‘ชาติศิริ’ พร้อมรับมือดิจิตอล ความปลอดภัยคือหัวใจการเงิน

31 March 2018






Digital Technology ที่เข้ามา Disrupt ทุกธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการเงินที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านจากสังคมไร้เงินสดสู่ธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตอบโจทย์กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเน้นบริการที่ง่าย สะดวก รวดเร็วแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างความเป็นต่อในเชิงธุรกิจ

บมจ. ธนาคารกรุงเทพ คือหนึ่งในธนาคารชั้นนำของประเทศและครองตำแหน่งอันดับ 7 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเห็นได้จากเครือข่ายบริการ 32 สาขาใน 15 ประเทศ และด้วย กระแสการเข้ามาของ สตาร์ตอัพประเภทฟินเทค จึงก่อให้เกิดบริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งมีธนาคารกรุงเทพถือหุ้น 100% ด้วยทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท โดยสามารถเข้าไปถือหุ้นในฟินเทคไม่เกิน 10% หรือการเข้าไปร่วมกลุ่มพันธมิตร R3 (R3 Consortium) ผู้เชี่ยวชาญในด้านฟินเทค และผู้เชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรมการเงิน

การเข้าไปร่วมกับบริษัท เนสท์ฯ จัดโครงการ Bangkok Bank InnoHub เพื่อบ่มเพาะสตาร์ตอัพกลุ่มฟินเทคระดับโลกต่อยอดผลิตภัณฑ์และการบริการให้กับลูกค้าของธนาคารและยังอยู่ระหว่างเข้าศูนย์ทดสอบนวัตกรรมการเงินในกระบะทราย (Sandbox) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อต่อยอดการชำระเงินผ่าน QRCode ให้เป็นมาตรฐาน เดียวกัน รวมถึงโครงการกระจายจุดติดตั้งเครื่องรับบัตร (EDC)โครงการระบบการชำระเงินอิเล็ก ทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment)ตามนโยบายของรัฐบาล

ชาติศิริ โสภณพนิช



นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่าการดำเนินการต่างๆ ที่ผ่านมาสะท้อนว่า ธนาคารกรุงเทพให้นํ้าหนักในการปรับตัวทั้งด้านบริการต่างๆที่ออกมาในรูปแบบของ Financial Product โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าผู้ใช้บริการไม่ว่าจะเป็นรายบุคคล ผู้ประกอบการภาคธุรกิจต่างๆ และพันธมิตรทางธุรกิจ

“เราเตรียมทุกอย่างกันไว้อย่างเต็มที่ ทั้งโปรดักต์ต่างๆที่ทำไปแล้ว และปีนี้เรายังมีบริการใช้กับเครื่อง EDC ที่ให้ความปลอดภัยและสะดวกขึ้น เป็นการยกระดับ EDC ที่นอกจากสรุปรายการ ข้อมูลการทำธุรกรรมหรือการซื้อขายแต่ละวันได้ด้วยข้อมูลการใช้บัตรเครดิตแล้ว ยังเพิ่มการลงทุนพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในแง่ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หลายอย่างจะทำขึ้นมาซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างทดลองบริการปล่อยกู้อยู่ แต่การอำนวยสินเชื่อผ่านแอพพลิเคชันนั้นอาจจะเห็นในกลุ่มลูกค้าบุคคลก่อนเอสเอ็มอี”

ความคืบหน้าความร่วมมือกับ R3 นั้น ธนาคารจะเข้าไปศึกษาเทคโนโลยี Block Chain และโครงการต่างๆ ซึ่งการมี Consortium ที่มีสถาบันการเงินมากกว่า 80 แห่งเป็นสมาชิก จะทำให้มีโครงการหลากหลายในการพัฒนานวัตกรรม แอพพลิเคชัน และเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งที่ธนาคารเข้าร่วมอีก 2 โครงการคือ สนับสนุนบริการธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (เทรดไฟแนนซ์) โดยต่อยอดเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมทุกขั้นตอน ซึ่งมีธนาคารอื่นเข้าร่วมทำการทดลองด้วย เช่น HSBC , ICBC และ Mizuho

และอีกโครงการคือ นำบล็อกเชนมาใช้บนOpen Account Solution ซึ่งก็มีธนาคารอื่นเข้าร่วมพร้อมทั้งผู้ผลิตช่วยกันสนับสนุนและยังมีแพลตฟอร์มที่อยู่ระหว่างทดลอง “CORDA” เป็นการนำบล็อกเชนมาใช้บน L/C ซึ่งช่วยลดต้นทุนโดยเก็บข้อมูลเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้นไม่เปิดใช้เป็นการทั่วไป จึงมีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย

การก้าวสู่ Digital Banking นอกจากธนาคารจะต้องก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของ Digital Technology แล้ว “ชาติศิริ” ยํ้าว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนา “บุคลากร” ให้เข้าใจและพร้อมปรับตัวเข้ากับโลกการเงินในยุคใหม่ด้วย ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและกระตุ้นให้บุคลากรตื่นตัวที่จะเรียนรู้กับ Digital Technology พัฒนาขีดความสามารถให้สูงขึ้น เพื่อให้พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,352 วันที่ 29 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2561


ธนาคารกรุงเทพ ดิจิตอล การเงินอิเล็กทรอนิกส์ บัวหลวงเวนเจอร์ส