'นอนแบงก์' หนี้เสียพุ่ง! 'วัยทีน' กลุ่มเสี่ยงใหญ่ - เข้ม "สินเชื่อมอเตอร์ไซค์"

27 March 2018








สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธปท. เปิดผลวิจัยพบ ‘นอนแบงก์-สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ’ มีสัดส่วนหนี้เสียพุ่งสูง เหตุแข่งดึงสินเชื่อเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ จับตา ‘ผู้กู้วัยทีน’ - ‘สินเชื่อมอเตอร์ไซค์’ หนี้เสียกระฉูด เร่งกำกับรายสถาบันมากขึ้น

น.ส.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยด้านระบบการเงิน สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์โครงสร้างตลาดสินเชื่อรายย่อยไทยและพฤติกรรมของสถาบันการเงินจาก Big Data ของเครดิตบูโร ตั้งแต่ปี 2522 - ก.ค. 2559 จาก 65 ล้านสัญญา หรือคิดเป็นผู้กู้ 19.3 ล้านคน ครอบคลุม 87% ของหนี้ทั้งระบบ พบว่า ตลาดสินเชื่อรายย่อยไทยมีความกระจุกตัวค่อนข้างสูง โดยสถาบันการเงินที่มีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) มากที่สุด 6 อันดับแรก จะเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 3 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) อีก 3 แห่ง จากสถาบันการเงินทั้งหมด 90 แห่ง ได้ครอบครองมาร์เก็ตแชร์ถึง 60%

ธปท. ผนึกแบงก์-นอนแบงก์ เชื่อมโยง e-Wallet กับพร้อมเพย์

หากดูตามประเภทสถาบันการเงิน พบว่า สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non Bank) และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีสัดส่วนของผู้กู้ที่เป็นหนี้เสียที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ โดย Non Bank มีหนี้เสียประมาณ 17.7% หรือมีปริมาณหนี้เสียเฉลี่ยต่อคน 41,886 บาท ขณะที่ SFIs มีหนี้เสียอยู่ที่ 11.6% เฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 61,248 บาท และธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 9.7% เฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 122,645 บาท




อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังไม่พบว่า มีความเสี่ยงเชิงระบบ เพราะสถาบันการเงินสามารถรองรับได้ โดยนโยบายการกำกับดูแลภายใต้ความแตกต่างและพฤติกรรมของการแข่งขันนั้น จะต้องเข้าไปดูในแต่ละรายสถาบันการเงิน เช่น ที่ผ่านมา สินเชื่อที่อยู่อาศัยมีความน่าเป็นห่วง อาจจะเข้าไปกำกับทั้งในภาพรวมและดูเป็นรายสถาบันการเงิน หรือ สินเชื่อจักรยานยนต์ พบว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงถึง 40% และมีหนี้เสียสูงในทุกสถาบันการเงินที่เป็น Non Bank อาจจะต้องเข้าไปดูโครงสร้างการแข่งขัน หรือ โครงสร้างของตลาด เป็นต้น

ขณะเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจ พบว่า สินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อบัตรเครดิตจะเป็นสินเชื่อที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่นใน 4 ประเภท ได้แก่ สินเชื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อจักรยานยนต์ และกลุ่มที่มีการแข่งขันสูงจะเป็นกลุ่มผู้ที่มีอายุไม่ถึง 25 ปี จะเห็นว่า มีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรงในทุกสถาบันการเงินและในทุกผลิตภัณฑ์ ดังนั้น หากมองในกลุ่มอายุ พบว่า สัดส่วนของผู้กู้ที่มีหนี้เสียสูงจะอยู่ในกลุ่มอายุ 25-35 ปี คิดเป็น 20.2% ของผู้กู้ที่เป็นหนี้เสียทั้งระบบ และรองลงมาจะเป็นกลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี มีสัดส่วนประมาณ 17.7%




สาเหตุผู้กู้ที่มีอายุเฉลี่ย 25-35 ปี หรือต่ำกว่า 25 ปี เป็นหนี้เสียสูง เพราะเพิ่งเริ่มต้นทำงาน และมีเงินเดือนประจำ และยังเข้าไปถึงตลาด สถาบันการเงินจึงแข่งขันเพื่อดึงกลุ่มนี้เข้ามาในพอร์ต เพราะถือว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและสามารถเพิ่มสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์ของสถาบันการเงินได้ โดยผู้กู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี คิดเป็นจำนวน 3.2% ของผู้กู้ทั้งหมด ซึ่งปริมาณสินเชื่อเป็น 1.1% ของปริมาณสินเชื่อทั้งหมด และพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง จะเป็นพื้นที่ชุมชนเมือง และกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เป็นหลัก

การแข่งขันที่สูงมีทั้งข้อดีและเสีย โดยข้อดีทำให้คนเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น แต่ข้อเสีย ทำให้คุณภาพสินเชื่อก็ด้อยในกลุ่มที่แข่งขันสูงด้วย เนื่องจากการแข่งขันของสถาบันการเงินมี 2 มิติ คือ มิติแรก จะเป็นการแข่งขันเชิงปริมาณ คือ การเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ บางครั้งจะเห็นสถาบันการเงินบางแห่งดึงลูกค้าที่ด้อยคุณภาพเข้ามาในพอร์ต เพื่อเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ โดยไม่ได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี เช่น สินเชื่อจักรยานยนต์ ที่มีสัดส่วนหนี้เสียทั้งในเชิงเม็ดเงิน และในเชิงจำนวนคนที่มีหนี้เสีย และมิติที่ 2 จะเป็นการแข่งขันเชิงคุณภาพ คือ การรักษาคุณภาพสินเชื่อควบคู่กับการแข่งขัน


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,351 วันที่ 25-28 มี.ค. 2561 หน้า 24
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
นอนแบงก์ก้าวกระโดด ‘หมอยง’ อู้ฟู่เก็บ BFIT, GL หวัง 5 ปี กำไรพุ่งเกิน 10 เท่าไม่เพิ่มทุน
บสย. ขยายค้ำประกันนอนแบงก์ออกโปรแกรมช่วยเอสเอ็มอี ปี2561




ธปท. ฐานเศรษฐกิจ นอนแบงก์ หนี้เสีย สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