
“รัฐสภาใหม่”สุดฉาว! ภายใต้อุ้งมือ “ซิโน-ไทย”
ปัญหาเริ่มขึ้นนับตั้งแต่การหาสถานที่ตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างโครงการที่ใช้เวลาถึง 15 ปี จึงได้ข้อสรุป โดยปี 2536 รัฐบาลนายชวน หลีกภัย จุดประกายแนวคิดจะใช้ที่ ราชตฤณมัยสมาคม หรือ สนามม้านางเลิ้ง เป็นสถานที่ก่อสร้าง ต่อมาในรัฐบาลชวน 2 (ปี 2542) กลับลำเปลี่ยนให้ย้ายมาใช้ที่ดินของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือ บริเวณสถานีกลางบางซื่อ ในปัจจุบัน หลังจากนั้นอีก 1 ปีก็เสนอให้มาใช้ “ที่ดินราชพัสดุย่านแยกเกียกกาย” ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ในปัจจุบันแทน
ข้อสรุปเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 2551 สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นประธานการประชุมเพื่อคัดเลือกสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาใหม่ด้วยตัวเอง โดยมีมติให้มาใช้ที่ดินราชพัสดุย่านเกียกกาย ซึ่งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ตามเดิม
โครงการนี้จึงถูกพับเก็บใส่ลิ้นชักไว้ชั่วคราว เนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี กระทั่งในเดือนมีนาคม 2556 สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดประมูลคัดเลือกเอกชนเพื่อก่อสร้างอาคารและอาคารประกอบของรัฐสภาแห่งใหม่โดย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอราคาต่ำสุดได้สัญญาก่อสร้างมูลค่า 12,280 ล้านบาทไป มีระยะดำเนินการ 900 วัน หรือตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2556 - 24 พฤศจิกายน 2558
ระหว่างดำเนินโครงการเกิดปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างบริเวณโรงเรียนโยธินบูรณะ ชุมชนองค์การทอผ้า และบ้านพักทหาร ที่ส่งมอบได้เพียง 80% นำมาสู่การขอขยายเวลาก่อสร้างให้กับบริษัท ซิโน-ไทยฯ โดยสำนักเลขาธิการสภาฯเห็นชอบให้ขยายเวลาครั้งแรกจำนวน 387 วัน จากสิ้นสุดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 เป็น 15 ธันวาคม 2559 เมื่อดำเนินการก่อสร้างมาได้ระยะหนึ่งประสบปัญหาการะบายดินที่ขุดขึ้นมาเพื่อสร้างชั้นใต้ดินของอาคารรัฐสภาราว5 แสนลูกบาศก์เมตร จึงขอขยายเวลาครั้งที่ 2 อีกจำนวน 421 วัน เป็นสิ้นสุดในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561
สรุป 3 ครั้ง บริษัท ซิโน-ไทยฯ ขอขยายรวม 1,497 วัน หรือกว่า 4 ปี จากกำหนดเดิมต้องแล้วเสร็จภายใน 900 วัน หรือประมาณ 2 ปี 4 เดือน ทั้งนี้ ในสัญญาเดิมนั้นระบุว่า หากการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่กำหนด ผู้รับเหมาต้องเสียค่าปรับวันละประมาณ 12 ล้านบาท
น่าสนใจว่า กรณีนี้หน่วยงานเจ้าของโครงการได้เห็นชอบขยายเวลาให้ 3 ครั้ง เกือบ 1,500 วัน คิดเป็นค่าปรับเกือบ 18,000 ล้านบาทนี้ จึงเกิดคำถามตามมาว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนหรือไม่ ในขณะที่มีรายงานว่า บริษัทซิโน-ไทยฯ จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จำนวน 1.6 ล้านบาท
ปมอื้อฉาวยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังเช่น การตั้งข้อสังเกตกรณีการว่าจ้างบริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์เนชั่นนัล จำกัด มาเป็นที่ปรึกษาวางระบบไอทีโดยวิธีพิเศษ ไม่ได้จัดจ้างวิธีการประกวดราคา อ้างว่า มีเวลาจำกัดในการหาผู้ว่าจ้าง ทั้งๆ ที่โครงการนี้เริ่มมาตั้ง 4 ปีแล้ว เหตุใดจึงไม่ประกวดราคาไปตั้งแต่โครงการก่อสร้างรัฐสภาเริ่มต้นขึ้น
นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า มีความพยายามที่จะแก้ไขแบบก่อสร้างบริเวณโถงกลางรัฐสภาแห่งใหม่จากที่เคยกำหนดให้รับลมจากแม่น้ำเจ้าพระยา เป็น ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แทน รวมถึงกรณีที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ และนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบของระบบไอซีทีจากเดิมกำหนดไว้ที่ 3,000 ล้านบาท ปรับเป็น 6,900 ล้านบาท ล่าสุดขยับเป็น 8,640 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1,700 ล้านบาทแล้ว
“งบประมาณด้านไอทีซึ่งถือว่า จำเป็น เพราะถ้ามีเพียงโครงสร้างหลักแต่ไม่ได้นำระบบมาใส่ไว้ก็จะเกิดความเสียหายจึงควรดำเนินการควบคู่กันไปโดยได้หารือกับสำนักเลขาธิการนายกฯ ขอปรับลดงบประมาณบางส่วนที่ไม่จำเป็นลง ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาโดยเร็ว”
ล่าสุดยังออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่จากพื้นที่จอดรถ 3,000 คัน เหลือเพียง 2,000 คัน โดยยืนยันว่า ต้องสร้างตามแบบที่กำหนดไว้ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่จอดรถใหม่ขัดกับเทศบัญญัติกรุงเทพมหานคร
ในขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ว่า มีการละเมิดกฎหมายหลายกรณี ไม่ควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมาย อาทิ การก่อสร้างห้ามกระทำในวันเสาร์- อาทิตย์ ก่อสร้างไม่เกิน 16.00 น. และการก่อสร้างต้องมีการเอาผ้าคลุมเพื่อไม่ให้ฝุ่นกระจาย เป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อห้ามต่างๆ เหล่านี้ถูกละเมิดทั้งหมด ซึ่งจะมีการแจ้งความที่ สถานีตำรวจนครบาลเขตดุสิต ต่อไปด้วย
สำหรับปัญหารการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ที่ยืดแล้วยืดอีกนั้น นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีตส.ว.อุทัยธานี ในฐานะที่เคยเป็นกรรมการตัดสินการประกวดแบบและกรรมการควบคุมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ แสดงความคิดเห็นว่า จะทำอย่างไรให้การก่อสร้างเสร็จตามเป้าหมาย วันนี้เวลายืดมาหลายปีแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือ สถาบันรัฐสภาและข้าราชการรวมถึงผู้รับเหมาที่ตกเป็นจำเลยสังคม การทุจริตเป็นเรื่องของบุคคลบางกลุ่ม รัฐมีหน้าที่ตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิด
......................
เซกชั่นการเมืองหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3354 ระหว่าง วันที่ 3-5 เมษายน 2561

