ที่นี่ไม่มีความลับ : เปิด 4 ขั้วการเมือง ชูใครเป็นนายกฯ!

4 April 2018






ความเคลื่อนไหวทางการเมืองจากกลุ่มต่างๆ เริ่มมีความชัดเจนขึ้น แม้จะมีการจัดตั้งพรรคการเมืองทั้งใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา และพรรคการเมืองเก่าเตรียมเคลื่อนไหวในวันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป ซึ่งชัดเจนแล้วว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรืออีก 10 เดือน (300 วัน) ข้างหน้านี้
142913แต่แม้จะมีหลายพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้น แต่พรรคหลักๆ ยังแบ่งออกเป็น 4 ขั้ว ส่วนอื่นเป็นองค์ประกอบที่ไม่ใช่ตัวหลักทางการเมือง ขั้วแรกคือ พรรคเพื่อไทย ที่พยายามรักษาฐานส.ส.และพื้นที่เดิม จับมือจัดตั้งร่วมกับ พรรคอนาคตใหม่ ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งค่ายไทยซัมมิท หลานชายของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย คู่บุญ ทักษิณ ชินวัตร ถือเป็น 2 พรรคหลักในการสนับสนุนทายาททางการเมืองของ ทักษิณ ชินวัตร ที่บัดนี้ยังไม่มีการเคาะว่าเป็นใคร กับ
mSQWlZdCq5b6ZLkwX8vtSKF2W0NBLjnz
ขั้วที่ 2 คือ พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่แว่วๆ ว่า อาจจะบรรลุการเจรจากับ “ลุงกำนัน” ที่จะให้หยุดความแตกแยกภายในงดตั้ง พรรค กปปส. หรือ พรรคมวลมหาประชาชน ถ้าบรรลุก็จะทำให้ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ไม่แบ่งแยกกัน ตรงกันข้ามหากเจรจาไม่ลงตัว ฐานคะแนนก็จะถูกแบ่งทำให้ประชาธิปัตย์เล็กลงไปทันที แน่นอนว่าขั้วนี้ชู อภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีในการสู้ศึกเลือกตั้ง
ขั้วที่ 3 คือ การจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่ใครๆ ในแวดวงการเมืองก็รู้ว่าเป็นการขับเคลื่อนของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพื่อชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อีกรอบหลังการเลือกตั้ง แม้ว่าขณะนี้แม่ทัพตัวจริงยังไม่ออกมามีชื่อในนามแกนนำพรรคที่เปิดเผย แต่ให้จับตาเดือนมิถุนายน ที่ตัวจริงจะเริ่มเปิดออกมาให้เห็นหน้าตักทั้งคนในรัฐบาลนี้และอดีตแกนนำส.ส.ในพื้นที่ กำลังมีการรวบรวมขุนศึกและไพร่พลอยู่
ส่วนขั้วที่ 4 คือ พรรค SMEs ทั้ง ภูมิใจไทย ของ เนวิน ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล ชาติไทยพัฒนา ของคุ้มสุพรรณ, ชาติพัฒนา ของ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ พลังชล รวมทั้งพรรคประชาชาติ (กลุ่มวาดะห์) หรือพรรคเล็กพรรคน้อยทยอยตั้งขึ้น ถือเป็น กลุ่ม “หวังร่วมรัฐบาล” ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าจะอยู่ขั้วไหนที่ชัดเจน แต่ฟันธงได้ว่าขั้วที่ 4 นี้ เป็นรัฐบาลชัวร์ เพราะ 3 ขั้วแรกไม่มีใครชนะเบ็ดเสร็จ และ “ขั้วทักษิณ” ที่มั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้งด้วยคะแนน 220 ที่นั่ง (อันนี้เพื่อไทยคุยโม้เอง) ก็จำเป็นต้องเอาขั้วที่ 4 เข้าร่วมเช่นกัน แต่พรรคตัวแปรขั้ว 4 จะยังไม่เดินเครื่องหนัก เพราะ “ออกตัวก่อนเสียเงินก่อน” อย่างไรก็ได้ร่วมรัฐบาลอยู่แล้วอยู่ที่ว่า “คณิตศาสตร์ทางการเมือง” จะลงตัวสูตรไหน ขั้วนี้จึงไม่ชูใครอย่างจริงจัง

ถ้าคำนวณจำนวน ส.ส.ทั้งในระบบพื้นที่ และสัดส่วนผสมตามจินตนาการของพรรคการเมืองทั้ง 4 ขั้ว สภาผู้แทนราษฎรต้องมีส.ส.ราว 1,000 คน เพราะแต่ละพรรคต่างอ้างว่าจะได้ ส.ส.มากที่สุด ด้วยการ อ้างดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการระดมทุนของแต่ละพรรค แต่ของจริงจะได้เท่าไหร่อยู่ที่เจ้าของอำนาจอธิปไตย คือ ประชาชน จะตัดสินว่าจะลุกขึ้นมาปฏิวัติการเลือกตั้ง เลือกคนดีพรรคดีเข้าทำหน้าที่แทนตน หรือยังเห็นแก่เงินเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ชาติย่อยยับเหมือนเดิม ขอร้องเจ้าของอำนาจอธิปไตยจงใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ “เป็นตะแกรงร่อน” หาตัวแทนที่มีคุณภาพสักครั้งเถิด

......................
คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ / หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3354 ระหว่าง วันที่ 3-5 เมษายน 2561



ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกตั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนวิน ชิดชอบ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคพลังประชารัฐ Thansettakij