ชสอ. ฮึดสู้รัฐบาล! เลิกคุมเข้มสหกรณ์

4 May 2018








ชสอ. ขู่ยื่นศาลปกครอง! เพิกถอนระเบียบควบคุมการดำเนินงานของสหกรณ์ ยืนยัน ฐานะการเงินแข็งแกร่ง สินทรัพย์รวม 125,000 ล้านบาท ... 'พิเชษฐ์' หงอ! ระบุ ปัญหาทุจริตสหกรณ์จิ๊บจ๊อยแค่ 0.04% พร้อมคลายกฎแก้คำสั่ง

แหล่งข่าวจากชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชสอ. ได้จัดเวทีระดมความเห็น "เรื่องมาตรการและการสื่อสารของรัฐ : รักษาหรือทำลายขบวนการสหกรณ์การเงินของไทย" โดยที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่า ระเบียบประกาศและคำสั่งของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ที่ออกมาบังคับใช้กับสหกรณ์ ไม่มีอำนาจทางกฎหมาย ขอให้สหกรณ์แต่ละแห่งที่เกิดความเสียหายร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อเพิกถอนระเบียบประกาศและคำสั่งนายทะเบียน รวมทั้งยังเสนอให้มีการเดินขบวนเข้าพบส่วนราชการที่กำกับดูแลสหกรณ์ เพื่อแสดงความเห็นคัดค้านมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมา ทำให้สหกรณ์เกิดความเสียหาย โดยจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อคัดค้านมาตรการกำกับดูแลสหกรณ์ของภาครัฐ

 

วีระ วงศ์สรรค์
ประธาน ชสอ.



นายวีระ วงศ์สรรค์ ประธาน ชสอ. เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ผลสรุปเรื่องมาตรการดังกล่าวนั้น เป็นผลพวงจากกรณีหน่วยงานภาครัฐให้ข่าวผ่านสื่อ โดยยกข้อมูลเก่าในอดีตเมื่อปี 2558 ซึ่งระบุความเสียหายของสหกรณ์กว่า 1,200 แห่ง ทำให้สมาชิกสหกรณ์ของ ชสอ. ไม่สบายใจ ไม่เชื่อมั่นสหกรณ์ของตัวเอง และเกรงจะเกิดปัญหาตื่นตระหนกพากันถอนเงินออก

"ชสอ. เตรียมพร้อมเพื่อให้สมาชิกสบายใจ โดยจะมีคณะทำงานดูแลด้านข้อมูลข่าวสาร เพื่อมิให้เกิดการตีขลุมว่า สหกรณ์ในระบบมีสถานะติดลบ ขณะเดียวกัน ปัจจุบันทางการเองอยู่ในช่วงของการยกระดับสหกรณ์ในระบบและมีมาตรการกำกับดูแลอยู่แล้ว"




สำหรับ ชสอ. สิ้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา สามารถระดมเงินฝากจากสหกรณ์สมาชิกจำนวนเกือบ 1 หมื่นล้านบาท โดยอนุมัติปล่อยกู้ให้สหกรณ์ 34 แห่ง ซึ่งมีความต้องการวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเงินกู้ไปชำระคืนธนาคารเจ้าหนี้ เช่น ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารอื่น ซึ่งเป็นการชำระคืนเงินกู้ตามที่ครบกำหนดแต่ละงวดสัญญา

ปัจจุบัน สถานะของ ชสอ. มีความมั่นคง โดยมีสหกรณ์สมาชิกรวมจำนวน 1,095 แห่ง สินทรัพย์รวม 125,000 ล้านบาท ขณะที่ สมาชิก 270 สหกรณ์ มียอดเงินกู้คงค้างอยู่จำนวน 8.6 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีหนี้เอ็นพีแอลอยู่เพียง 0.0073% ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายที่ ชสอ. กำหนด ไม่ให้เอ็นพีแอลเกินอัตรา 0.01%

 

พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์



นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" เรื่องภาพลักษณ์ของสหกรณ์ ว่า ไม่กังวลอะไร เพราะที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ดีเกือบ 100% โดยเฉพาะ ชสอ. แต่ยอมรับว่า ที่ผ่านมาเวลามีข่าวมาไม่ดี อาจทำให้คนตกใจบ้าง แต่ไม่มาก เพราะถ้ามีข่าวไม่ดีเกิดขึ้นมาก ก็อาจจะเห็นภาพการลาออกจากสมาชิกสหกรณ์ แต่ปัจจุบันยังไม่มีภาพเหล่านั้น พร้อมยืนยันว่า เรื่องทุจริตในกระบวนการสหกรณ์นั้นมีน้อยมาก แค่ 0.04% แต่มีข้อบกพร่องเล็กน้อยในการบริหารงานเท่านั้น ส่วนร่างระเบียบประกาศคำสั่งใดที่ออกมาบังคับใช้กับสหกรณ์ที่มีปัญหา ทางกรมก็พร้อมที่จะแก้ไขเพื่อให้สหกรณ์เดินได้

"การบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ทางกรมก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา เพราะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะเดินไปเคียงข้างกัน แต่ถ้าภาครัฐกับสหกรณ์เดินคนละทางจะทำให้ไปด้วยกันไม่ได้ ดังนั้น ยืนยันว่า อะไรที่เป็นปัญหาทางกรมพร้อมที่จะรับฟัง แก้ไข เพื่อให้งานของสหกรณ์เดินได้และสร้างความเข้มแข็ง"




สำหรับมาตรการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ตามข้อเสนอแนะของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ออมทรัพย์จะออกประกาศเพิ่มเติม เช่น 1.การดำรงสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1.5 เท่าของทุนรวมยอดเงินฝาก ซึ่ง ชสอ. เสนอให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 2-3 เท่าของทุน ไม่รวมยอดเงินฝากก่อน จากนั้นทยอยปรับลดลงมาเหลือไม่เกิน 1.5 เท่า ภายในระยะเวลา 3-5 ปี ทาง ธปท. ยอมผ่อนผันให้เหลือ 2% ของทุน แต่ให้รวมยอดเงินฝากด้วย

ส่วนเรื่องการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องกำหนดไว้ที่ 3% แบ่งเป็นเงินสด 1% ที่เหลืออีก 2% เป็นสินทรัพย์ที่มั่นคง เช่น เงินฝาก, พันธบัตร จากก่อนหน้ากระทรวงการคลังเสนอให้ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องที่ 6% ของสินทรัพย์

 


นอกจากนี้ กรมส่งเสริมฯ ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลสหกรณ์ เรื่องนำเงินสภาพคล่องส่วนเกินไปฝากกับสหกรณ์อื่น โดยสหกรณ์ที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 5,000 ล้านบาท จะนำเงินไปฝากกับสหกรณ์อื่นได้ไม่เกินทุนสำรองรวมทุนเรือนหุ้นของตนเอง และนำเงินไปลงทุนในสหกรณ์แต่ละแห่งได้ไม่เกิน 10% ของทุนสำรองรวมทุนเรือนหุ้น และประเด็นการปล่อยกู้วนซ้ำ ซึ่งลดลงมาก แทบจะไม่มี

เช่น การปล่อยกู้สหกรณ์เอระยะเวลาทำสัญญา 36 เดือน หรือ 3 ปี แต่ผ่านไป 1-2 ปี สหกรณ์เอต้องการขยายวงเงินกู้ จะต้องทำสัญญากู้ฉบับใหม่ และสหกรณ์ดังกล่าวจะต้องตั้งสำรองเต็ม 100% หรือ กรณีสหกรณ์ทุกประเภทต้องการวงเงินกู้จำนวน 100 ล้านบาท จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่และต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนด้วย


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,362 วันที่ 3-5 พ.ค. 2561 หน้า 01-02
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เสนอสูตร "พัก 4 จ่าย 2" ปลดล็อกสหกรณ์รถไฟ
ศาลปกครองกลางตัดสิน! ไม่คุ้มครองสหกรณ์วังน้ำเย็นผลิตนมฟลูออไรด์




ฐานเศรษฐกิจ ชสอ. Thansettakij สู้รัฐบาล คุมเข้มสหกรณ์ เลิกคุมเข้มสหกรณ์