'องอาจ' วิพากษ์ "4 ปี คสช." ละเลยสอบทุจริตคนใกล้ชิด แนะวางรากฐานปฏิรูปการศึกษา

18 May 2018







องอาจ




… นับจาก 22 พ.ค. 2557 วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจาก "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" จนถึงวันที่ 22 พ.ค. นี้ จะครบรอบ "4 ปีของรัฐบาล คสช." มีปรากฏการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย มีเสียงสะท้อนจาก นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างน่าสนใจ


สอบผ่านรักษาความมั่นคง
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า ตอนที่ คสช. เข้ามา มีความตั้ใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ มีความตั้งใจที่อยากจะเข้ามาแก้ไขปัญหา หลังจากทำงานมา 4 ปี ผมคิดว่า ข้อสรุปจากการทำงานของ คสช. งานที่เราค่อนข้างสัมผัสได้ชัดเจนเป็นเรื่องของงานด้านความมั่นคง เรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย เรื่องการทำให้เกิดความสงบขึ้นในบ้านเมืองของเรา ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ท่านเคยพูดไว้หลังปฏิวัติรัฐประหารใหม่ ๆ 2-3 เรื่อง ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)



เรื่องแรก : ประเด็นการปฏิรูป ยังเป็นงานที่เราไม่สามารถสัมผัสได้ชัดเจนว่า คสช. สามารถปฏิรูปอะไรเห็นผลชัดเจน อาทิ ปฏิรูปตำรวจ เป็นเรื่องที่พูดตั้งแต่แรก แต่เราไม่สามารถเห็นผลในการปฏิรูปได้ หรือการปฏิรูปการศึกษา ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินการ ก็ยังไม่เห็นผลชัดเจน

ประการที่ 2 : การแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน จะเห็นได้ว่า ยิ่ง คสช. อยู่นานเท่าไร เสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียงตำหนิติติงในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนมีมากขึ้น คสช. ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากในเรื่องของเศรษฐกิจ ประชาชนยังอยู่ในสภาพชักหน้าไม่ถึงหลัง มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย แม้ว่าตัวเลขจีดีพี ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลาย ๆ ด้าน รัฐบาลจะบอกว่ามีความก้าวหน้าก็ตาม แต่เศรษฐกิจปากท้องประชาชนยังเป็นปัญหาอยู่ แล้วเราก็สามารถเห็นได้จากการทำสำรวจของสำนักต่าง ๆ จะพบว่า ประชาชนแสดงความคิดเห็นผ่านการสำรวจเรื่องของความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก




"ปฏิรูป-ปรองดอง" ล้มเหลว!
ประการที่ 3 : เรื่องการปรองดอง
 จะเห็นได้ว่า คสช. อยู่มาเกือบ 3 ปี ในช่วง 3 ปีแรก เราแทบจะไม่เห็นความเคลื่อนไหวหรือการดำเนินการใด ๆ ในเรื่องการปรองดอง เราเริ่มเห็นความพยายามในการปรองดองช่วงที่มีการตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) ซึ่งหลังจากมีคณะกรรมการชุดนี้แล้ว ก็มีการเชิญนักการเมืองส่วนหนึ่งไปให้ความเห็น มีการดำเนินการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่า ผลลับจากดำเนินการมาถึงวันนี้ ถ้าไปถามใคร ผมเชื่อว่า คสช. ทำอะไรบ้าง แทบจะไม่มีใครบอกได้ จึงถือว่าเป็นงานที่รัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จ หรือเป็นงานที่เราไม่สามารถสัมผัสได้




ละเลยสอบทุจริตคนใกล้ชิด
นายองอาจ กล่าวว่า ในฐานะที่ คสช. มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ผมเชื่อว่า ความเบ็ดเสร็จมีทั้งเรื่องของอำนาจ เรื่องกฎกติกาของบ้านเมืองที่เคยใช้ได้เต็มที่ ผมคิดว่า คสช. ยังไม่สามารถดำเนินการในเรื่องที่เป็นปัญหาพื้นฐาน ซึ่งรัฐบาลปกติโดยทั่วไปทำไม่ค่อยได้ แต่ คสช. น่าจะเป็นรัฐบาลที่มาในลักษณะพิเศษทำได้ ก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างจริงจัง มีการเคลื่อนไหวบ้าง แต่ไม่ได้ทำอะไรอย่างจริงจัง เช่น เรื่องของการปราบปรามผู้มีอิทธิพล มาเฟีย จะมีการเคลื่อนไหวเป็นบางครั้ง สิ่งเหล่านี้เราสามารถสัมผัสได้ ตัวอย่างล่าสุด เรื่องการคุ้มครองผู้ค้าขายผิดกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องสำอาง อาหารเสริม ในตลาดใหม่ดอนเมือง

