มาเลเซียล้างบางทุจริต ตั้งรมต.เรียกความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

21 May 2018






 

ไม่ต้องเผื่อเวลาสำหรับการฮันนีมูน ไม่ต้องพูดพรํ่าทำเพลงให้มากความ หลังประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ตามด้วยการเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งกลันตัน ยังดีเปอร์ตวนอากงแห่งมาเลเซียพระองค์ปัจจุบันในวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาและสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของมาเลเซีย ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด เจ้าของฉายาที่สื่อเรียกขานว่า “ดร.เอ็ม” และบางฉบับเรียก “ตุนเอ็ม” ตามภาษาท้องถิ่น ที่กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมเป็นครั้งที่ 2 ในวัย 92 ปี (ครั้งแรกรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2524-2546) ก็เดินหน้าทำงานในทันที
รื้อฟื้นกรณีทุจริต 1MDB
โดยภารกิจแรกหลายฝ่ายมองว่าเป็นการ “มัดตราสังข์” คู่อริทางการเมือง นั่นก็คือการออกคำสั่งห้ามการเดินทางออกนอกประเทศของนายนาจิบราซัก อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมประกาศแผนจะรื้อฟื้นการไต่สวนกรณีทุจริตเงินกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติที่มีชื่อเรียกว่า วันเอ็มดีบี (1MDB) ที่นายนาจิบมีชื่อพัวพัน แต่คดีไม่เดินหน้าไปไหนในระหว่างที่เขายังมีอำนาจอยู่  มหาธีร์บอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การไล่เก็บหรือแก้แค้นฝ่ายตรงข้าม หากแต่เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องลงมือทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ หรือพูดง่ายๆก็คือ เป็นการกำราบผู้ที่ใช้อำนาจกระทำทุจริตโกงกินบ้านเมือง เรื่องนี้ยังนำไปสู่การที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่หมาดประกาศจะพิจารณารื้อฟื้นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่รัฐบาลชุดเก่าในสมัยของนายนาจิบได้ทำไว้กับประเทศจีน  หากโครงการใดดูแล้วเข้าข่ายว่ามาเลเซียจะเสียประโยชน์มากกว่าได้ ก็อาจจะต้องมีการระงับโครงการหรือขอรื้อเจรจากันใหม่

เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

แม้จะดูเป็นมาตรการกวาดล้างทำความสะอาดบ้านซึ่งน่าจะเป็นผลดี แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันเสมือนเป็นการเลี้ยวยูเทิร์นจากสิ่งที่รัฐบาลชุดเก่าภายใต้การบริหารงานของกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติ บาริซัน เนชั่นแนล หรือ บีเอ็น (ที่มีนายนาจิบ ราซักหัวหน้าพรรคอัมโน เป็นประธานกลุ่ม แต่มีอันหมดอำนาจไปแล้วในเวลานี้) กลับสร้าง “ความไม่แน่นอน” ให้เกิดขึ้นแทนที่ สะท้อนชัดจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียที่ร่วงลงกว่า 2% หลังเปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 พ.ค.) มหาธีร์ตระหนักดีถึงภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงที่มีความอ่อนไหว จึงได้ประกาศว่า คณะรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังถูกจัดตั้งอยู่ในเวลานี้ จะเป็นรัฐบาลที่เป็นมิตรกับนักธุรกิจและเขาจะหาแนวทางมากระตุ้นตลาดหลักทรัพย์อย่างแน่นอน
หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนคือการยกเลิกภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าและบริการ (GST) ที่ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น และสนับสนุนมาตรการอุดหนุนราคานํ้ามัน ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น หุ้นบริษัทเนสท์เล่ (มาเลเซีย) ขยับราคาสูงขึ้น ขณะที่หุ้นบริษัทก่อสร้าง เช่นบริษัท กามูด้า ที่เป็นบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ราคาหุ้นร่วงลง 19% เนื่องจากเกี่ยวพันหลายโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่เข้าข่ายว่าอาจถูกรัฐบาลใหม่รื้อการเจรจา เช่นเดียวกับหุ้นของบางบริษัทที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มอำนาจรัฐบาลเก่า ก็ปรับตัวร่วงลงตามๆ กัน

ส่วนเมกะโปรเจ็กต์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการผลัดเปลี่ยนรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลใหม่อาจนำมาพิจารณาทบทวนอีกครั้ง ได้แก่ โครงการลงทุนร่วมมาเลเซีย-จีน หลายโครงการ มีมูลค่ารวมกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาทิ โครงการก่อสร้างทางรถไฟอีสต์ โคสต์ เรลลิงค์ ที่มหาธีร์กล่าวไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงแล้วว่า ถ้าชนะเลือกตั้งไปเป็นรัฐบาล เขาจะยุติโครงการนี้ โดยให้เหตุผลว่า เขาไม่ได้ต่อต้านจีน แต่เห็นว่าโครงการเหล่านี้ทำให้มาเลเซียต้องกู้เงินจากจีนมากเกินไป

ตั้งรมต.ประสานรอยร้าว

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (12 พ.ค.) ได้มีการประกาศเปิดตัวรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ หนึ่งในนั้นคือนายลิม กวน เอ็ง ส.ส.เชื้อสายจีนจากรัฐปีนัง เป็น “รัฐมนตรีคลัง” คนใหม่ เขาคนนี้เป็นถึงลูกอดีตผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญ (นาย ลิม กิต เสียง) และตัวเขาเองก็เป็นนักการธนาคารที่เคยก้าวขึ้นถึงตำแหน่งมุขมนตรีรัฐปีนัง แต่ประวัติด้านมืดก็คือ เขาเคยถูกสั่งจำคุก 2 ปีโดยดร.มหาธีร์สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรอบแรก

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งนายลิมขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญทางเศรษฐกิจครั้งนี้บ่งบอกอะไรหลายอย่าง นักวิเคราะห์เชื่อว่า นี่คือการส่งสัญญาณของดร.มหาธีร์ บอกต่อชาวมาเลเซียทุกเชื้อชาติว่าเขาพร้อมที่จะทำงานกับคนมาเลย์ทุกๆเชื้อชาติ ยุคใหม่ภายใต้การบริหารงานของเขาจึงน่าจะเป็นยุคสลายความเหลื่อมลํ้าและแตกแยกระหว่างเชื้อชาติของชาวมาเลเซีย
นอกจากนี้ ยังส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมก้าวสู่ยุคแห่งการให้อภัยและกลับมาจับมือประสานรอยร้าวกับอดีตปฏิปักษ์ เพราะนอกจากนายลิม กวน เอ็ง ที่ได้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีคลังแล้ว ดร.มหาธีร์ ยังแต่งตั้งนางวัน อาซิซาห์ วัน อิสมาอิล ภรรยาของนายอันวาร์ อิบราฮิม แกนนำคนสำคัญของแนวร่วมฝ่ายค้านซึ่งตอนนี้พลิกมาเป็นฝ่ายรัฐบาล ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศมาเลเซีย

การแต่งตั้งดังกล่าวเหมือนเป็นการจ่ายมัดจำให้นายอันวาร์ อิบราฮิม อริเก่าที่กลับมาจับมือเป็นพันธมิตรกันอีกครั้งเพื่อชัยชนะในศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา อันวาร์ถูกตัดสินจำคุกในข้อหาทุจริตและรักร่วมเพศ ถูกจองจำในสมัยที่ดร.มหาธีร์ยังเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก อย่างไรก็ตาม หลังการกลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง ดร.มหาธีร์ได้ขอพระราชทานอภัยโทษให้อันวาร์ตามคำสัญญา เพื่อที่อันวาร์จะได้กลับมารับตำแหน่งทางการเมืองได้อีกครั้งหลังพ้นโทษในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

เชกชั่นเศรษฐกิจต่างประเทศ | หน้า 10 หนังสือพิมพฐานเศราฐกิจ | ฉบับ 3366 ระหว่างวันที่ 17-19 พ.ค.2561|


มาเลเซีย Thansettakij มหาธีร์ โมฮัมหมัด