'ไทย' หวังอานิสงส์ 'จีน' เปิดศึก 'สหรัฐฯ'!! มั่นใจไม่ขยายวง

28 March 2018








“สหรัฐฯ - จีน” เปิดสงครามการค้า “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” จ่อขึ้นภาษีตอบโต้นับพันรายการ เอกชนหวังไทยได้อานิสงส์ ส่งออกไปสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าจีนเพิ่ม นักวิชาการเชื่อไม่บานปลาย

การลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2561 เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อ้างเหตุผลเพื่อลงโทษจีน ที่ได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายลดการขาดดุลการค้าจีนลงให้ได้ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี จาก 3.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ



สินค้าที่ตกเป็นเป้าหมายการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ระบุ เป็นสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี การสื่อสารโทรคมนาคม ที่จีนมีข้อได้เปรียบเหนือสหรัฐฯ จำนวน 1,300 รายการ โดย ‘ทรัมป์’ จะสั่งการให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เปิดเผยรายการสินค้าที่จะถูกเรียกเก็บภาษีภายใน 15 วัน และจะมีช่วงเวลา 30 วัน ในการรับฟังความเห็นจากประชาชน นอกจากนี้ ‘ทรัมป์’ ยังได้สั่งการให้รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เสนอการตั้งข้อจำกัดต่อการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ ด้วย

ขณะที่ ทางการจีนเตรียมตอบโต้สหรัฐฯ โดยจะเผยรายชื่อสินค้าของสหรัฐฯ 128 รายการ ที่จะเผชิญกับกำแพงภาษีสูงสุด 25% เพื่อตอบโต้ ‘ทรัมป์’ มูลค่ารวมราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาทิ เนื้อสุกร ไวน์ ผลไม้ และเหล็กกล้า แต่จีนจะให้โอกาสสหรัฐฯ ในการเจรจาแก้ไขปัญหากันก่อน หากไม่สามารถตกลงกันได้จึงจะเริ่มใช้มาตรการด้านภาษีกับสหรัฐฯ




นายชัยชาญ เจริญสุข เลขาธิการ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก ให้ความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หากเกิดสงครามการค้าขึ้น เชื่อว่าไทยจะได้รับผลบวกมากกว่า เพราะหากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าจีน จะทำให้สินค้าที่ไทยสามารถส่งออกทดแทนจีนได้ จะได้อานิสงส์ส่งออกไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ยาง พลาสติก และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน จากสินค้าจีนได้รับผลกระทบด้านภาษีสูงขึ้น คาดจะมีนักลงทุนจีนย้าย หรือ ขยายฐานการลงทุนมาไทย เพื่อใช้เป็นฐานผลิตส่งออกไปสหรัฐฯ และตลาดอื่น ๆ มากขึ้น เพราะภาษีที่สหรัฐฯ เก็บจากสินค้าที่ผลิตจากไทยไม่ได้เพิ่มขึ้น




เตรียมรับผลกระทบดี-ร้าย
นายบัณฑูร วงศ์สีลโชติ รองประธานคณะกรรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มองได้ 2 ด้าน ด้านดี คือ สินค้าจีนที่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษี 25% อาจมาลงทุนผลิตในไทยและอาเซียน เพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นโอกาสดึงเม็ดเงินลงทุนในไทยเพิ่ม เฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่รัฐบาลกำลังเร่งโปรโมต

ด้านลบ คือ สินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่วนหนึ่งจีนนำเข้าวัตถุดิบขั้นกลาง หรือ กึ่งสำเร็จรูปจากไทย ไปผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปส่งออกไปสหรัฐฯ จะส่งออกได้ลดลง ทั้งนี้ คงต้องติดตามว่า สินค้าที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีจีนกว่า 1,300 รายการ จะมีอะไรบ้าง




รัฐเล็งตลาดใหม่ชดเชย
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผลกระทบต่อไทยในทางอ้อมอาจจะมีบ้างต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ เพราะไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนบางตัวให้กับจีน เพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ

“ต้องจับตาสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการเพิ่มเติม เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในและลดการขาดดุลการค้าอะไรออกมาอีก อีกด้านหนึ่ง ไทยคงต้องเตรียมหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ ชดเชย หากสหรัฐฯ ไม่ผ่อนปรนให้จีน เพื่อรักษาภาพรวมการส่งออกของไทยในปีนี้”

 

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน



ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความตึงเครียดของการเผชิญหน้าทางการค้าดังกล่าว ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของเอเชียช่วงเช้าวันศุกร์ (23 มี.ค.) ร่วงลง โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นหล่นลงถึง 4% นักวิเคราะห์ กล่าวว่า มาตรการโต้ตอบของจีนเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยจีนเองไม่ต้องการถูกมองว่า เป็นผู้กระพือให้สถานการณ์เผชิญหน้าเลวร้ายยิ่งขึ้น มูลค่าการเอาคืนของจีนที่จะเกิดจากการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่ารวม 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับว่าน้อยมาก แต่สิ่งที่มีค่ากว่านั้นและไม่ควรจะเสียหาย คือ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศ


เชื่อไม่บานปลายสงครามการค้า
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า การตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะเข้มข้นมากขึ้น แต่จะไม่ขยายวงเป็นสงครามกีดกันทางการค้า เพราะจะฉุดให้เศรษฐกิจโลกพัง โดยมาตรการที่สหรัฐฯ เล่นบทหนักทยอยออกมาตรการกำแพงภาษี เพื่อบีบคู่ต่อสู้และรอดูท่าทีของจีนในช่วงนี้ เพราะสหรัฐฯ ต้องการให้จีนทบทวน หรือ ปรับลดการเกินดุลลง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ



“ขณะนี้ อยู่ในช่วงตบหน้าตอบโต้กัน เพื่อมิให้เสียหน้า โดยมาตรการ ‘ทรัมป์’ ยังเป็นนามธรรมและขึ้นอยู่กับท่าทีของจีน ซึ่งผมมองว่า จีนใช้ทั้งไม้เรียวและดอกไม้ เช่น แผนเพิ่มภาษีนำเข้าถั่วเหลือง ข้างฟ่าง และหมูจากสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน จีนเปิดเสรีในตลาดหุ้นให้ต่างชาติลงทุนถือหุ้น 100% และเร่งนำเข้าเพื่อทบทวนการเกินดุลฯ ตามที่สหรัฐฯ ตั้งธง ซึ่งในที่สุด 2 มหาอำนาจก็ประนีประนอม”

ทั้งนี้ ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ตอบโต้กันรุนแรงนั้น ไทยต้องป้องกันการ Dumping ระวังสินค้าจีนไหลเข้าไทย อาจกระทบอุตสาหกรรมในประเทศ


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,351 วันที่ 25-28 มี.ค. 2561 หน้า 02
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
มะกันบีบจีนจุดสงครามการค้า
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น แรงหนุนจีนพร้อมเปิดเจรจาการค้า




ภาษี จีน ฐานเศรษฐกิจ สหรัฐฯ ไทย สงครามการค้า สินค้าจีน ส่งออกสหรัฐฯ