ปลดฟ้าผ่า!! กรรมการสหกรณ์สโมสรรถไฟ

04 เม.ย. 2561 | 12:54 น.
กรมส่งเสริมสหกรณ์ใช้อำนาจนายทะเบียนสหกรณ์ปลดคณะกรรมการสหกรณ์สโมสรรถไฟชุดที่ 12 ทั้งคณะ หลังเพิกเฉยไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีกรรมการชุดเก่าที่ทำผิดระเบียบปล่อยเงินกู้จนสหกรณ์เสียหายกว่า 2,195 ล้านบาท ชี้หากปล่อยไว้นานไปอาจเกิดปัญหาบานปลายคดีหมดอายุความและการแก้ไขปัญหาอาจไม่ได้ข้อยุติ

- 4 เม.ย. 61 - นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ 2/2561 ลง ณ วันที่ 2 เม.ย. 2561 ให้คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ชุดที่ 12 พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ จำนวน 9 ราย หลังจากที่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 ในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ ได้แจ้งว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าว ฝ่าฝืนไม่แก้ไขข้อบกพร่องตามที่นายทะเบียนสหกรณ์สั่งการ ตามมาตรา 22 (1) ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2560 ให้ดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายจากคณะกรรมการสหกรณ์ชุดที่ 7-11 และกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดไว้เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2561 แต่เมื่อถึงวันครบกำหนด คณะกรรมการสหกรณ์ฯ ชุดที่12 ไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่งแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ และจากการตรวจสอบพบว่าคณะกรรมการสหกรณ์ฯชุดที่ 12 ที่เหลืออยู่ 9 คนนั้น เป็นผู้ที่อยู่ในคณะกรรมการสหกรณ์ชุดที่ 7-11 ที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ด้วย กรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ จึงได้ออกคำสั่งให้ปลดคณะกรรมการชุดดังกล่าวออก และตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เป็นการชั่วคราวจำนวน 15 ราย เพื่อเข้าไป แบนเนอร์รายการฐานยานยนต์

แก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จ และจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสหกรณ์ชุดใหม่เข้ามาบริหารงาน ภายใน 180 วัน

ทั้งนี้ ปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างปี 2555–2559 สหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ได้มีการอนุมัติและจ่ายเงินกู้ให้กับสมาชิก 6 ราย รวม 199 สัญญา เป็นจำนวนเงิน 2,285.87 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจ่ายเงินกู้เกินกว่าระเบียบของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด จึงถือว่ามีการกระทำละเมิดต่อสหกรณ์ฯ ก่อให้เกิดความเสียหายไม่น้อยกว่า 2,195 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของสมาชิกสหกรณ์ และกระทบถึงการขาดสภาพคล่องของสหกรณ์ในปัจจุบัน สมาชิกได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถถอนเงินและกู้เงินจากสหกรณ์ได้

การที่คณะกรรมการสหกรณ์ฯชุดที่ 12 มีเจตนาที่จะไม่ดำเนินการตามคำสั่งนายทะเบียน ถือเป็นการกระทำการและงดเว้นการทำการในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง จนเป็นเหตุให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์และสมาชิก แม้ว่าที่ผ่านมาทางผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 จะเปิดโอกาสให้ทางคณะกรรมการชุดนี้ ได้โต้แย้งแสดงหลักฐาน และได้แจ้งว่า หากไม่ดำเนินการอาจถูกให้พ้นจากตำแหน่ง แต่ก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนครบกำหนดและไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ และหากปล่อยไว้อาจทำให้คดีหมดอายุความได้ นายทะเบียนจึงได้ใช้อำนาจร้องทุกข์และฟ้องคดีแทนสหกรณ์ โดยร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสน.บางรักและส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2561 เป็นต้นมา แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า นอกจากการออกคำสั่งนายทะเบียนให้ปลดคณะกรรมการชุดที่ 12 ออกทั้งคณะแล้ว ขณะนี้กรมฯ ยังใช้อำนาจนายทะเบียนสหกรณ์ ในการไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับคณะกรรมการฯ ชุดที่ 7-11 จำนวน 26 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน สำหรับคดีแพ่ง นายทะเบียนสหกรณ์ ได้ยื่นฟ้องกลุ่มคณะกรรมการฯ ดังกล่าว เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ในกรณีที่บริหารงานทำให้เกิดความเสียหายในสหกรณ์ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานอัยการ ซึ่งทั้งสองกรณีดังกล่าว ต้องรอให้ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งฟื้นฟูกิจการสหกรณ์ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลฐานะทางการเงิน ปรากฏว่า ขณะนี้ สหกรณ์ฯ ไม่มีสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ ไม่สามารถปล่อยเงินกู้ให้กับสมาชิก และไม่สามารถคืนเงินฝากให้กับผู้ฝากเงินได้ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้ประชุมหารือร่วมกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ คณะกรรมการสหกรณ์และสหกรณ์ที่เป็นเจ้าหนี้และผู้ฝากเงินแล้ว 2 ครั้ง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของสหกรณ์ อีกส่วนหนึ่งคือจะหาแนวทางในการช่วยเหลือสหกรณ์อีก 15 แห่ง ที่นำเงินมาฝากไว้กับสหกรณ์ โดยการพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์เหล่านี้ ว่าขณะนี้ได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว