ชง ม.44 ปลดล็อกก่อสร้าง! เสนอลดเวลาขอใบอนุญาตเหลือ 30 วัน - ยกอันดับขีดแข่งขัน

13 May 2018








'กอบศักดิ์' เตรียมหารือนายกฯ ขอใช้ ม.44 ปลดล็อกขออนุญาตก่อสร้างจาก 110 วัน เหลือ 30 วัน หวังเพิ่มคะแนนขีด ... กรมศุลฯ เร่งนำระบบไอทีมาใช้ ตรวจปล่อยของร่นเวลาจาก 3 นาที เหลือ 20 วินาที ... กฟน. หั่นค่าบริการไฟฟ้าลดต้นทุนธุรกิจ

ระหว่างวันที่ 15-18 พ.ค. นี้ ทีมวิจัยจากธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ จะเดินทางเข้ามาเก็บคะแนนความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจของไทย เพื่อนำข้อมูลกลับไปจัดทำรายงานจัดอันดับประเทศที่มีความยากง่ายในการประกอบธุรกิจในช่วงปลายปี ซึ่งปี 2560 ประเทศไทยขยับมาอยู่ที่ 26 ของโลก และในปีนี้ รัฐบาลต้องการให้อันดับของไทยดีขึ้นอีก จึงได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ หนึ่งในนั้น คือ การลดระยะเวลาอนุญาตก่อสร้างของกรุงเทพมหานครจาก 110 วัน ให้เหลือ 30 วัน

 

©Reuters



แหล่งข่าวจากทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ที่ผ่านมา การขอใบอนุญาตก่อสร้างของ กทม. ยังมีความล่าช้า ต้องใช้เวลานานถึง 110 วัน และต้องตรวจการก่อสร้าง 7 ครั้งต่อปี ทำให้การก่อสร้าง 7 ครั้งต่อปี ทำให้การก่อสร้างช้า รัฐบาลจึงตั้งเป้าลดเวลาขออนุญาตให้เหลือ 30 วัน แต่ กทม. ยังทำเรื่องนี้ไม่เสร็จ เพราะจากมติที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2561 เพิ่งมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้อบัญญัติด้านโยธาและผังเมืองกรุงเทพมหานคร ภายในระยะเวลา 120 วัน ซึ่งไม่ทันปลดล็อก ก่อนที่ธนาคารโลกจะมาเก็บคะแนน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลดเวลาการอนุมัติก่อสร้างจาก 110 วัน ให้เหลือ 30 วัน จะช่วยให้คะแนนความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยดีขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งจะพิจารณาว่าจะสามารถทำทันภายในเดือนนี้หรือไม่ และจะมีบางเรื่องอาจใช้มาตรา 44 ได้ ตนจะลองนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดูว่าสามารถออก ม.44 เพื่อลดเวลาขออนุญาตก่อสร้างจาก 110 วัน เหลือ 30 วัน ได้หรือไม่ เพราะถ้าเราเร่งทำตรงนี้ได้ ก็จะได้ประโยชน์กับคะแนนความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยด้วย




เวิลด์แบงก์เก็บข้อมูล 10 ด้าน
นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า วันที่ 15 และ 16 พ.ค. ทีมนักวิจัยจากธนาคารโลกจะเดินทางเข้ามาเก็บข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์การให้คะแนน 10 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ 2.ด้านการได้รับสินเชื่อ 3.ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง 4.ด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง 5.ด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 6.ด้านการขอใช้ไฟฟ้า 7.ด้านการชำระภาษี 8.ด้านการจดทะเบียนทรัพย์สิน 9.ด้านการค้าระหว่างประเทศ และ 10.ด้านการแก้ปัญหาการล้มละลาย

"จากนั้นวันที่ 17 พ.ค. ตัวแทนธนาคารโลกจะเข้าพบเก็บข้อมูลจากผู้กำหนดนโยบายโดยตรงจาก พล.อ.ประยุทธ์, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และในวันที่ 18 พ.ค. ธนาคารโลกจะเก็บข้อมูลจากภาคเอกชน ในฐานะเป็นผู้ใช้บริการว่า ใช้แล้วได้รับบริการและประสิทธิภาพอย่างไร" นางอารีย์พันธ์ กล่าว

 

กุลณี อิศดิศัย
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า



จดทะเบียนธุรกิจครึ่งวันเสร็จ
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้มีการลดขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจ โดยการพัฒนาระบบให้สามารถจองชื่อนิติบุคคล พร้อมจดทะเบียนนิติบุคคลอิเล็กทรอนิกส์ ได้ในขั้นตอนเดียวผ่าน Smart Device ที่เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2561 นอกจากนี้ ยังได้ลดขั้นตอนการดำเนินการลง 5 ขั้น จากเดิมในปี 2560 ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 25.5 วัน เหลือ 4.5 วัน ในปีนี้ เช่น การจองชื่อบริษัทใช้เวลา 0.5 วัน การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใช้เวลา 1 วัน เป็นต้น และในปี 2562 จะลดขั้นตอนการดำเนินงานบริการให้กับผู้ประกอบการเหลือ 3 ขั้นตอน ใช้เวลาในการดำเนินงาน 2 วัน ด้วยการนำระบบอีรีจิสเตอร์เข้ามาช่วยในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ โดยจะใ้ชเวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น


