ก.พาณิชย์เดินหน้าE-CommerceBig Bangดันวิถีค้าไทยสู่ออนไลน์ส่งสินค้าป้อนตลาดโลก

31 May 2018






กระแสการซื้อขายบนโลกออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ (E-Commerce) กำลังเป็นที่นิยม และเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ดังนั้น สิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอียุคใหม่ก็คือการปรับตัวเพื่อเข้าสู่เส้นทางของกระแสดังกล่าวนี้ อย่างไรก็ดี ลำพังเอสเอ็มอีเองก็คงจะสามารถผลักดันตัวเองให้ก้าวเข้ามาอยู่ในเส้นทางได้ จะต้องมีแรงผลักดัน  และสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์กำลังเดินหน้ายุทธศาสตร์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  ด้วยการเชื่อมโยงผนึกกำลังพันธมิตรทั้งองค์กรภาครัฐและหน่วยงานของภาคเอกชน เพื่อเป็นบันไดให้กับเอสเอ็มอีที่พร้อมจะก้าวเดินขึ้นมาสู่โลกแห่งอี-คอมเมิร์ซได้ยกระดับธุรกิจของตนเองผ่านทางการจัดงาน “E-Commerce Big Bang : วิถีการค้าไทย...สู่วิถีออนไลน์”
พร้อมกันนี้จะมีการจัดงานสัมนาใหญ่ครั้งใหญ่ E-Commerce Big Bang มิติใหม่Thaitrade.com for All เปลี่ยนธุรกิจไทยสู่โลกออนไลน์ ในวันที่ 7มิ.ย.นี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้กับเอสเอ็มอีในการก้าวสู่โลกออนไลน์โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรให้ความรู้กับเอสเอ็มอีที่สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย



ส่งสัญญาณสู่อี-คอมเมิร์ซ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงต้องการส่ง สัญญาณเรื่องวิถีในการทำธุรกิจในรูปแบบของอี-คอมเมิร์ซ โดยร่วมมือกับหน่วยงาน  และพันธมิตรที่มีความเกี่ยวข้อง  ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทางการตลาดออนไลน์ หรืออี-มาร์เก็ตเพลส (E-Marketplace) ที่เป็นภาคเอกชน สถาบันการเงิน  ระบบการชำระเงินออนไลน์ (E-Payment) และบริการขนส่งออนไลน์ (E-Logistic) เพื่อเป็นช่องทางให้กับเอสเอ็มอีซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจจากฐานรากได้เข้ามาใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ ต้องเรียนว่าเอสเอ็มอีนั้น หากไม่มีระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนจะมีโอกาสน้อยกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ เพราะปัญหาของเอสเอ็มอีคือการเข้าสู่ตลาดด้วยตนเองที่ค่อนข้างยากลำบาก โดยการจะขายผลิตภัณฑ์ให้ได้ 1 ชิ้นยังยาก ซึ่งการที่จะเข้าไปขายในห้างที่มีขนาดใหญ่ก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแรกเข้า แม้ว่าผลิตภัณฑ์จะได้รับการพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมที่จะนำมาวางจำหน่าย หรือแม้กระทั่งการมีโอกาสได้นำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายบนเอาต์เลตก็ไม่ได้หมายความว่าดีที่สุดเสมอไป เพราะกำลังการผลิตอาจจะไม่เพียงพอ ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ทัน

อย่างไรก็ดี ด้วยระบบการทำธุรกิจแบบอี-คอมเมิร์ซจะเป็นตัวจุดประกายความหวังให้กับเอสเอ็มอี และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกการค้า โดยกระทรวงตั้งใจที่จะบูรณาการทุกฝ่ายเข้ามาหากัน เพื่อใช้พลังแห่งการบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเอสเอ็มอี ซึ่งกระทรวงมีความพยายามมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการพัฒนาคน การสร้างนักรบออนไลน์มากว่า 10 ปี โดยที่ปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้ได้ถูกสะสมจนกระทั่งทำให้กระทรวงฯ มีระบบที่พร้อมเพื่อนำพาเอสเอ็มอีให้ยกระดับสู่ตลาดการแข่งขันที่ใหญ่ขึ้น
เปิดตัวเว็บไซต์ของดีทั่วไทย