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)



ขณะที่ การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ก็ยังไม่ได้แก้ไขนัก ซึ่งปัญหานี้เป็นเงื่อนไข เป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งด้านอื่น ๆ หลายด้าน ซึ่งน่าเสียดายที่ คสช. ไม่ได้ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แล้ววางพื้นฐานที่ดีกว่าให้กับสังคมเรา

ส่วนปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน มองว่า ช่วง 2 ปีแรก คสช. ดูเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าท่านแสดงความตั้งใจค่อนข้างมากในเรื่องนี้ แต่พออยู่นานไป เราพบว่า ทำไมมีคำครหานินทา เรื่องทุจริตมักมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่ใกล้ชิด ท่านก็มักจะวางเฉย หรือ ละเลยที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ว่าเรื่องหลานท่านที่ตั้งบริษัทและประมูลงานในค่ายทหาร ล่าสุด ที่ทำให้คนรู้สึกมาก คือ เรื่องนาฬิกา เป็นต้น เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นว่า เรื่องทุจริตใด ๆ ที่ไปพัวพันกับคนที่ใกล้ชิดท่าน ก็ถูกละเลยที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง เมื่อท่านไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง มันจะบั่นทอนท่าน ในฐานะที่ท่านแสดงตนว่า จะดำเนินการในการปราบทุจริต ทำให้คนไม่เชื่อมั่นว่า ท่านจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

 

องอาจ คล้ามไพบูลย์
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์



แนะวางรากฐานปฏิรูปการศึกษา
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาล คสช. ว่า ในเวลาที่เหลืออยู่อย่างน้อยเกือบปี สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือ เรื่องการทำให้มีการกระจายรายได้ไปสู่พี่น้องประชาชนให้มากกว่าที่ดำเนินการในปัจจุบัน เพื่อให้เศรษฐกิจปากท้องประชาชนดีขึ้น ไม่ให้รายได้กระจุกตัวคนส่วนน้อยหรือคนส่วนหนึ่งในประเทศเท่านั้น ทำอย่างไรจะให้รายได้กระจายออกไป ซึ่งผมคิดว่า รัฐบาลรู้ปัญหานี้ ผมได้ฟังนายกรัฐมนตรีพูดในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทุกวันศุกร์ ท่านยอมรับว่า ท่านทราบว่า เศรษฐกิจปากท้องประชาชนมีปัญหา

"ผมเชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรีคงพยายามทำ เมื่อมันไม่บรรลุผลก็ควรทบทวนดูว่า สิ่งที่ท่านได้ทำไปแล้ว มันไม่บรรลุผล มันต้องหาวิธีการใหม่มาแก้ไขปัญหาให้บรรลุเป้าหมายการกระจายรายได้ไปสู่ระดับฐานรากให้มากขึ้น เพื่อทำให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากและในระดับปากท้องของประชาชนดีขึ้น ซึ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมาก"




เรื่องที่ 2 อยากให้วางรากฐานเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศ การพัฒนาประชากร ... 3 เรื่องการปฏิรูปด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ ผมคิดว่า เรามีกรรมการมาหลายชุดมาก ล่าสุด มีชุดของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก่อนหน้านั้นมีชุดของ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ แต่ไม่เห็นมรรคผลอะไรเกิดขึ้นที่เป็นรูปธรรมว่ามีการปฏิรูปตำรวจ

ตลอดเวลา 4 ปี คสช. ... ปัญหาสำคัญอีกประการ คือ ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ไม่ใช่มีเฉพาะยางพาราและปาล์มแล้ว มีสับปะรดและสินค้าเกษตรอื่น ๆ ดังนั้น 4 ปีของ คสช. ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาพืชผลเกษตรตกต่ำได้




"โดยรวมที่ประสบความสำเร็จ คือ การรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ส่วนอันอื่น เรื่องปฏิรูป ปรองดอง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การแก้ไขปัญหาพืชผลด้านการเกษตรตกต่ำ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันยังไม่ประสบความสำเร็จ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีความตั้งใจทำสิ่งเหล่านี้ก็ตาม" นายองอาจ กล่าวสรุปผลงาน 4 ปี คสช. ในตอนท้าย


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
'บิ๊กป้อม' ยันสี่ปีคสช. มีผลงาน
INTERVIEW | 'ไชยันต์' ตรวจการบ้าน คสช. "สอบผ่านจัดระเบียบสังคม"




คสช. ฐานเศรษฐกิจ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ปฏิรูปการศึกษา ทุจริต Thansettakij 4 ปี คสช.