กรมศุลฯ เร่งใช้ไอที
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การประเมินด้านการค้าระหว่างประเทศถือว่ามีความพร้อมในหลายเรื่อง เช่น กระบวนศุลกากรล่วงหน้าก่อนสินค้ามาถึงท่าเรือ หรือ ท่าอากาศยาน (Pre-Arrival) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้นำของเข้าได้มีทางเลือกในการผ่านพิธีการศุลกากร หากสินค้าที่ไม่มีความเสี่ยงสามารถส่งมอบสินค้าได้ทันทีเมื่อสินค้ามาถึง เป็นการลดระยะเวลา ค่าใช้จ่าย โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. สำหรับท่าเรือและสนามบินที่เป็นด่านศุลกากรทั่วประเทศ ส่วนท่าเรือแหลมฉบังได้เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นี้




นอกจากนั้น ยังได้พัฒนาร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทยในการพัฒนาระบบ E-Matching ผ่าน National Single Window โดยนำมาใช้กับท่าเรือขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพฯ ลดระยะเวลาจากเดิม 3 นาที เหลือ 20 วินาที รวมทั้งยังได้ลงนามกับการท่าเรือแห่งประเทศไทยในการตรวจปล่อยของจากท่าเรือแหลมฉบังได้เลย รวมทั้งมีการเปิดให้สอบถามพิกัดล่วงหน้า เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน

ขณะเดียวกัน ยังปรับปรุงในเรื่องสินค้าถ่ายลำ จากเดิมจะต้องมายื่นเอกสาร 19 ชนิด แต่ปัจจุบัน สามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้เลย และในวันที่ 16 พ.ค. จะมีการเปิดระบบการใช้ E-Matching อย่างเป็นทางการ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง หากเป็นไปได้ อยากให้เจ้าหน้าที่ธนาคารโลกไปดูด้วยตัวเองว่า ได้ลดขั้นตอนการตรวจปล่อยของจาก 3 นาที เหลือ 20 วินาทีเท่านั้น




ส่วนที่คืบหน้าน้อยที่สุด คือ การออกใบอนุญาตรวมศูนย์ที่กรมศุลกากรที่เดียว หรือ Single Form ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อให้ใช้บริการทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถติดตามผลในทุก ๆ ขั้นตอนของการดำเนินงานนำเข้า ส่งออก และการอนุมัติผ่านทางอินเตอร์เน็ต (E-Tracking) ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง


กฟน. หั่นค่าบริการไฟฟ้า
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และโฆษก กกพ. กล่าวว่า เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการในเรื่องค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) โดยประกาศให้เร็วขึ้น 1 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนต้นทุนการผลิตได้ล่วงหน้า ส่วนปี 2561 นี้ ทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จะปรับลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าลง ซึ่งก่อนหน้านี้ ประชาชนร้องเรียนว่าเป็นอัตราที่แพงเกินไป




ดังนั้น กกพ. จึงมีมติปรับลดค่าบริการ โดยตัดค่าต่อไฟฟ้าและค่าสมทบออกไป เหลือเพียงค่าตรวจไฟฟ้าเท่านั้น ส่งผลให้อัตราค่าบริการใหม่ เป็นดังนี้ มิเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 30 แอมป์) จากเดิมอัตราค่าบริการไฟฟ้าอยู่ที่ 2,080-11,800 บาท ลดเหลือ 700 บาท มิเตอร์ไฟฟ้าขนาดกลาง (30-100 แอมป์) จากเดิมอัตราค่าบริการไฟฟ้าอยู่ที่ 26,900-41,650 บาท ลดลงเหลือ 1,500 บาท มิเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ (100-400 แอมป์) จากเดิมอยู่ที่อัตราค่าบริการไฟฟ้าอยู่ที่ 77,050-131,650 บาท ลดลงเหลือ 2,500 บาท


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,365 วันที่ 13-16 พ.ค. 2561 หน้า 01-02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
บูมทำเลตลิ่งชัน - บางขุนนนท์ รับก่อสร้างรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ศาลายา-ศิริราช
'สมคิด' เร่งไฮสปีดเฟส 2! ร.ฟ.ท. ขอ 200 ล้าน ศึกษาอู่ตะเภาต่อขยายถึงตราด ก่อสร้างปี 63




ม.44 ฐานเศรษฐกิจ ก่อสร้าง Thansettakij ปลดล็อกก่อสร้าง