ข้าพระบาท ทาสประชาชน : การเมือง-การเลือกตั้ง กับอนาคตประเทศไทย

22 March 2018








ขอพูดถึงการเมือง การเลือกตั้ง ด้วยคนครับ เพราะบรรยากาศบ้านเมืองยามนี้ กำลังถกเถียงกันมากจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เอาแบบไหนดี ทั้งเลือก ส.ส.หรือ ส.ว.จะครบ 4 ปีของการยึดอำนาจของ คสช.แล้วยังเถียงกันไม่จบ ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกันเป็นว่าเล่น ทั้งที่เรื่องนี้ควรจบได้โดยง่าย แต่แล้ว พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ ก็ถูกส่งตีความจากพวกเดียวกันแทบจะทุกเรื่อง นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ( กรธ.) กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในการใช้กระบวนท่าลีลาของการร่างกฎหมาย ปั่นหัวนักการเมืองพวกที่อยากเลือกตั้งไว ๆ จนหัวหมุนมึนงงไปตามๆ กัน

แถมสามารถดึงเวลาและต่อท่ออำนาจให้ คสช.อยู่ในอำนาจได้นับสิบๆปี ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานขนาดนี้ กระบวนท่าและเกมนี้คนที่แฮปปี้ที่สุด ย่อมไม่มีใครเกินหน้า คสช.ที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ทำให้คณะรัฐประหารยึดอำนาจ สามารถกุมอำนาจการปกครองไว้ในมือได้ยาวนานที่สุด ซึ่งจะว่าไปแล้วโทษ คสช.ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ต้องโทษพวกพรรคและนักการเมืองด้วย ที่เวลามีประชาธิปไตย ได้อำนาจจากการเลือกตั้งแล้วก็เหิมเกริมและหลงแก่อำนาจจนลืมตัว ไม่เห็นหัวประชาชน โกงกินบ้าอำนาจแบบไม่ลืมหูลืมตา จนประชาชนเบื่อและเอือมระอากับนักการเมือง ซึ่งไม่เพียงขี้โกงอย่างเดียว ยังปลุกปั่นยุยงสร้างความขัดแย้งแตกแยกในสังคม ก่อความวุ่นวาย ใช้ความรุนแรงกับประชาชน จนเป็นเหตุให้ทหารต้องเข้าควบคุมสถานการณ์การปกครอง ดังที่เห็นและเป็นอยู่
ถามว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนทั้งหลายพอใจกับสถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้หรือไม่ ผมขอยกข้อเขียนของผู้รู้ปรมาจารย์ทางการเมือง การปกครอง ผู้หยั่งรู้ลมฝนฟ้าดินของสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างดีที่สุดท่านหนึ่งมาตอบ น่าจะถูกต้องเหมาะสมใก้ลเคียงกับความเป็นจริงในความรู้สึกของประชาชนมากที่สุดในยามนี้ นั่นคือความเห็นของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ จากคอลัมน์ประสงค์พูด นสพ.แนวหน้า ท่านสรุปสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่า "ผู้คนในบ้านเมืองของเราขณะนี้อยู่ในสภาพของการหนีเสือปะจระเข้ไม่ผิด ดีไม่ดีดันมีเหี้ย เพิ่มขึ้นมาอีกด้วยแล้วยิ่งแย่ใหญ่" ซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นเสือ ใครเป็นจระเข้ หรือใครจะออกรับตัวเองว่าเป็นเหี้ย ท่านเพียงเปรียบเปรยให้รู้ ให้ผู้คนไปคิดอ่านวิเคราะห์กันเอาเอง คงไม่มีใครกล้าออกมารับเป็นแน่ แต่บทสรุปสั้น ๆนี้ คงทำให้ประชาชนทั้งหลาย ผู้รักชาติบ้านเมืองเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน ว่าบ้านเมืองของเรายามนี้ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร?
แล้วการเมือง การเลือกตั้ง ที่กำล้งจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า(ถ้ามี) จะเป็นคำตอบและสร้างอนาคตใหม่ (ซึ่งไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่) ให้กับประเทศไทยได้หรือไม่ คงต้องพิจารณาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับถาวรปี 2560 ที่มีผลประกาศบังคับใช้ในขณะนี้ ประกอบกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ส.ส., ส.ว.เป็นสำคัญ ซึ่งยังไม่ต้องเลือกตั้ง ก็พอจะมองเห็นโฉมหน้าการเมืองไทย ว่าจะะออกมาในรูปแบบใด อนาคตประเทศไทยจะเดินหน้าไปทางไหน ซึ่งหากจะสรุปเอาเฉพาะสาระสำคัญๆ โดยยังไม่ต้องไปอ้างตัวบทกฎหมายให้ปวดหัว การเมือง การเลือกตั้ง โฉมหน้าก็จะเป็นดังนี้
1.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยังคงทำหน้าที่แทน ส.ส.,ส.ว.ต่อไปจนกว่าจะถึงวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก จนกว่าจะได้รัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่
2.รัฐบาลชุดปัจจุบัน คณะรัฐมนตรียังอยู่บริหารราชการแผ่นดิน จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญจะเข้ารับหน้าที่ (ไม่รู้เมื่อไหร่)
3.คสช.ยังคงอยู่ในตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ และยังคงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในระหว่างนี้ด้วย
     4.การเมือง การเลือกตั้ง ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีพรรคการเมืองของ คสช.หรือที่พร้อมสนับสนุนหัวหน้า คสช. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขี้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อรวมกับเสียง ส.ว.250 เสียงที่มีอยู่แล้วโดยกระบวนการให้อำนาจหัวหน้า คสช.คัดเลือกหรือแต่งตั้ง การสืบทอดอำนาจของ คสช.เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
5.พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคคือ ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย จะได้จำนวน ส.ส.ลดลงจากระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ที่เมื่อได้ ส.ส.เขตตามสัดส่วนคะแนนนิยมแล้ว ก็จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
6.พรรคการเมืองขนาดกลางที่มีจำนวน ส.ส.ระหว่าง 20-50 ที่นั่งจะมีอยู่ 3-4 พรรค คือพรรคการเมืองเดิมได้แก่ พรรคภูมิใจไทย,พรรคชาติไทย, พรรคชาติพัฒนา และอื่นๆ
7.พรรคขนาดเล็ก ขนาดย่อม มีที่นั่งต่ำกว่า 10 ที่นั่ง จะมีหลายพรรคโดยเฉพาะพรรคตั้งใหม่ ที่หวังคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 7-8หมื่นเสียงต่อหนึ่งที่นั่ง

