พาณิชย์จับมือบิ๊กอี-มาร์เก็ตเพลสตีตั๋วSMEไทยรุกค้าออนไลน์โลก

2 May 2018






กรมส่งเสริมการค้าฯ จับมือ E-Marketplace ระดับโลก ตีตั๋วให้ SME ไทยเข้าถึงตลาดออนไลน์ระดับโลก พร้อมชูสิทธิพิเศษ เล็งให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการแบบ VIP จากที่รัฐบาลมีแผนพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 เร่งเดินเครื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมชวนผู้ประกอบการ SME หรือ เกษตรกรร่วมกันบุกเบิกตลาดออนไลน์ เพื่อโอกาสนำสินค้าไปขายตลาดโลกได้ โดยไม่ต้องอาศัยพ่อค้าคนกลาง ซึ่งล่าสุดกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชงตลาดออนไลน์สายเลือดไทยThaitrade.com เชื่อม Tmall.com เตรียมสิทธิพิเศษหวังหนุนผู้ประกอบการตีตลาดต่างประเทศง่ายขึ้น

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบการค้าเปลี่ยนแปลงจากการค้าปกติ เป็นการค้าขายผ่านออนไลน์มากขึ้น (E-commerce) ซึ่งสอดรับกับนโยบายของประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 4.0 ที่ทางนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องการให้ E-commerce เป็นเส้นทางการค้าแห่งใหม่ของผู้ประกอบการ SME และ เกษตรกร ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่เน้นความรวดเร็วและความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าต่างๆ มากขึ้น

การซื้อขายผ่านการค้าออนไลน์หรือ E-commerce ก็สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีซึ่งหากดูจากสถิติมูลค่าการซื้อขายใน E-commerce ปี พ.ศ. 2559 จะพบว่ามีมูลค่าสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ B2C หรือธุรกิจกับผู้บริโภค ประมาณ 7 แสนล้านบาท หรือ 27.47% จากมูลค่ารวมทั้งหมด ทั้งนี้รูปแบบ B2C ยังมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของประชาชนที่เข้าถึง และให้ความสำคัญกับตลาดดิจิทัลมากขึ้น



“สำหรับการค้าออนไลน์ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่มีภารกิจหลักที่สำคัญในการค้นหาตลาดต่างประเทศใหม่ๆ ที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูงให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทย ก็มีความยินดีเป็นอย่างมาก พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะ E-commerce จะช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กๆ ให้มีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ คนที่อยู่ไกลก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าขนส่งในการเดินทางมาค้าขายสินค้า ทั้งผู้ประกอบการยังสามารถบริหารจัดการและวางแผนการผลิตสินค้าได้

ทำให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำและปัญหาสินค้าล้นตลาดได้อย่างดี ส่วนอีกผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรจะได้อย่างแน่นอนนั้นคือ การเปิดตัวสินค้าในตลาดที่กว้างขึ้นก็จะเพิ่มโอกาสของการขายสินค้าได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการหรือแม้แต่เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นตามไปด้วย”

นางจันทิรา กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้ ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงได้เปิดตลาดออนไลน์สายเลือดไทยอย่างThaitrade.com ที่ถือเป็น E-Marketplace อันดับ 1 ของประเทศไทยขึ้นมา เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงระบบการค้าออนไลน์ผ่านความช่วยเหลือของกรมฯ โดยผู้ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Thaitrade.com จะได้รับสิทธิพิเศษมากมายจากการเป็นสมาชิก เช่น การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับผู้นำเข้าตัวจริงจากทั่วโลกหรือส่วนลดค่าบริการขนส่งสินค้าภายในประเทศ 10% และต่างประเทศสูงสุดถึง 40% รวมถึงการเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นกับ Thaitrade.com ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจ และองค์กรพันธมิตรชั้นนำต่างๆ เป็นต้น



การเป็นสมาชิก Thaitrade.com ยังเป็นการเปิดช่องทางส่งออกสำคัญผ่านตลาดออนไลน์ได้ทั่วโลก เนื่องจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้มีการจับมือเป็นพันธมิตรกับE-Marketplace ระดับโลกอีกมากมายอาทิ ลาซาด้า(Lazada) , อีเบย์(eBay) และกูเกิ้ล(Google)อเมซอน (amazon)หรือแม้แต่ในภูมิภาคอาเซียนเองก็ได้จับมือเปิดตลาดออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยสิงคโปร์ร่วมกับช็อปเจเจ (Shop JJ) ฝั่งแอฟริกาได้ร่วมกับโกโซโก้ (Gosoko) ตะวันออกกลางร่วมกับซูคดอทคอม (souq.com)ของดูไบ

ล่าสุดได้ประสานความร่วมมือกับE-Marketplace อันดับ1 ของจีนในเว็ปไซต์TMallของอาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ซึ่ง E-Marketplace ทั้งหมดจะคัดเลือกสินค้าจาก Thaitrade.com ที่ถือเป็นศูนย์รวมสินค้าไทยคุณภาพดีไว้มากมาย ก่อนที่จะนำไปจำหน่ายสู่ประเทศต่างๆ ด้วยพันธมิตรที่มากมายจากทั่วโลก ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยหรือเกษตรกรที่ทำการค้าผ่านThaitrade.com สามารถซื้อขายหรือส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ



“นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับสิทธิพิเศษมากมายจากพันธมิตร เช่น อาลีบาบาให้สิทธิพิเศษกับประเทศไทยในการเปิดThai Flagship Storeบนเว็บไซต์ TMall ซึ่งถือเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าดีของไทยบนเว็บไซต์ TMall ทำให้เราเหมือนมีหน้าร้านเอง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังได้รับสิทธิยกเว้นการจดทะเบียนบริษัทในเมืองจีน ตามหลักเกณฑ์ของการเข้าซื้อขายสินค้าในTMallซึ่งช่วยลดต้นทุนได้เป็นหลักแสนบาท เป็นต้น ประกอบกับประเทศจีนมีความนิยมและชื่นชอบผลไม้ของไทย ย่อมเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับผู้ประกอบการไทย นำรายได้เข้าประเทศ รวมถึงเกษตรกรที่ต้องการยกระดับตนเองไปสู่ผู้ค้าส่งออกก็สามารถทำได้

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจต้องการก้าวเข้าสู่การซื้อขายในตลาดE-Marketplace ชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก จะต้องเป็นสมาชิก Thaitrade.com รวมถึงต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก่อน ซึ่งหากใครยังไม่เป็นนิติบุคคล สามารถขอคำปรึกษาหรือเข้าอบรมเพิ่มองค์ความรู้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ซึ่งจะมีจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ E-commerce โดยขณะนี้มีคนสนใจเข้าร่วมอบรมไปแล้วกว่า 5,000ราย”

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นส่วนหนึ่งกับไทยเทรดดอทคอม โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ง่ายๆ ได้ที่ www.thaitrade.com หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169



เอสเอ็มอี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ออนไลน์ อี-มาร์เก็ตเพลส