นอกจากนี้ กระทรวงยังได้ดำเนินการเปิดเว็บไซต์ของดีทั่วไทย (www.kongdeetourthai.com) ซึ่งจะเป็นการคัดเลือกของดีและของเด่นจากทั่วประเทศมานำเสนอสู่ผู้บริโภคโดยตรงในรูปแบบ e-Directory โดยเบื้องต้นจะมี 100 ร้านค้า เนื่องจากเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ อีกทั้งร้านค้าทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือก ทางกระทรวงจะช่วยต่อยอดและเสริมทักษะด้านต่างๆให้เข้มแข็งมากขึ้น เช่น การพัฒนาช่องทางการตลาดให้หลากหลาย, การ พัฒนาภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ (Branding)  และการวางตำแหน่งสินค้า (Positioning) เป็นต้น

“การจัดงาน E-Commerce Big Bang : วิถีการค้าไทย...สู่วิถีออนไลน์ ถือเป็นก้าวย่างแรกที่สำคัญ ที่เป็นการรวมพลคนอี-คอมเมิร์ซที่มาร่วมกันทำข้อตกลงเรื่องการเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาสินค้าชุมชนออฟไลน์ทูออนไลน์ (Offline 2 Online) เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อไปอีกว่า การดำเนินการทั้งหมดในครั้งนี้จะเชื่อมโยงไปสู่การเปิดตัวเว็บไซต์ไทยเทรด (www.Thaitrade.com) ซึ่งจะเป็นตลาดการค้าระดับโลกที่จะเชื่อมโยงเอสเอ็มอีไปสู่ลูกค้าจากต่างประเทศ โดยจะมีการนำผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์ของดีทั่วไทยเข้ามาอยู่ในระบบด้วยในอนาคตข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันมูลค่าทางการค้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยมีอยู่ 2.88 ล้านล้านบาท และมีผู้ประกอบการ 7 แสนราย โดยคาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าอี-คอมเมิร์ซจะสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าให้ไทยได้ 3 ล้านล้านบาท และมีผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้านราย



สร้างสภาพแวดล้อมของธุรกิจ
นางกุลณี  อิศดิศัย  อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นความเข้มแข็ง การพัฒนา และส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยประกอบไปด้วย E-Market Place, E-Payment และ E-Logistic ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบธุรกิจไทยดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การค้าหรือการทำธุรกิจยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเพียงในประเทศไทยแต่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยจะเห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกามีการพัฒนา และลงทุนมากที่สุดในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา ตลอดจนการทำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้กับการทำธุรกิจ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการนำฟินเทค  และอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งมีมูลค่าในการซื้อขายแลกเปลี่ยนในระบบเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล  มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามหัวใจสำคัญของการทำ AI หรืออี-คอมเมิร์ซ คือเรื่องของความไว้วางใจ  จากเดิมที่การทำธุรกิจในอดีตเกิดขึ้นจากผู้ผลิตกับผู้ขายและผู้บริโภค ทุกคนได้เผชิญหน้าซึ่งกันและกัน  หรือรู้จักกันไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์มีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน  แต่ด้วยระบบอี-คอมเมิร์ซเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะเป็นจากเทคโนโลยี หรือในกันละกัน ผู้ซื้อได้สินค้าและผู้ขายได้รับเงิน โดยที่ความไว้วางใจเกิดขึ้นจากการชำระเงินและการขนส่ง  แต่ที่เป็นหัวใจสำคัญคือเรื่องของคุณภาพ



 


กระทรวงพาณิชย์ อี-คอมเมิร์ซ เอสเอ็มอี ซื้อขายบนโลกออนไลน์