โรบอต เอ็กซ์โป ดันไทยฮับเอ็กซิบิชันหุ่นยนต์

16 May 2018






จากทิศทางของงานแสดงสินค้าด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมทั่วโลก ที่มีแนวโน้มเติบโตแบบเฉพาะทางมากขึ้น ขณะที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีการจัดงานแสดงสินค้าในลักษณะดังกล่าว ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการผลักดัน อุตสาหกรรม New S-Curve

นี่จึงเป็นโอกาสใน การปักหมุด “งาน Robot X” ครั้งแรกในไทยของบิ๊กเอ็กซิบิเตอร์อย่างรี้ด เทรด เด็กซ์ ที่จะผลักดันงานนี้ให้ไทยเป็นฮับงานแสดงหุ่นยนต์ในภูมิภาคนี้ อ่านได้จากสัมภาษณ์ "นายอิสระ บุรินทรามาตย์" กรรมการผู้จัดการบริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด



3 ปัจจัยผุดงานโรบอต
ที่มาที่ไปในการครีเอตการจัดงานดังกล่าวเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ปัจจัยที่ 1 เกิดจากตอนนี้ตลาดทางด้านหุ่นยนต์ กำลังมีความตื่นตัวสูงมาก สาเหตุเพราะเรากำลังเข้าสู่เศรษฐกิจยุคดิจิตอล ซึ่งเป็นกระแสจากทั่วโลกรวมถึงในไทยด้วย เพราะการแข่งขันที่สูงขึ้น เกิดความต้องการในกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ รวดเร็ว คล่องตัวขึ้น จึงเกิดการ ปรับเปลี่ยนสายการผลิตให้เร็วขึ้น จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยี หุ่นยนต์ออโตเมชัน เข้ามาช่วย

ปัจจัยที่ 2 เป็นผลจากการสนับสนุนของภาครัฐ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งหุ่นยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม New S-Curve ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน ให้เกิดการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นภาษีการนำเข้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แก่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่-กลาง การให้สินเชื่อดอกเบี้ยตํ่ากับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทำให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดความตื่นตัวในการพัฒนาสายการผลิตของตัวเอง และการผลักดันให้เกิดการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)

ปัจจัยที่ 3 เกิดจากการสั่งสมความพร้อมของรี้ดเองที่คลุกคลีกับภาคอุตสาหกรรมมานาน จากการจัดแสดงเทคโนโลยีรองรับภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงใน ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่พบว่าในการจัดงานเมทัลเล็กซ์ ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านอุตสาหกรรมโลหะ พบว่าในงานมีหุ่นยนต์กว่า 200 ตัว กระจัดกระจายอยู่ภายในงานเดียว เช่นเดียวกับงานแสดงสินค้าอื่นๆ ที่
รี้ดจัดอย่างงานที่เกี่ยวกับการผลิตยานยนต์ พลาสติก เครื่องสำอาง การขนส่งโลจิสติกส์ในแต่ละปี ก็จะเห็นว่ามีการนำหุ่นยนต์มาจัดแสดง



เราจึงตระหนักว่าหุ่นยนต์เข้าไปในทุกอุตสาหกรรมจริงๆ ขณะเดียวกันด้วยความที่รี้ด เทรดเด็กซ์ เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทรี้ด เอ็กซ์ฮิบิชั่นส์ฯ ซึ่งปีๆ หนึ่งมีการจัดงานแสดงสินค้ากว่า 500 งานใน 30 ประเทศทั่วโลก ซึ่งก็เริ่มเห็นมีหุ่นยนต์เข้าไปจัดแสดงในงานต่างๆ เพิ่มขึ้นในภูมิภาคต่างๆ นับเฉพาะในเอเชีย งานแสดงด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ใกล้ไทยที่สุด ก็มีที่ญี่ปุ่น และอินเดีย นอกนั้นจะไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา, ยุโรป ขณะที่ในอาเซียนไม่มีเลย

ดันไทยฮับเทคโนโลยีหุ่นยนต์
ดังนั้นจากปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้รี้ด เทรดเด็กซ์ มองว่าเป็นโอกาสของเรา จึงได้จัดงาน “โรบอต เอ็กซ์โป” (RobotX)ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งตั้งใจให้ “ไทยเป็นศูนย์กลางงานแสดงสินค้าทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ครบวงจรที่สุดของอาเซียน” โดยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ จะมี 2 ประเภท ได้แก่ 1. อินดัสเตรียล โรบอต หรือหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม (ใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิต) และ 2. เซอร์วิส โรบอต หรือหุ่นยนต์บริการ ซึ่งในไทยก็เริ่มเห็นมีการใช้หุ่นยนต์ในลักษณะนี้ อย่างการ ใช้หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารในร้านอาหารแบบเทปันยากิของโออิชิ หรือการใช้หุ่นยนต์ส่งยาตามแผนก ต่างๆ ของโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ

อย่างไรก็ตามในไทย เมื่อดูแล้ว การจัดงานแสดงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ด้านบริการ ตลาดยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว ขนาดมีการจัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้ ทำให้รี้ดจึงโฟกัสการจัดงานแสดงด้านอินดัสเตรียล โรบอต ก่อนจะเริ่มจุดแข็งที่รี้ดเป็นผู้นำการจัดงานแสดงเทคโนโลยีรองรับภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งมีฐานผู้เข้าชมงานในแต่ละปีรวมกันกว่า 2.5 แสนคน เราจึงเลือกเปิดตัวงานโรบอต เอ็กซ์โป ใช้พื้นที่จัดงานราว 2-3 พันตารางเมตร ประกบคู่ไปกับ 4 งานแสดงสินค้าหลักที่มีอยู่ได้แก่

1. งาน RobotX ME วันที่ 20-23 มิถุนายนนี้ ที่ จัดควบคู่กับงานแมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป ที่ไบเทค 2. RobotX MATALEX วันที่ 21-24 พฤศจิกายนนี้ จัดควบคู่กับงานไทยแลนด์เมทัลเล็กซ์ ที่ไบเทค 3. งาน RobotX Hanoi จัดควบคู่กับงาน VME (งานแสดงสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, เครื่องใช้ไฟฟ้า) วันที่ 8-10 สิงหาคมนี้ และงาน RobotX HCMC จัดควบคู่กับงานเมทัล เล็กซ์ เวียดนาม (งานแสดงสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนจักรยานยนต์) วันที่ 11-13 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศเวียดนาม
ขณะนี้มีแบรนด์ต่างๆ ที่เข้าร่วมงานโรบอต เอ็กซ์โป ใน 4 งานดังกล่าวรวมกันกว่า 30 แบรนด์จากทั่วโลก ซึ่งจัดได้ว่ามากที่สุดในอาเซียน เน้นความหลากหลายของเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมในทุกขนาด และหลายระดับราคา ทั้งการจัดงานโรบอต เอ็กซ์ ควบคู่กับงานหลัก 4 งานนี้ ยังเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมแสดงสินค้า ว่าจะมีผู้เข้าชมงานอันเป็นฐานผู้ซื้อ ที่มีความต้องการหุ่นยนต์อยู่แล้วทันที โดยบริษัทขนาดใหญ่จะลงทุนด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในสายการผลิตกันไปแล้ว แต่สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ จะเป็นเวทีสำคัญในการหาข้อมูล เมื่อรวมกับการส่งเสริมของภาครัฐ ก็จะนำมาสู่การตัดสินใจใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในการผลิต

จัดงาน3ปีมูลค่าซื้อขายหมื่นล.

“คาดว่าตลอด 3 ปีของการจัดงานโรบอต เอ็กซ์โปที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง จะสร้างมูลค่าการซื้อเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่ออุตสาหกรรมการผลิต ผ่านงานแสดงสินค้าของบริษัทไม่น้อย กว่า 1 หมื่นล้านบาท และยังมองว่าอีก 2 ปีน่าจะมีการจัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่ออุตสาหกรรมการบริการในไทยได้ ทั้งการจัดงานนี้ ยังทำให้รี้ดบรรลุเป้าหมายการเติบโตในแต่ละปีที่วางไว้ว่าจะเติบโตในตัวเลข 2 หลักด้วย”

นอกจากนี้รี้ดยังมองการพัฒนาการจัดงานแสดงสินค้าใหม่ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เพียงการเติบโตเฉพาะงานแสดงสินค้าด้านอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่มองโอกาสในการแตกไลน์ขยายงานแสดงสินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ด้วย อย่างเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รี้ดได้เข้าไปจัดงานแสดง สินค้าด้านรีเทลและแฟรนไชส์ในเวียดนาม ส่วนในไทย ก็จะเน้นการพัฒนาการจัดแสดงสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก มาเป็นการจัดงานแสดงสินค้าย่อยๆ ที่เป็น กลุ่มไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น งานในกลุ่มคอสเมติก ที่ปัจจุบันเป็นเรื่องของการผลิต ก็มองว่าในอนาคตจะแตกไลน์มาเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ได้เช่นกัน



อุตสาหกรรม งานแสดงสินค้า เทคโนโลยีหุ่นยนต์ งาน Robot X รี้ด เทรด เด็กซ์