สามัคคีธรรมโมเดล สานฝัน 'บิ๊กตู่' คัมแบ็ก?

5 May 2018






นับวันอิทธิฤทธิ์ “พลังดูด” ของพรรค คสช.เริ่มชัดเจนขึ้นทุกขณะ  หลัง สองพี่น้อง “สนธยา-อิทธิพล คุณปลื้ม” แกนนำพรรคพลังชล ถูกดึงเข้ามาเป็นกุนซือให้รัฐบาล และคาดว่าหมายกันว่าจะมีก๊วนการเมืองและพรรคการเมือง ร่วมเป็นพันธมิตรกับพรรค คสช.เพื่อหวังผลต่อการเป็นแกนนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นต้นปี 2562 นี้


“บิ๊กตู่”ขออยู่ตรงกลาง
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตลอดจนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  พยายามปฎิเสธความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค เมื่อครั้งลงพื้นที่ในการประชุมครม.สัญจร แต่เป็นการปฎิบัติหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งต้องพบปะกับผู้คนรวมทั้งนักการเมือง

ทว่า ปฎิกริยาที่เกิดขึ้นจากหลายฝ่ายมองว่าเป็นการแสวงหาพันธมิตรทางการเมือง เพื่อประสานมือจัดตั้งรัฐบาล รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมาเหน็บแบบเจ็บๆคันๆว่า รัฐบาลและ คสช. พยายามใช้ “พลังดูด” โดยเสนอเก้าอี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีให้อดีต ส.ส.ของพรรคการเมืองต่างๆ รวมทั้งประชาธิปัตย์ ให้ย้ายมาสังกัดพรรคที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย

แต่ก็ได้รับคำตอบด้วยท่าทีเมินเฉยจาก พล.อ. ประยุทธ์ ว่า “ไม่ได้ยิน ฉันไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น วิพากษ์วิจารณ์ไปดิฉันไม่สนใจอยู่แล้ว ทำงานอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกัน”

พร้อมกับพูดเป็นนัยว่า “ ตัวผมอยู่ตรงกลาง จะเป็นอะไรจะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ คำว่าตรงกลางคือเอาทุกคนมารวมกันบริหารประเทศให้ได้ ด้วยกลไกประชาธิปไตย”


ถอดรหัสสามัคคีธรรมโมเดล
ดูเหมือนการขับเคลื่อนทางการเมืองของ “พรรค คสช.” โดยวิธีรวมพรรคเล็กพรรคน้อยและแสวงหาพันธมิตร จัดตั้งรัฐบาลเพื่อหนุน พล.อ.ประยุทธ์ คัมแบ็คเก้าอี้นายกฯ อีกสมัยสถานการณ์ดูจะละหม้ายคล้ายคลึงกับเหตุการณ์หลังสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) รัฐประหาร รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2534 และมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เรียกว่า “พิมพ์เขียว” ระหว่างนั้นนักการเมืองพรรคต่างๆ มีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมลงสนามเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 22 มีนาคม 2535

ความน่าสนใจของการเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ที่การกำเนิดของ “พรรคสามัคคีธรรม”  โดยมี นายณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และมีนายทหารนอกราชการ คือ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ เป็นเลขาธิการพรรค ได้ทำการกวาดต้อน อดีตส.ส.และนักการเมืองที่มีชื่อเสียงเข้าพรรค

พรรคสามัคคีธรรมถูกมองว่าเป็นพรรคใหม่ที่จัดตั้งเพื่อรองรับการเติบโตทางการเมืองของ รสช. เนื่องจาก น.ต.ฐิติ เป็นนายทหารคนสนิทของบิ๊กกองทัพอากาศ และไม่ได้ตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ แต่ต้องการสนับสนุนคนกลางเข้ามาเป็นนายกฯ มากกว่า เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ปรากฎว่าพรรคสามัคคีธรรม ได้ที่นั่งส.ส.สูงเป็นอันดับหนึ่ง คือ  79 เสียง  ตามด้วยพรรคชาติไทย 74 เสียง  และพรรคความหวังใหม่ เป็นพรรคที่ตั้งใหม่โดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรค ได้ 72 เสียง
จากพรรคใหญ่สู่ก๊วนเล็ก
ทันทีที่ทราบผลเลือกตั้ง พรรคที่รสช.หนุนให้จัดตั้งรัฐบาล 5 พรรค นำโดยพรรคสามัคคีธรรม พรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม  พรรคประชากรไทย  และพรรคราษฎร รวม 195 เสียง ลงความเห็นให้นายณรงค์ เป็นนายกฯ แทนนายกฯ จากคนนอก เพื่อลดกระแสคัดค้านจากสังคม แต่การขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ของนายณรงค์ มีอุปสรรค เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามของสหรัฐ เพราะมีรายชื่อถูกกล่าวหาพัวพันกับการค้ายาเสพติด ทำให้ พล.อ.สุจินดา คราประยุร รองประธานสภา รสช. ประกาศยอม “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ คนที่ 19  แทนนายณรงค์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2535

