ทางออกนอกตำรา : ‘แจ็ค หม่า’ ปักธงไทยโอกาสหรือวิกฤติ

25 April 2018






ปรากฏการณ์ “แจ็ค หม่า เจ้าพ่ออี-คอมเมิร์ซโลก” ยกทัพบุกไทย พร้อมลงนามในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าในโลกอินเตอร์เน็ตและยกระดับพัฒนาคนเข้าสู่โลกการค้าในอนาคตกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ ในสังคมไทย ที่ตื่นกันทั้งเมือง หลายเสียงตื่นเต้นไปกับปรากฏการณ์นี้

หลายคนตกตะลึงและเกิดความกลัวสุดขั้วหัวใจ ว่ายักษ์ใหญ่จากจีนจะกินรวบการค้าของไทยในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างแน่นอน หลายคนโพนทะนาว่า งานนี้สินค้าจากจีนทะลักไทยจนคนตัวเล็กอยู่ไม่ได้แน่นอน

หลายคนโจมตีว่าปรากฏการณ์ขายทุเรียนบนแอพพลิเคชันของอาลีบาบา 8 หมื่นลูก ใน 1 นาทีนั้น เป็นเพียงการขายฝันฉากหน้าของการประชาสัมพันธ์ของ “แจ็ค หม่า ที่มาพร้อมกับมีดคม”

ผมอยากให้สังคมไทยตั้งสติกับโอกาสทางการค้าที่มาเยือนถึงถิ่น อย่ากลัวกับวาทกรรมที่กำลังทำให้คนหลงทาง

เพราะอะไรนะหรือ เพราะว่าระบบการค้าโลกกำลังเดินไปสู่จุดนั้น ถ้าเราปรับตัวไม่ทันเราตกเครื่อง...แน่นอน ใช่มั้ย แล้วทำไมเราจึงกลัวมัน

ผมพาไปดูเรื่องราวแห่งความกลัว 27 มีนาคม 2560 “แจ็ค หม่า” ประกาศตั้งศูนย์กระจายสินค้าในมาเลย์แทนไทย

พิชัย นริพทะพันธุ์



พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน หรือเสี่ยแดง ผู้ประกาศเป็นศาสดาด้านเศรษฐศาสตร์ออกมาบอกว่าการที่ อาลีบาบา ประกาศว่าจะไปตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศมาเลเซีย แทนที่จะตั้งในประเทศไทยนั้น เหตุผลหนึ่งที่ นายแจ็ค หม่า เลือกประเทศมาเลเซียเพราะความเป็นมิตรทางธุรกิจ ซึ่งหากพิจารณาประเทศไทยที่มีปัญหาทางการเมืองมายาวนานและระบอบการปกครองที่ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก

อีกทั้งไทยยังไม่ยอมรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เป็นอุปสรรคกับธุรกิจออนไลน์ในอนาคต รวมถึงล่าสุดยังจะมีอภินิหาร ของกฎหมายเรียกเก็บภาษีจากกำไรของหุ้นที่รัฐยึดกำไรไปหมดแล้วอีก ซึ่งการที่ไทยเสียโอกาสครั้งนี้ นับเป็นความเสื่อมถอยของประเทศอย่างมาก เสียงจาก พิชัย ที่ค้านได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว...

9 เมษายน 2561 แจ็ค หม่า เดินทางมาลงนามกับรัฐบาลไทยใน 4 ฉบับ

1. ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล กับสำนักงานอีอีซี
2. ความร่วมมือด้านการลงทุน Smart Digital Hub ในพื้นที่ อีอีซี
3. ความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรในด้านดิจิตอล และการส่งเสริมธุรกิจผ่านอี-คอมเมิร์ซ กับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ให้วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา นำ Platform E-Commerce มาใช้อบรมให้ความรู้กับผู้ประกอบการไทย
4. ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านดิจิตอล และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท Fliggy จัดทำ Thailand Tourism Platform สำหรับประเทศไทย เพื่อนำสินค้าโอท็อป แผนที่ท่องเที่ยวกระจายในระบบออนไลน์แพลตฟอร์ม เชื่อมโยงข้อมูลทางการท่องเที่ยวเมืองรองและการท่องเที่ยวชุมชน
โดยเชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวจีน คาดว่ารายได้จากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในธุรกิจท่องเที่ยวจะเติบโต 113,400 ล้านบาท ในปี 2561 เพิ่มเป็น 186,500 ล้านบาท ในปี 2565 รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับ Internet of Things (IOT) ที่เป็นเทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการธุรกิจพร้อมกันนี้จะมีพิธีเปิดการซื้อขายข้าวไทยผ่าน Tmall. com ด้วย

Tmall.com เป็นเว็บไซต์ซื้อขายของออนไลน์ในเครือของ Alibaba แบบ B2C ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ปัจจุบันคนไทยก็มีเว็บไซต์ Tmall.com ให้ได้ใช้กันแล้ว

แผนความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการลงทุนในพื้นที่อีอีซีที่มีมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการในปีนี้ การก่อสร้าง Smart Digital Hub น่าจะเปิดได้ในปี 2562

