ฐานโซไซตี : อุ้ม “เอไอเอส-ทรู” รัฐสูญ 3 หมื่นล้าน ซ้ำรอยยุค“ทักษิณ”

28 March 2018






การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เตรียมงัด “ม.44” ช่วยเหลือ 2 ค่ายมือถือ คือ บริษัท เอไอเอสฯ และ ทรู ที่ชนะประมูลสัมปทานคลื่น 4จี ในราคา 75,657 ล้านบาท และ 76,298 ล้านบาทตามลำดับ ให้ยืดชำระค่าประมูล 5 งวด ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และไม่ควรกระทำเด็ดขาด ซึ่งเรื่องนี้ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ออกมาแสดงความเห็น “ต่อต้าน” เพราะผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ไปประมูลคลื่นเคาะราคาด้วยตัวเอง

และรู้ว่าต้องจ่ายค่าใบอนุญาตสุดท้ายในปี 2563 ดังนั้นการทยอยจ่ายออกไปอีก 5 ปี จึงเป็นการยกประโยชน์ให้ผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย แม้จะมีการจ่ายดอกเบี้ย แต่ดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายนั้นตํ่ามากคือ 1.5% ต่อปี ทั้งที่ตามเงื่อนไขการประมูล การจ่ายค่าประมูลล่าช้านั้น ต้องคิดดอกเบี้ยถึง 15% ต่อปี ส่วนต่างดอกเบี้ยนี้เองที่เป็นประโยชน์มากมายมหาศาลสูงถึงรายละ 1.5 หมื่นล้านบาท หรือรวมกันเกือบ 3 หมื่นล้านบาท จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยที่ใช้คิดลด
ประธานทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ไม่มีเหตุผลใดๆ เลย ที่ “คสช.” จะต้องเข้ามา “อุ้ม” ผู้ประกอบการทั้ง 2 แถมจะดำเนินการล่วงหน้า 2 ปีก่อนถึงปี 2563 ก่อนที่ คสช.จะหมดอำนาจออกคำสั่งตาม ม.44 อันที่จริงระยะเวลาในการผ่อนชำระค่าประมูลของ กสทช.นั้นถือได้ว่า ไม่เข้มงวด แตกต่างจากการประมูลคลื่นความถี่โดยทั่วไปในต่างประเทศและการประมูลคลื่น 3 จี ที่ผ่านมาในประเทศไทยเอง ที่ให้จ่ายค่าประมูลเกือบหมดตั้งแต่ช่วงแรกๆ

หาก คสช.จะมีมติยกผลประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง 2 รายตามที่เป็นข่าวจริง ก็คงทำให้ประชาชนอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า แม้ว่าคสช. และ “รัฐบาลประยุทธ์” จะแตกต่างจาก “รัฐบาลทักษิณ” ที่ไม่ได้มีคณะรัฐมนตรีที่เต็มไปด้วยนายทุนโทรคมนาคมและนายทุนโทรทัศน์ จนเป็นที่มาของการเกิด “คอร์รัปชันเชิงนโยบาย” แต่นโยบาย “อุ้ม” นายทุนโทรคมนาคม ก็แทบจะไม่ได้แตกต่างกันเลย
สมเกียรติ ชี้ว่า ความแตกต่างเล็กๆ หากจะมีก็คือ “รัฐบาลทักษิณ” ออก พ.ร.ก.เก็บภาษีสรรพสามิตเพื่อเอื้อผู้ประกอบการโทรคมนาคม โดยแอบ “ซุก” กับภาษีสรรพสามิตบริการอื่นๆ เช่น สนามกอล์ฟ ขณะที่ผู้มีอำนาจรัฐในปัจจุบันกำลังจะ “อุ้ม” ผู้ประกอบการโทรคมนาคมโดย “ซุก” กับการอุ้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล
ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ออกมาระบุเช่นกันว่า ยังนึกไม่ออกว่ากรณีนี้จะต่างอะไรกับการที่ “รัฐบาลทักษิณ” ถูกชี้หน้าว่าคอร์รัปชัน เพราะใช้อำนาจทางการเมืองไปเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง พวกพ้องและพ่อค้าต่างชาติ จากการแก้กฎหมายเพื่อแปลงสัมปทานโทรศัพท์มือถือในยุคนั้นเป็นภาษีสรรพสามิต และการแก้ภาษีเหล้าให้บริษัทเหล้าชื่อดังข้ามโลกที่ยอมรับว่ามีการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ไทย จนทำให้รายได้รัฐต้องสูญเสียรายได้ไปมหาศาล
สมัย “รัฐบาลทักษิณ” ฉ้อฉลไป “แสนล้าน” มายุครัฐบาลนี้ กำลังจะเอื้อเอกชน ทำเงินสูญไป 3 หมื่นล้าน ช่วงท้ายๆ ของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมักมีเรื่อง “ทะแม่งๆ” ไม่อยากจะคิดเลยว่ามีการ “ตุนกระสุน” ไว้ใช้ยามเลือกตั้งหรือไม่?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...














แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ
หักมุมไปที่ กระทรวงคมนาคมได้จัดพิมพ์หนังสือที่ระลึก “พระบรมราชาวิถี 7 ทศวรรษ พิพัฒน์คมนาคม” พร้อมซีดี-รอม เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจ และพระราชดำรัสต่างๆที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานให้แก่กระทรวงคมนาคม และเพื่อเป็นหนังสือที่ระลึกในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งกระทรวงคมนาคม ได้มอบแผ่นซีดี-รอม ให้แก่หน่วยงานต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า และอ้างอิงต่อไป

คุณหญิงจำนงศรี รัตนิน หาญเจนลักษณ์ เจ้าของผลงานประพันธ์ ได้เปิดตัวหนังสือ “ดุจนาวากลางมหาสมุทร” เรื่องราวการฟันฝ่าของคนหลายชั่วอายุ เขียนจากคำบอกเล่าของญาติพี่น้องในตระกูลจีนริมนํ้าฝั่งธนบุรี ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ เวลา 18.00 น. ณ โครงการล้ง 1919 ถ.เชียงใหม่ เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
แจ้งเรียนท่านผู้อ่าน ลูกค้า และผู้มีอุปการคุณทุกท่าน บริษัท ฐานเศรษฐกิจ มัลติมีเดีย จำกัด ผู้บริหารหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จะย้ายสำนักงานและที่ตั้งกองบรรณาธิการ จากอาคารเล้าเป้งง้วน 1 ถนนวิภาวดีรังสิต ไปอยู่ที่ อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ ทาวเวอร์ (เนชั่น ทาวเวอร์เดิม) ชั้น 11 เลขที่ 1858 ถนนบางนา-ตราด กม. 4.5เขตบางนา กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2561 นี้ เป็นต้นไป จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

..................
คอลัมน์ : ฐานโซไซตี / หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3351 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 25-28 เม.ย.2561


เข้มทุกคอลัมน์แน่นทุกบรรทัด เอไอเอส-ทรู