เพิ่มประสิทธิภาพได้ทั้งซัพพลายเชนด้วย QR Code

21 March 2018






อย่างที่ทราบกันดีว่า การนำระบบการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) มาใช้ จะเป็นการปฏิรูประบบการชำระเงินที่ช่วยผลักดันให้บ้านเราก้าวสู่สังคมไร้เงินสดได้รวดเร็วขึ้น ด้วยขั้นตอนที่ง่าย สะดวก มีการกำหนดมาตรฐานเดียวกัน ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูง ทำให้การชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด แพร่หลายไปอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่นานนัก

ทั้งนี้เพราะประโยชน์ของมันมีอยู่มากมาย ไม่ได้เพียงแค่ช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนในการบริหารจัดการด้านเงินสดเท่านั้น แต่ยังเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านั้นอีกด้วย โดยเฉพาะกับการเข้าถึงข้อมูลการทำธุรกิจที่สามารถนำมาช่วยพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจที่ทำได้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงแค่ภาคประชาชน หรือผู้ประกอบการที่เป็นร้านค้าย่อยเท่านั้น หากมองให้กว้างขึ้นในภาพรวมของธุรกิจ เราจะเห็นว่าเราสามารถใช้ประโยชน์ของคิวอาร์โค้ด (QR Code) สร้างประสิทธิภาพตลอดซัพพลายเชนอีกด้วย ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เป็นบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการขายสินค้าทั่วประเทศ ซึ่งต้นทุนเรื่องการบริหารเงินสด รวมถึง การโอน รับ จ่าย นับ ขนเงิน ทุกขั้น เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1-2% ของยอดขายของบริษัท ถ้ายอดขายต่อปี คือ 100,000 ล้านบาท เท่ากับว่าหมดเงินเรื่องการจัดการเงินสดไปกว่า 1,000-2,000 ล้านบาท จะดีกว่าไหม? ถ้าเราเปลี่ยนต้นทุนเรื่องการจัดการเงินสดที่ต้องจ่ายไปเป็นผลกำไร

ไม่เพียงเท่านั้น การจัดการเรื่องดังกล่าวยังมีความยุ่งยากในเรื่องของการจัดการเรื่องเอกสารที่ใครจะรู้ว่าก่อนหน้านั้นการเปิดบิล หรือการส่งสินค้าต้องทำผ่านเอกสารกระดาษทั้งหมด แม้บริษัท จะขายสินค้าให้ยี่ปั๊วจะมีการคีย์ข้อมูลผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อยี่ปั๊วขายของต่อให้ซาปั๊วหรือร้านค้าย่อยบิลต่างๆ จะเป็นกระดาษทั้งหมด ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก และอาจจะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย

เมื่อมีคิวอาร์โค้ด (QR Code) เข้ามาจัดการตรงนี้ จะช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนลง เพราะทุกขั้นตอนสามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ การจ่ายเงินจะทำผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code) หรือผ่านเครื่องรับบัตรอีดีซีซึ่งจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทั้งยี่ปั๊วและซาปั๊วในการสั่งสินค้าแต่ละครั้ง โดยไม่ต้องไปวุ่นวายกับเรื่องของการเตรียมเงินสดเพื่อจ่ายค่าสินค้าที่สั่ง และยังลดความเสี่ยงในกรณีที่พนักงานส่งเงินไม่ครบจำนวนอีกด้วย

ที่สำคัญก็คือ ข้อมูลที่ได้กลับมาจะมีประโยชน์มหาศาลต่อการวางแผนการขาย หรือการจัดการเรื่องสต๊อกให้กับคู่ค้าของตัวเอง เพราะทั้งหมดจะทำผ่านเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่จะเข้าไปช่วยจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ให้กับยี่ปั๊วหรือคู่ค้าของบริษัททำให้สามารถรู้ว่าขายสินค้าให้ใคร ในจำนวนเท่าไร มีสต๊อกพอหรือเปล่า ซึ่งจะเข้ามาช่วยในการลำดับขั้นตอนทางการเงินของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชำระค่าสินค้า หรือการชำระหนี้สินอื่นๆ

สิ่งที่ตามมาก็คือการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในภาพรวมได้ ซึ่งการทำให้ทุกอย่างเป็นระบบนี้มันจะช่วยให้เกิด WinWin ด้วยกันหมดทุกฝ่ายทั้งตัวบริษัท ยี่ปั๊ว และซาปั๊ว ซึ่งในท้ายที่สุดจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทั้งซัพพลายเชน ในยุคสมัยที่การแข่งขันทางธุรกิจไม่ใช่แค่การให้ความสำคัญกับการเติบโตของตัวเองเท่านั้น แต่ยังต้องร่วมมือกันในการช่วยดูแลหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คิวอาร์โค้ด (QR Code) คือหนึ่งในคำตอบของเรื่องนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,349 วันที่ 18 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2561


QR Code ซัพพลายเชน