ต่อมาเกิดกระแสกดดันทั้งจากในสภา และพลังมวลชนมากมาย เรียกร้องให้ พล.อ.สุจินดา ลาออก กระทั่งกลายเป็นโศกนาฎกรรมทางการเมือง ในเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ทำให้ พล.อ.สุจินดา ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2535 รวมเวลาอยู่ในตำแหน่งเพียง 47 วัน หลังวิกฤติการเมืองยุติลง ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานรัฐสภา ได้เสนอชื่อ นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ  ที่มาจากพลเรือน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้ทุกฝ่าย

ขณะที่ส.ส.พรรคสามัคคีธรรม หลังหัวเรือใหญ่เจออุบัติเหตุทางการเมือง ก้าวไปไม่ถึงฝัน ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น พรรคเทิดไท มีนายอนุวรรตน์ วัฒนพงศ์ศิริ เป็นหัวหน้าพรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นเลขาธิการพรรค แและยุติการดำเนินงานการเมือง ในเดือนสิงหาคม ปี 2535  ส่วนอดีตส.ส.ก็แตกกระสานซ่านเซ็นไปซบพรรคการเมืองใหม่ อาทิ พรรคชาติไทย ความหวังใหม่ ชาติพัฒนา เป็นต้น

พรรคสามัคคีธรรมในห้วงนั้น เมื่อเทียบกับ พรรค คสช. ณ ปัจจุบัน อาจมีความเหมือนกันในจุดปฎิบัติการดูดอดีตส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ เป็นพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แล้วพลักดันให้ “บิ๊ก คสช.” ขึ้นเป็นนายกฯ ส่วนวิธีการหรือรูปแบบกระบวนการเข้าสู่อำนาจสูงสุดของประมุขฝ่ายบริหาร มีความแตกต่างกันตามสถานการณ์ทางการเมือง และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในขณะนั้น

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ยุค 4.0 จะซ้ำรอยการเมืองยุค “ม็อบมือถือ”หรือไม่ ชวนติดตามยิ่งนัก...
9 ก๊วนการเมืองไทย พร้อมจับขั้วรัฐบาล
กลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองที่อยู่ในสารบบที่พร้อมเป็นพันธมิตรกับพรรค คสช.เพื่อหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ รอบ 2 มีประมาณ 9 กลุ่มการเมือง ที่ประเดิมเป็นพันธมิตรกับฝ่ายรัฐบาลแล้ว กลุ่มแรกคือ กลุ่มพลังชล ในนามพรรคพลังชลของตระกูล “คุณปลื้ม” มี สนธยา บุตรชาย “กำนันเป๊าะ” ผู้กว้างขวางและมีฐานเสียงในเมืองชลบุรีมายาวนาน ซึ่งการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 พรรคพลังชลกวาดที่นั่งส.ส.ในจ.ชลบุรีได้ทั้งหมด 6 ที่นั่ง รวมส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 1 เสียง รวมเป็น 7 ที่นั่งในสภา

กลุ่ม 4 พี่น้อง “เผดิมชัย-ไชยยศ-ไชยา และ อนุชา” แห่งตระกูล “สะสมทรัพย์” ซึ่งการเลือกตั้งปี 2554 เสีย 1 ที่นั่งให้พรรคชาติไทยพัฒนา แต่ยังรักษาฐานเสียงไว้ได้ 4 ที่นั่ง จากทั้งหมด 5 ที่นั่ง

กลุ่มบ้านริมน้ำ  ของ นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นอดีตแกนนำกลุ่ม 16  กลุ่มการเมืองที่เคยสร้างผลงานเปิดซักฟอกแกนนำรัฐบาลประชาธิปัตย์ กรณีสปก.4-01 จนยุบสภามาแล้ว ภายหลังได้แยกย้ายไปตั้งพรรคใหม่หลายคน เช่น กลุ่มนายเนวิน ชิดชอบ ย้ายไปอยู่กับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย

กลุ่มวังน้ำยม หรือพรรคมัฌชิมา ของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ฐานเสียงส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง อาทิ สุโขทัย ชัยนาท ราชบุรี

กลุ่มกปปส. ของ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หลังยุติบทบาททางการเมือง แกนนำกลุ่มกปปส.หลายคนได้แยกย้ายกลับไปอยู่บ้านแม่ธรณีบีบมวยผมเหมือนเดิม

กลุ่มวาดะห์ มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นแกนนำ  คุมพื้นที่ชายแดนภาคใต้ อาทิ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส

พรรคชาติไทยพัฒนา หรือพรรคชาติไทยในอดีต ของตระกูล “ศิลปอาชา” มีฐานเสียงหลักในจังหวัดสุพรรณบุรี อ่างทอง และหลายจังหวัดในภาคกลาง

พรรคชาติพัฒนา มี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค  และคู่เขย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็นหัวหน้าพรรค ฐานเสียงหลักอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา

และพรรคพลังพลเมือง ของ “เสี่ยติ่ง” นายสัมพันธ์ เลิศนุวัตร ได้รวบรวมอดีตส.ส.รุ่นลายครามจากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานเสียงในภาคอีสาน อาทิ  อุดธานี และภาคเหนือ

.............................
เชกชั่นการเมือง หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ |ฉบับ 3361 ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-2 พ.ค.2561
 


เลือกตั้ง Thansettakij พลังดูด