2ล้อแบรนด์ไทยท้ารบญี่ปุ่น...GPXเร่งเพิ่มดีลเลอร์-สตาเลียนเพิ่มวิจัยพัฒนา

15 May 2018






รถจักรยานยนต์แบรนด์ไทย เปิดหน้าสู้ค่ายใหญ่จากญี่ปุ่น “จีพีเอ็กซ์”ยอดขายพุ่งยึดอันดับ 3 แน่น ได้ฤกษ์เปิดโรงงานใหม่ และทยอยปรับเครื่องยนต์เป็นระบบหัวฉีด  ด้าน “สตาเลียน” ตั้งทีมวิจัยพัฒนาหวังทำรถตอบโจทย์คนไทยโดยเฉพาะ



แบรนด์รถจักรยานยนต์ของคนไทยที่ทำตลาดขะมักเขม้นอย่าง “จีพีเอ็กซ์” และ “สตาเลียน” ถือว่าในช่วง 4-5 ปีหลังได้การตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ โดยค่ายแรกมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นมอเตอร์ไซค์สายวิบาก  และเริ่มเข้ามาเจาะตลาดอย่างจริงจังในปี 2555 และด้วยโปรดักต์ที่โดนใจพร้อมราคาเข้าถึงง่าย จึงส่งผลให้ยอดขายรวมในปีที่แล้วผงาดขึ้นเป็นอันดับ 3 ในตลาด เป็นรองเพียงฮอนด้า และยามาฮ่า เท่านั้น



“ผู้บริโภคเปิดใจรับมากขึ้น ดังจะเห็นจากยอดขายของจีพีเอ็กซ์ที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจในการพัฒนาสินค้าและมีช่องว่างทางการตลาดพอดีที่จะให้เราเจาะเข้าไป ส่วนเรื่องราคา ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคมอง เรามองว่าหากโปรดักต์ดี ตอบโจทย์ ลูกค้าก็จะเปิดโอกาสให้เราเอง” นายไชยยศ ร่วมใจพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีพี มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์“จีพีเอ็กซ์” กล่าวและว่า



ปัจจุบันจีพีเอ็กซ์ มีรุ่นรถแบ่งออกเป็น 2 เซ็กเมนต์หลักๆ ได้แก่ คลาสสิก ประกอบไปด้วย รุ่นเลเจนด์ และเจนเทิลแมน และอีกหนึ่งเซ็กเมนต์คือ สปอร์ต ที่มีรถธงอย่าง เดมอน, ซีอาร์5, เรเซอร์ โดยมีราคาเริ่มต้น 4.98- 6.95 หมื่นบาท และตามแผนงานที่ได้ประกาศไว้ภายในปีนี้จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 7 รุ่นพร้อมทั้งทยอยปรับเครื่องยนต์ให้เป็นหัวฉีด

ขณะเดียวกันยังเตรียมที่จะพัฒนารถรุ่นใหม่ที่มีขนาดซีซีใหญ่ขึ้น จากปัจจุบันที่ผลิตสูงสุด 250 ซีซี กลยุทธ์ต่อมาของจีพีเอ็กซ์ ที่ถือว่าเอาจริงเอาจังในตลาดนี้ คือการทุ่มงบ 350 ล้านบาทสำหรับโรงงานใหม่ที่เกตเวย์ บนพื้นที่ 23 ไร่ สามารถผลิตทั้งเครื่องยนต์และประกอบรถจักรยานยนต์ มีกำลังการผลิตสูงสุด 1 แสนคันต่อปี ส่วนโรงงานเดิมย่านประชาอุทิศจะมีการปรับเป็นคลังอะไหล่

“เราเริ่มย้ายเข้ามาที่โรงงานใหม่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม คาดว่าทุกอย่างจะลงตัวในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากนั้นจะเริ่มไลน์การผลิตตามแผนที่วางไว้ และปี 2562 จะมีการส่งออกเริ่มที่ตลาดอาเซียน”

นายไชยยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนแผนงานตลาด ในปีนี้จะเห็นกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น มีการดึงนักร้องอย่างเดอะทอย เข้ามาใช้ในการสื่อสารตลาดกับกลุ่มลูกค้ามีการออกงานอีเวนต์ทั้งมอเตอร์โชว์และมอเตอร์เอ็กซ์โป รวมไปถึงทำกิจกรรมกับดีลเลอร์ในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นรถและได้สัมผัส ด้านเอาต์เลตหรือตัวแทนจำหน่าย ปัจจุบันแบ่งออกเป็นรูปแบบมัลติแบรนด์ จะมีทั้งหมด 160 แห่ง ส่วนเอาต์เลตแบบเอ็กซ์คลูซีฟดีลเลอร์ ในปีที่ผ่านมามี 20 แห่ง และในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 40 แห่ง ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายจะเปิดให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศภายใน 5 ปี

ส่วนอีกหนึ่งแบรนด์สัญชาติไทย “สตาเลียน”ที่กำลังเข้าสู่ปีที่ 9 เตรียมงัดกลยุทธ์ทั้งในส่วนผลิตภัณฑ์ ,ปรับปรุงการผลิต ,แผนการตลาด ทั้งนี้เพื่อกู้ยอดขายที่หายไป และเพื่อให้ก้าวไปถึงเป้าหมายยอดขายที่วางไว้ในปี 2562 จำนวน 1 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่พวกเขามียอดขายประมาณ 7,000 คัน

“ตลาดรถคลาสสิก-เรโทร มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เราเองก็ต้องหาจุดขายของเราให้เจอ และดึงออกมาเพื่อที่จะแข่งขันกับทุกแบรนด์ได้ โดยปัจจุบันเรามีฐานลูกค้ากว่า 5 หมื่นรายแล้ว และเป้าหมายต่อไปของเราหลังจากนี้คือทำอย่างไรให้คนรู้สึกสนใจ หลงใหล รู้จักตัวตนของสตาเลียน ไม่เพียงเท่านั้น เราอยากให้แบรนด์ไทยได้มีที่ยืนอยู่ในวงการนี้” นางอารีรัตน์ ศรีประทาย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พาวเวอร์ สตาเลียน จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์แบรนด์ไทย “สตาเลียน”กล่าวและว่า



กลยุทธ์ หรือ จุดขายที่สตาเลียน ได้ผลักและดันออกมา เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวรถ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Centaur Makina 250 (เซ็นทอร์ มาคิน่า 250) ราคา 7.99 หมื่นบาท และ Centaur Makina 150 (เซ็นทอร์ มาคิน่า 150) ราคา 6.69 หมื่นบาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ 15 พฤษภาคม เป็นต้นไป กลยุทธ์ต่อมาคือ มีการตั้งทีม อาร์ แอนด์ ดี เพื่อโฟกัสคุณภาพการผลิตรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ และการดีไซน์ ที่มีคนรุ่นใหม่ๆเ ข้ามาปรับการออกแบบเพื่อให้รองรับความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้



ขณะที่ตัวแทนจำหน่ายมีประมาณ 100 รายทั่วประเทศ และยังไม่มีแผนขยาย แต่จะเน้นคุณภาพในการให้บริการกับลูกค้าสูงสุด ส่วนโรงงานมีกำลังการผลิต 5,000 คันต่อเดือน โดยผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศเป็นหลัก ไม่ได้ทำการส่งออก แต่หากตลาดต่างประเทศมีความต้องการก็สามารถที่จะเพิ่มกำลังการผลิตได้ เพราะโรงงานผลิตมีขนาดใหญ่

“เดิมเราเคยทำยอดขายถึงหมื่นคัน แต่พอมีผู้เล่นเข้ามามากทำให้ยอดขายของเราลดลง ตรงจุดนี้ทำให้เราต้องมีการปรับแผนงาน โดยยึดสิ่งสำคัญคือเรื่องคุณภาพที่จะมอบให้กับลูกค้า ส่วนในอนาคตที่ทิศทางของโลกมุ่งไปยังรถไฟฟ้า ตัวเราเองก็มีแผนที่จะศึกษาเช่นกัน” นางอารีรัตน์ กล่าว

ถือเป็นการปรับตัวของ 2 แบรนด์สัญชาติไทยทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดรถจักรยานยนต์ ที่


ไชยยศ ร่วมใจพัฒนกุล อารีรัตน์ ศรีประทาย บริษัท พาวเวอร์ สตาเลียน จำกัด จีพีเอ็กซ์ สตาเลียน