกว่าเราอีก พวกเขารบกันทั้งเมืองย่ิงกว่าเราอีก พวกเขาถึงพัฒนาไม่ให้เกิดขึ้นแบบเดิมอีก โดยเฉพาะประเทศตะวันตก ตะวันออกบางประเทศที่มีการสู้รบก็เร่ิมจากความขัดแย้งภายใน ท้ายสุดก็บานปลาย มีการเจ็บ แบ่งข้าง ตายเป็นล้าน ๆ คน พวกเขาถึงต้องทำให้ไม่มีการประท้วงเคลื่อนย้ายไปเรื่อย ๆ เขาถึงเคารพกฎหมาย เพราะกลัวจะเกิดขึ้นอีก แต่พวกเรายังไม่เจอขนาดนั้นเลยยังไม่รู้ว่าจะร้ายแรงขนาดไหน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาเพื่อยุติสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตย สู่การมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล" นายกฯ กล่าว

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพูดเพราะ ๆ ไม่ค่อยเป็น แต่ใจตนนึกถึงทุกศาสนาในประเทศไทย ที่ทั้ง 5 ศาสนาอยู่ด้วยกันอย่างสันติมาโดยตลอด ภายใต้พระบารมีของพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งวันนี้ถึงรัชกาลที่ 10 แล้ว รัชกาลนี้ต้องเป็นรัชกาลที่บ้านเมืองสงบปลอดภัย และมีความเป็นอยู่มีชีวิตที่ดีขึ้นเป็นส่ิงที่รัฐบาลได้น้อมนำพระราโชบายของพระองค์ท่านมาปฏิบัติทุกเรื่อง ทั้งนี้ พระองค์ทรงคาดหวังว่าประเทศของเราจะต้องดีขึ้น สงบยิ่งขึ้นอย่างสันติ มีการพัฒนา มีการปฏิรูป มีการทำทุกอย่างเพื่อความมั้นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องประชารัฐในพื้นที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องคุยกันหาข้อสรุปให้ได้ ไม่ใช่ประชุมกันพอทำประชาพิจารณ์แล้วขัดแย้งจนทำอะไรไม่ได้ ดังนั้น การทำประชาพิจารณ์ต้องไปดูใหม่ ทำให้ครบทุกพวกทุกฝ่าย ไม่ใช่มาทำประชาพิจารณ์เอาแต่พวกเห็นด้วยมาทำ ต้องหาข้อสรุปให้ได้ระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ไม่อย่างนั้นรัฐบาลจะเกิดงบค้างท่อทำอะไรไม่ได้ ฝากทุกคนด้วยไม่อย่างนั้นการพัฒนาจะไม่เกิดขึ้น และถ้ามีอะไรไม่ถูกต้องก็ร้องเรียนขึ้นมา ส่วนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ได้ชี้แจงไปแล้วเดือน มิ.ย. งบประมาณจะเร่ิมลงมา โดยกระทรวงต่าง ๆ เร่ิมลงมือปฏิบัติในพื้นที่โครงการต่าง ๆ หน่วยงานละ 2-3 หมื่นล้านบาท โดยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้เตรียมการเรื่องกฎหมาย การอนุมัติงบประมาณ ถือเป็นการทำงานแบบไทยนิยมที่ต้องลงถึงทุกหมู่บ้าน ไปสู่การเลือกตั้งข้างหน้าที่จะทำอย่างไรให้รัฐบาลดูแลทุกพื้นที่อย่างนี้ทัดเทียม

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)



นายกฯ กล่าวว่า วันนี้มาทำความเข้าใจ ไม่ได้มาพูดให้รักตน หรือต้องการให้ท่านมาเกลียดตน แต่พวกท่านอย่าเกลียดประเทศของท่านเอง อย่าเกลียดจังหวัด อย่าเกลียดผู้ว่าฯ ตำรวจ เพราะเราคือคนไทยทั้งสิ้น ช่วยกันทำความดีทุกโอกาสเพื่อชาติ

"ทุกคนตอนนี้ใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบร้อนอะไรทั้งสิ้น ผมก็เป็นไปตามโรดแม็พ ขี้เกียจพูดแล้ว มีใครจะถามอะไรอีกไหม วันนี้ศาสนาสำคัญที่สุดทำให้ประเทศชาติปลอดภัย สร้างความสงบเรียบร้อย" นายกฯ กล่าวและว่า ขอบคุณทุกคนที่เตรียมงานวันนี้ จริง ๆ แล้วตนไม่ใช่เจ้าพิธีการมากนัก สำคัญที่สุดอยากมาเจอประชาชนเห็นรอยยิ้ม ซึ่งบางคนก็ไม่ยิ้ม แต่ตนเป็นคนตลกอยู่แล้ว ตลกก็มี โมโหก็ง่าย เพราะทำงานถึงเป็นอย่างนี้ ถ้าจะเอาอารมณ์ดี ๆ เฉย ๆ ก็ไปรอรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ยิ้มอย่างเดียว ต้องเอาจริงเอาจังแบบนี้ ข้าราชการทุกคนต้องปรับตัว ตนยืนยันข้าราชการตอนนี้เกียร์ว่างไม่ได้ ขอรอยยิ้มหวาน ๆ จากคนไทยถึงข้างในจะร้อนระอุอย่างไรแล้วก็ต้องยิ้มสู้ ตามเพลงที่รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ให้ไปเปิดฟังดู


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
น้ำมันแพงตอนนี้ ... 'สมคิด' วอน ปชช. "รัฐดูแลอยู่ ปชช. อย่ากังวล"
ประยุทธ์แจงรัฐบาลไม่ได้ทำน้ำมันแพง




จีดีพี GDP ราคาน้ำมัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฐานเศรษฐกิจ น้ำมัน Thansettakij น้ำมันแพง