พิชัย เจ้าเก่ายังตั้งข้อสังเกตว่า แจ็ค หม่า ตัดสินใจลงทุนในไทยน้อยกว่าที่ประกาศว่าจะลงทุนในมาเลเซียถึง 5 เท่า และประกาศให้มาเลเซียเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไทยไม่ได้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้

พิชัย ระบุว่า อยากให้รัฐบาลคำนึงว่าการค้าออนไลน์เป็นธุรกิจที่จะขยายตัวอย่างมากในปัจจุบันและในอนาคต หากประเทศไทยตามไม่ทันอาจถูกครอบงำได้ และธุรกิจใหญ่เล็กในประเทศก็จะได้รับผลกระทบทั้งหมด การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เชื่อว่านายแจ็ค หม่า รวยแล้ว และจะมาช่วยโดยไม่หวังประโยชน์ อาจจะเป็นคำพูดที่ขาดการไตร่ตรองทางความคิด เพราะคงไม่มีพ่อค้าคนไหนควักเงินมาลงทุนเป็นหมื่นล้านบาทแล้วจะไม่หวังประโยชน์ตอบแทนแน่นอน

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ



ขณะที่ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ตลาดดอทคอม และนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เห็นว่า การเข้ามาของแจ็ค หม่า ทำให้อาลีบาบาได้เปรียบสูงมาก เพราะว่ารัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงสนับสนุนให้แจ็ค หม่า เข้ามามีบทบาท เมื่อเข้ามาในจังหวะที่รัฐบาลไทยและทุกๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมเปิดรับ ทำให้เขาได้เปรียบ เพราะสามารถต่อรองกับรัฐบาลได้ดีกว่าการเข้ามาเอง

สิ่งที่น่ากังวล คือ สินค้าจีนจะเข้ามารุกรานสินค้าไทย อัตราการจ้างงานแรงงานในอุตสาหกรรมหลายๆ อย่างที่เป็นตัวกลางจะหายไป เทรดเดอร์ที่เป็นตัวกลางนำสินค้าจากจีนเข้ามา ก็อาจจะล้มหายตายจาก อัตราการจ้างงาน แรงงานหลายๆ อย่างที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็นตัวกลางก็จะหายไป โรงงานผู้ผลิตสินค้าต่างๆ ที่ผลิตอยู่ในเมืองไทยก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ เพราะว่าของจีนต้นทุนถูกกว่า

“ค้าปลีกในอนาคตจะเป็นเหมือน Amazon ที่อเมริกา ซึ่งตอนนี้ Amazon ครอบงำตลาดอเมริกาหมดแล้ว...ฆ่าพวกธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมหมด ซึ่งนั่นคืออนาคตที่ประเทศไทยจะเป็น และนั่นคือ อเมริกากินอเมริกา แต่นี่คือจีนจะเข้ามากินไทย”


นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอาลีบาบา กรุ๊ป



ภาวุธ ระบุว่า แจ็ค หม่า และเครืออาลีบาบาทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ จึงมีข้อมูลเยอะ และอาจจะเยอะกว่าธนาคารหรือธุรกิจอื่นๆ ทั้งหมด เมื่อเข้ามาในไทยแล้วจะกระทบกับระบบธนาคาร ทั้งการปล่อยกู้เงิน การกู้ยืม โดยกระทบกับทั้งอุตสาหกรรม และคาดว่าในอนาคต ธุรกิจค้าปลีกจะเข้าสู่ตลาดออนไลน์ทั้งหมด แต่ก็จะตกไปอยู่ในมือต่างชาติแบบเบ็ดเสร็จในอีกสักประมาณ 5 ปีข้างหน้า นี่คือข้อคิดเห็นจากปรากฏการณ์ "แจ็ค หม่า" มาไทย

ถ้ามองอย่างไม่มีสติเราอาจเห็นวิกฤติ แต่หากมองถึงโอกาส เราต้องบอกตัวเองว่า ไม่มีแจ็ค หม่า ก็ต้องมี “แจ็คหมู่” เข้ามาในตลาดนี้อยู่ดี

ในโลกของความจริงแล้ว “เวลา” กับ “โอกาส” เป็น 2 อย่างที่ไม่เคยรอเรา ถ้ามันมาแล้วไม่รีบคว้าเอาไว้จะเป็นการยากที่จะได้พบมันอีกหน

หน้าที่ของเรา ไม่ใช่นั่งรอโอกาสให้วิ่งมาหาเรา แต่เรามีหน้าที่พัฒนาความรู้ความสามารถให้รู้มากพอและเก่งมากพอที่จะหยิบโอกาสที่มันอยู่รอบตัวมาสร้างชีวิต สร้างอนาคต สร้างความสำเร็จ และความรํ่ารวยให้ชีวิต

ผมชอบแนวคิดของฝรั่งท่านหนึ่งที่เคยเป็นผู้บริหารธนาคารเอบีเอ็นแอมโร เอเชีย ท่านเคยบอกผมว่า....

..........................
คอลัมน์ |ทางออกนอกตำรา| หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3360 ระหว่างวันที่ 26-28 เม.ย.2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว


อาลีบาบา แจ๊ค หม่า Thansettakij