สรุปแล้ว การเมือง ก่อนการเลือกตั้งก็ได้รัฐบาลทหาร หลังการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ก็ได้รัฐบาลทหาร คสช.อยู่ดี พรรคการเมืองอื่นๆ ที่หวังเป็นายกฯหรือจัดตั้งรัฐบาล คงกินแห้วไปก่อน การเมืองคงเละเทะ ถอยหลังลงคลองย้อนยุค ส.ส.คงเร่ขายเสียงให้พรรคที่อยากสืบทอดอำนาจ เพื่อให้คะแนนเสียงพอสนับสนุนนายกฯ คนนอก แต่ละพรรคคงปั่นราคาค่าตัววุ่นวายไปหมด เพื่อต่อรองเอาตำแหน่งหรือผลประโยชน์ การปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ เลิกคิดเลิกฝันไปได้เลยครับ อนาคตประเทศไทย ก็เป็นเช่นนี้แหละ ทำนายไม่ยากเลย แล้วจะเลือกตั้งไปทำไมครับ

........................
คอลัมน์ : ข้าพระบาททาสประชาชน / หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3350 /  ระหว่างวันที่ 22-24 มี.ค. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว


เลือกตั้ง ประพันธุ์ คุณมี ข้าพระบาททาสประชาชน เข้มทุกคอลัมน์แน่นทุกบรรทัด