หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,795 - 1,810 จุด

21 March 2018






บริษัทหลักทรัพย์(บล.) กรุงศรี จำกัด มหาชน ประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,795 - 1,810 จุด

-21 มี.ค.61-ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index วานนี้แกว่งตัวแคบ +0.05 จุด ปิดที่ 1,799 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,227 ล้านบาท เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุนประกอบกับมีความกังวลผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ประกอบกับนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอผลการประชุม FED ทั้งนี้ Fund Flow ต่างชาติขายสุทธิ 3,255 ล้านบาท ,Net Long TFEX 7,336 สัญญา และซื้อสุทธิตราสารหนี้ 2,947 ล้านบาท

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ :  ประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,795 - 1,810 จุด เนื่องจากภาวะตลาดมีปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างอิหร่านและซาอุฯ รวมถึงเวเนซุเอลาอาจลดกำลังการผลิตน้ำมันจากการเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามแรงกดดันจากการชะลอการลงทุนเพื่อติดตามผลการประชุม FED (คาดปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 1.75% ) และการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งถัดไป ประกอบกับความกังวลภาวะการเมืองและนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐยังคงเป็นตัวถ่วงดัชนี

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy

กลุ่ม Defensive Stock  เช่น ค้าปลีก (CPALL HMPRO)  โรงพยาบาล (BCH BDMS)

กลุ่มพลังงานและปิโตรฯ (PTTEP IRPC PTTGC IVL ) คาดกำไร Q1/18 ยังคงเติบโตจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูงเหนือ 60 US/Barrel

ADVANC TRUE กสทช.ผ่อนผันแบ่งการชำระงวดประมูลคลื่น 900 MHz เป็นเวลา 5 ปี

กลุ่มเครื่องดื่ม (HTC CBG ) อานิสงส์ราคาน้ำตาลลงต่ำสุดในรอบ 2 ปีล่าสุด 12.7 cent/pound

หุ้นแนะนำวันนี้: HTC (ปิด 26.75 ซื้อ/เป้า 35) เก็งกำไรราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวลง 12.6 เซนต์/ปอนด์ ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 2 ปี เป็นบวกกับกลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบ เนื่องจากปัจจุบันไทยประกาศให้ราคาขายในประเทศลอยตัวตามราคาน้ำตาลในตลาดโลก เรามอง HTC ได้ประโยชน์มากสุด โดยทุกๆ 1 บาท ที่ราคาน้ำตาลในประเทศลดลงจะเพิ่มกำไรให้กับ HTC ประมาณ 60 ล้านบาท,MTLS(ปิด 37.75 ซื้อ /เป้า 50) ราคาหุ้นปรับตัวลงอีกครั้งจากกระแสข่าวลือกระทบธุรกิจ แต่จากการสอบถามผู้บริหารและตรวจสอบกฏหมายในการทำธุรกิจทุกอย่างยังถูกต้องและเป็นไปตามกฏระเบียบ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงเป็นโอกาสเข้าซื้อ คาดกำไรสุทธิปีนี้จะยังเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ประมาณ 3,464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38%yoy

ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดีปี 2018: ธนาคาร, พลังงาน, อาหารและเครื่องดื่ม และ อสังหาริมทรัพย์

Top picks ปีนี้ : ANAN, BANPU, BBL, BCH, IVL, HTC, MINT, PTTGC, SPALI and TMB

KSS report วันนี้ :IHL (ปิด 11.4 ซื้อ/เป้า 13), WORK (ปิด 68 ซื้อ/เป้าใหม่ 88 เดิม 108)

ประเด็นสำคัญวันนี้:

(+) น้ำมันดิบบวกแรงกังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลาง: วานนี้ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.34 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 63.40 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรเนื่องจากมีความเป็นไปได้อิหร่านอาจจะถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐครั้งใหม่ หลังจากซาอุดิอาระเบียออกมาระบุว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำไว้กับชาติมหาอำนาจในปี 2558 เป็นข้อตกลงที่มีข้อบกพร่อง และเป็นการออกมาพูด ก่อนที่กุฎราชกุมาร แห่งซาอุดิอาระเบีย จะเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

(+/-) ตลาดคาดมีโอกาส 94.4% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมคืนนี้:  โดย CME Group ทำการศึกษาโดยใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่ามีโอกาส 94.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ และมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ในเดือนมิ.ย. และครั้งที่ 3 ในเดือนก.ย.ขณะที่แบงก์กรุงศรียังคงมุมมองเดิมโดยคาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ คือ เดือน มี.ค., มิ.ย. และ ธ.ค.

(-) Fund Flow ต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 : วานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นภูมิภาค US$298 ล้าน โดยขายมากที่สุดในประเทศกลุ่ม TIP คือไทย, ฟิลิปปินส์ และอินโดฯ US$104 ล้าน,US$74 ล้าน และ US$68 ล้าน ตามลำดับ ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ และ ไต้หวัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเล็กน้อย US$45 ล้าน และ US$7.7 ล้าน ตามลำดับ


หุ้นไทย บล.กรุงศรี