'ฝนหลวงฯ' สลายหมอกควันสำเร็จ! ทำฝนตก ลดปริมาณฝุ่นละอองในเมืองกรุง

15 March 2018






กรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.กาญจนบุรี ปฏิบัติภารกิจสลายหมอกควันในพื้นที่กรุงเทพมหานครสำเร็จ ทำให้มีฝนตกบริเวณเขตทวีวัฒนา ช่วยบรรเทาฝุ่นละอองในอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนเมืองขณะนี้

วันที่ 14 มี.ค. 2561 เวลา 12.00 น. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดฝุ่นละอองที่เป็นมลพิษ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยตั้งแต่วันที่ 11 – 13 มี.ค. 2561 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ติดตามปริมาณค่าฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ในหลายพื้นที่ โดยพบค่าปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ที่ตรวจวัดได้ระหว่าง 52 - 79 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรตลอด 3 วันที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.กาญจนบุรี ขึ้นบินปฏิบัติการบริเวณ จ.นครปฐม และราชบุรี เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2561 เวลา 13.02 น. เพื่อก่อกวนเมฆให้ไหลมาตกเป็นฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ บริเวณฝั่งธนบุรี โดยใช้เครื่องบิน CARAVAN จำนวน 3 ลำ ปฏิบัติการ 6 เที่ยวบิน (8 ชั่วโมงบิน) ปริมาณการใช้สารฝนหลวง รวม 4.2 ตัน ภายหลังการปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ดีระดับหนึ่ง




ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยได้ประสาน 2 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ติดตามปฏิบัติการฝนหลวงบรรเทาปัญหามลพิษในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลางอย่างต่อเนื่องต่อไป

นอกจากนี้ จากการตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่ จ.สระบุรี ปัจจุบัน พบค่าปริมาณฝุ่นละออง PM10 มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะที่ ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ พบค่า PM10 อยู่ที่ 127 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และที่ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา อยู่ที่ 135  ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งกรมฝนหลวงฯ ได้มีเตรียมความพร้อมในการขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อดัดแปรสภาพอากาศ ลดปริมาณฝุ่นละอองทันที เมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย




นายสุรสีห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเติมน้ำต้นทุนบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำ ขณะนี้ กรมฝนหลวงฯ ได้ประสานความร่วมมือกับกรมชลประทาน กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเติมน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา ที่ยังอยู่ในระดับน้อย โดยได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.จันทบุรี เฝ้าติดตามสถานการณ์และปฏิบัติภารกิจเพื่อเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่ใกล้เคียง และในส่วนของหน่วยปฏิบัติการอื่น ๆ ยังคงปฏิบัติภารกิจช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย โดยจะไม่ให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรของเกษตรกร ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจในความพร้อมของกรมฝนหลวงฯ ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ ปัญหาหมอกควันและไฟป่า

ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารได้ทางเพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร หรือเว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
รัฐบาลเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ปี 61 เน้นเพิ่มปริมาณน้ำสำรอง
ศรีลังกาสนใจเทคโนโลยีฝนหลวงช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง




ฝนตก ฐานเศรษฐกิจ กทม. ฝุ่นละออง หมอกควัน ปริมาณฝุ่น ฝนหลวงฯ