แนะซื้อหุ้นดักต่างชาติ คาดเงินไหลเข้าตลาด2หมื่นล้าน เก็บ2เดือนรับกำไร2.8-4.8%

13 March 2018






บล.ทิสโก้ฯ ชี้เดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปีจะมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าซื้อหุ้นไทยประมาณ 2-5 หมื่นล้านบาท แนะนักลงทุนซื้อหุ้นเก็บแล้วขายในช่วง 2 เดือนนี้มีโอกาสรับผลตอบแทนเฉลี่ย 2.8-4.8% คาดเห็นหุ้นไทยแตะแนวต้านที่ 1880 จุด

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ฯ กล่าวถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยในงานสัมมนา TISCO Updates ว่า จากสถิติย้อนหลัง 7 ปีพบว่ากว่า 70% ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปีเป็นช่วงที่หุ้นไทยจะปรับตัวขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นปันผลดีก่อนที่บริษัทจดทะเบียนจะประกาศจ่ายปันผล โดยหากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นหลังตรุษจีนและถือต่ออีก 1 เดือนหรือขายออกในสิ้นเดือนมีนาคมจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.8% หากถือไว้ 2 เดือนหรือขายออกช่วงสิ้นเดือนเมษายนจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 4.8%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าในเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี นักลงทุนต่างประเทศจะเข้ามาซื้อหุ้นไทยสุทธิ 2-5 หมื่นล้านบาท สำหรับในปีนี้คาดว่านักลงทุนต่างประเทศจะเข้ามาซื้อหุ้นไทยสุทธิในช่วงนี้ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท สาเหตุที่เข้ามาลงทุน มาก เนื่องจากตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2560 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นักลงทุนต่างประเทศเทขายหุ้นไทยไปประมาณ 8 หมื่นล้านบาท และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างประเทศขายหุ้นไทยไปแล้ว 3.7 แสนล้านบาท แต่กลับเข้าลงทุนทุกประเทศในเอเชียแทน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเริ่มกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยเก็บไว้เพื่อรับเงินปันผลจากบริษัทจดทะเบียน

นายวิวัฒน์กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่เทศกาลซื้อหุ้นรับเงินปันผลหรือ “Dividend Rally” ซึ่งในช่วง 2 เดือนนี้ มองว่าดัชนีมีแนวรับ 1790 จุด แนวต้าน 1850-1880 จุด และคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ 1950 จุด ด้วยระดับ Forward P/E ที่ 17.2 เท่า และอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นที่ 12% โดยปัจจัยหนุนให้หุ้นไทยไปถึงระดับดังกล่าวคือ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 รวมถึงนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มนํ้าหนักการลงทุน และราคานํ้ามันทรงตัวในระดับสูง สำหรับหุ้นที่แนะนำในเดือนนี้เน้นให้เข้าซื้อหุ้นที่จ่ายปันผลดี มีอัตราการจ่ายปันผลประมาณ 2.5% คือ BBL, SCB, AEONTS, EGCO, PTTGC, SCC, LH, ANAN

บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัสฯ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาสที่ 2/2561 มองว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ 1785-1830 จุด แนะนำเลือกหุ้นที่มีกำไรสุทธิเติบโตมากกว่าตลาด น่าจะมีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวกและชนะตลาดในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อาทิ SC, SEAFCO, BPP, BJC, PTTEP

สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติในช่วงไตรมาส ที่ 2/2561 คาดว่าแรงขายยังมีอีก เนื่อง จากตลาดหุ้นยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ ทั้งยังมีแรงขายทำกำไรหลังจากนักลงทุนได้รับปันผลอีก ซึ่งแรงขายดังกล่าวสอดคล้องกับในอดีตที่ต่างชาติมักขายสุทธิหุ้นไทยในไตรมาสที่ 2 เฉลี่ยราว 1.87 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2560 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 796 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2561 ถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,762 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บล.เอเซียพลัสฯ ระบุว่าด้วยแรงขายที่เข้ามาเร็วและแรงในปีนี้ ทำให้มูลค่าซื้อสุทธิสะสมหุ้นไทยปรับตามมูลค่าตลาดตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบันเหลืออยู่ 2.38 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ตํ่ามากเมื่อเทียบกับยอดซื้อสุทธิสูงสุดที่ 4.69 แสนล้านบาท ในปี 2556 ดังนั้นแม้จะมีแรงขายอีกแต่เชื่อว่า แรงขายเริ่มมีจำกัด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,347 วันที่ 11 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2561


ซื้อหุ้น บล.ทิสโก้ ต่างชาติ เงินไหลเข้า