ข้าพระบาททาสประชาชน : ทางเลือกทางรอดของ คสช.

10 May 2018






เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสนั่งสนทนากับบุคคลสำคัญที่เป็นอดีตข้าราชการระดับสูง เป็นผู้บริหารในองค์กรทางเศรษฐกิจ และมีบทบาทในการช่วยเหลือ คสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทางยุทธศาสตร์การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ

ซึ่งบุคคลท่านนี้เป็นผู้หนึ่ง ที่ถูกทาบทามให้มาช่วยพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งขึ้น เพื่อสนับสนุนและปูทางให้กับผู้นำ คสช.ที่หากจำเป็นต้องสืบทอดอำนาจในตำแหน่งนายกฯ อีกต่อไป ภายหลังที่จะมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฯ หรือตามโรดแมปของรัฐบาล คสช. พรรคการเมืองดังกล่าว คงเป็นไปตามข่าวที่รู้ ๆ กันโดยทั่วไปในขณะนี้ ที่มีคนในระดับรองนายกฯและรัฐมนตรีใน ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยกันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ เตรียมการจัดตั้งและระดมบุคคลในทางการเมือง และสาขาอาชีพอื่น ๆ มาร่วมกันดำเนินงาน เพื่อให้ภารกิจและเป้าหมายที่วางไว้ประสบความสำเร็จ
บุคคลสำคัญดังกล่าว ได้ขอให้ผมช่วยวิเคราะห์และเสนอความเห็น ว่าหากจะมีการตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนให้นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง มีความเป็นไปได้หรือไม่? และควรดำเนินการอย่างไร? ผมใช้เวลาครุ่นคิดสักพักและถามเพื่อให้ท่านยืนยันว่าท่านจะเอาจริงหรือไม่ เมื่อได้ฟังว่าท่านยืนยันว่าแนวโน้มค่อนข้างแน่นอนว่าจะเป็นเช่นนั้น ผมจึงตอบท่านด้วยความจริงใจ เป็นห่วงด้วยความปารถนาดี ตามทัศนะและความเห็นของผม โดยมีสาระสำคัญ ๆ ดังนี้

1.ประการแรก ผมได้เรียนไปว่า ผมคงต้องถามท่านนายกฯ เป็นประเด็นสำคัญก่อนอื่นใดว่า "ที่ตัดสินใจเดินเข้าสู่เส้นทางทางการเมือง ท่านต้องการเป็นผู้นำประเทศ หรือต้องการเป็นแค่หัวหน้าพรรคและนักเลือกตั้ง" เพราะนี่คือประเด็นสำคัญ เป็นเป้าหมายและจุดยืนที่บุคคลในฐานะของนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร ที่ใช้อำนาจพิเศษต้องตอบตัวเองให้ได้ และต้องกระทำหรือแสดงออกให้ประชาชนเห็นในเชิงประจักษ์เสียก่อน ถ้าหากท่านต้องการเป็นนายกฯ ต่อไป โดยอาศัยเพียงแต่ให้มีพรรคการเมืองหนึ่งไปดำเนินการกวาดต้อนเอาอดีต ส.ส.และนักการเมืองหน้าเก่า ๆ มาเข้าพรรค เพื่อให้ได้เสียงเพียงพอ ท่านก็จะไม่มีความแตกต่างจากผู้นำรัฐประหารที่ล้มเหลวคนอื่น ๆ ในอดีตที่ผ่านมา
แต่ถ้าหากท่านต้องการเป็นผู้นำประเทศ เพื่อนำการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ให้เจริญก้าวหน้าและพัฒนาดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน ก็ต้องสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็งมีองค์ประกอบของคณะบุคคลที่ดี มีความรู้ความสามารถ เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนในชาติ อดีตนักการเมืองเก่า ๆ นั้นก็สามารถนำมาร่วมทำงานด้วยได้ แต่ต้องแน่ใจว่าคนเหล่านั้น พร้อมและยินดีที่จะก้าวเดินไปในแนวทางใหม่ร่วมกัน มิใช่ยังมีพฤติกรรมแบบเดิม ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีประวัติไม่ดี ไม่ควรเอามาโชว์ออกหน้า บุคคลที่มีชื่อเสียงมีผลงานที่ดี มีภาพลักษณ์ดีเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ควรนำมาร่วมทำงานให้มาก ต้องยึดหลัก "แสวงหาคนดีมาทำงานรับใช้บ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจบริหารบ้านเมือง" นี่คือจุดยืนแรก ซึ่งตัวอย่างเช่นนี้ มีให้ศึกษาแล้วในกรณีรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นแบบอย่างของรัฐบาลทหารที่ประสบความสำเร็จ และแสดงให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำประเทศที่ดีที่สุด
2.เมื่อตัดสินใจเลือกบทบาทของตนเองในการเป็นผู้นำประเทศ มิใช่นักเลือกตั้งนักการเมืองธรรมดาทั่ว ๆ ไป ท่านจึงจำเป็นต้องแสดงบทบาทในการประสานสามัคคีทุกพลังในชาติ ให้มาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ต้องมีจิตใจกว้าง ไม่ยึดติดแต่กับพวกพ้องเดียวกัน รุ่นเดียวกันหรือจำกัดตนเองอยู่กับเจ้านายเก่าหรือผู้มีบุญคุณส่วนตนเท่านั้น การเป็นผู้นำทางการเมืองหรือผู้นำประทศ ต้องสามัคคีผู้คนทุกหมู่เหล่าให้มากที่สุด ต้องแสดงความจริงใจให้ประชาชนเห็นว่า ท่านมิได้ต้องการเข้าสู่การเมืองเพียงเพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. แต่ต้องการเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศชาติและรับใช้ประชาชน ทุกหมู่เหล่า โดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะหรือสีผิว
การแสดงออกเพื่อให้ประชาชนเชื่อถือเช่นนั้น จำต้องแสดงออกด้วยการปฏิบัติที่เป็นจริง คำพูดร้อยคำก็มิสู้หนึ่งการกระทำ เพื่อให้ได้ใจประชาชน และเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสามัคคีของคนในชาติ นายกฯ ควรจะมีคำสั่งหรือดำเนินการในทางกฎหมายด้วยตนเอง เพื่อนิรโทษความผิดในทางการเมือง แก่ประชาชนทุกคนในเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ยกเว้นเฉพาะผู้กระทำความผิดฐานทุจริตหรือความผิดต่ออสถาบันหรือผู้กระทำความผิดทางอาญาร้ายแรงที่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด

ซึ่งลักษณะเช่นนี้ จะทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีทางการเมือง เกิดความสามัคคีของคนในชาติ ทำให้ผู้คนเชื่อว่ารัฐบาลประสงค์ให้เกิดความสามัคคีปรองดองของคนในชาติจริง มิใช่มีเพียงคำพูดเลื่อนลอย เช่นนี้แล้ว นายกรัฐมนตรีย่อมขอความร่วมมือจากประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อยุติปัญหาและความขัดแย้งทางเมืองในอดีตได้ เพื่อให้ทุกคนหันหน้ามาสามัคคีกัน เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย เพื่อคืนความสุขให้กลับมาสู่บ้านเมือง
3.มีเพียงจุดยืนและแนวทางทางการเมืองที่ชัดเจนดังกล่าวเท่านั้น จึงจะแก้ปมปัญหาที่อาจถูกต่อต้านและคัดค้านว่า รัฐบาล คสช.ไม่ได้ต้องการสืบทอดอำนาจ เพราะนี่คือประเด็นปัญหาใหญ่ ซึ่งถ้าหากไม่สามารถคลายความสงสัยและความกังวลใจของประชาชนในข้อนี้ได้แล้ว คสช.อาจจะต้องเผชิญหน้ากับกระแสต่อต้านจากพลังประชาชนอย่างรุนแรงได้ การสร้างพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคหนึ่ง ต้องมีเจตนารมณ์ชัดเจนว่า ต้องการสร้างพรรค เพื่อสร้างชาติ มิใช่เพื่ออำนาจทางการเมืองของกลุ่มทุนขุนนางและพวกพ้อง ควรสร้างพรรคให้เป็นตัวแทนประชาชน หากพรรคการเมืองที่ตั้งโดย คสช.มิได้ให้คำตอบที่ดีแก่ประชาชน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ

ผมให้ความเห็นและเสนอแนะท่านผ่านบุคคลสำคัญดังกล่าว ด้วยความปารถนาดี เพราะไม่อยากเห็นพฤษพาทมิฬ ภาค 2 ครับ ส่วนท่านจะรับฟังหรือไม่ ก็สุดแท้แต่จะพิจารณา
..................................
คอลัมน์ | ข้าพระบาททาสประชาชน | โดย ประพันธุ์ คูณมี | ฉบับ 3364 ระหว่างวันที่ 10-12 พ.ค.2561


Thansettakij พลังดูด นครชัยบุรินทร์ เนวินนคร