ลุ้นดัชนีนิวไฮ1880 จังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดีราคาถูก

10 March 2018






โบรกเกอร์มองดัชนีตลาดหลักทรัพย์มีลุ้นขึ้นไปทดสอบ 1880 แนะสะสมหุ้นรับผลบวกวัฏจักรลงทุนรอบใหม่ BBL, KTB ราคาเทียบมูลค่าตามบัญชี (P/BV) ยังตํ่า, IVL ได้ประโยชน์จากสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก, THCOM ปันผลดี-ราคาถูก

หลังจากที่ดัชนีตลาด หลักทรัพย์เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 1838.96 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 ภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือนกุมภาพันธ์ดัชนีพักฐานจากความกังวลที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ปรับขึ้นดอกเบี้ย ภายหลังการประกาศอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 4.0% และอัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอยู่ในระดับค่อนข้างตํ่าที่ 0.6% “ฐานเศรษฐกิจ” ได้รวบรวมมุมมองโบรกเกอร์ที่มองว่าตลาดหุ้นไทยในเดือนมีนาคมนี้น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น

แม้ว่ามูลค่าการซื้อขายหุ้นสะสมช่วงวันที่ 1 มกราคม-5 มีนาคม 2561 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 55,737 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนทั่วไปในประเทศซื้อสุทธิ 48,893 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 4,111 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 2,733 ล้านบาท ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีฯ ระบุว่าเม็ดเงินในตลาดตอนนี้เป็นเพียงการหมุนกลุ่มลงทุนของนักลงทุนในประเทศ เดือนนี้จะเห็นการสลับเปลี่ยนกลุ่มจากหุ้นที่ราคาขึ้นมามาก ไปยังหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และราคายังไม่แพงมาก

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ฯ มองว่าในเดือนมีนาคมนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯมีโอกาสขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยมีแนวต้านที่ระดับ 1860 และ 1880 จุดตามลำดับ เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเรื่องการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ขณะที่แนวโน้มที่ดีของเศรษฐกิจโลกสร้างความน่าสนใจต่อการลงทุนในตลาดหุ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางที่ปรับขึ้นยังมีความผันผวนอยู่ ในช่วงใกล้วันประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 20-21 มีนาคม มองว่าดัชนีมีแนวรับที่ระดับ 1800 และ 1780 จุดตามลำดับ นักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว แนะนำรอซื้อสะสมตามการปรับตัวลงของดัชนี หุ้นที่แนะนำ คือ BBL, BLA, CPALL, IRPC, IVL และ KTB

BBL ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุน โดยเป็นธนาคารที่มีสัดส่วนสูงสุดในสินเชื่อธุรกิจ ให้ราคาเป้าหมาย 270 บาท CPALL ยอดขายต่อสาขาเดิมเติบโตต่อเนื่อง และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นหนุนผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ประเด็น Banking Agent สร้าง Upside ต่อราคาหุ้น ราคาเป้าหมาย 98 บาท

IRPC เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เต็มที่ในปี 2561 จากโครงการ UHV หนุนผลการดำเนินงาน และอัตราเงินปันผลน่าสนใจ ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท

IVL มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าโลหะของสหรัฐฯ โดยผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและยานยนต์อาจหันเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำจากวัสดุปิโตรเคมีมากกว่า ซึ่ง IVL เป็นผู้นำในด้านนี้ แนวโน้มกำไรปี 2561 ขยายตัวดีจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการควบรวมธุรกิจเพิ่ม บริษัทยังคงใช้กลยุทธ์เข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง หนุนการเติบโตของผลการดำเนินงาน ราคาเป้าหมาย 70 บาท

KTB ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ โดยเฉพาะงานโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ และเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีอัตราเงินปันผลน่าสนใจ ราคาเป้าหมาย 24 บาท

บล.ไทยพาณิชย์ฯยังได้จัดอันดับ 10 อันดับหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุด ดังนี้ THCOM 8.3%, KKP 6.8%, MC 6.3%, SPRC 6.2%, LPN 6.2%, LH 6.0%, PSH 5.7%, TVO 5.7%, QH 5.6%, SIRI 5.6%

สำหรับ 10 อันดับหุ้นที่ราคาเทียบมูลค่าหุ้นตามบัญชี(P/BV)ตํ่าสุด ประกอบด้วย THCOM 0.70 เท่า,TTA 0.76 เท่า, STA 0.79 เท่า, SIRI 0.89 เท่า, KTB 0.93 เท่า, BBL 0.95 เท่า, THAI 0.96 เท่า, BA 1.00 เท่า, TCAP 1.01 เท่า, AAV 1.09 เท่า

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทยฯ ระบุว่าประเทศไทยมีสัดส่วนการส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯน้อยมากคือ 0.3% และ 0.04% ตามลำดับ ทำให้แผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ จะมีผลกระทบที่จำกัด ผลจากมาตรการดังกล่าวจะทำให้ราคาเหล็กและอะลูมิเนียมลดลง จากอุปทานส่วนเกินที่อาจจะเกิดขึ้นในเอเชีย ซึ่งผู้ที่ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุดิบได้รับผลทางบวก เช่น กลุ่มผู้ผลิตยานยนต์, กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง, จะได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลง

บล.กสิกรไทยฯ มองว่าปัจจัยลบแม้ยังมีอยู่แต่จะน้อยลง ขณะที่เริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามามากขึ้น ทำให้ Downside มีจำกัด ดัชนีตลาดหุ้นไม่น่าลงไปตํ่ากว่า 1800 จุด และคาดว่าดัชนีจะกลับไปทดสอบ 1850 จุดได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

กลยุทธ์การลงทุน ตลาดยังมีแนวโน้มแกว่งตัวเชิงลบ แต่พื้นที่ในการลดลงเหลือไม่มากแล้ว แนะนำสะสมหุ้น BBL, MEGA, SAWAD

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีฯ คาดการณ์ตลาดหุ้นในเดือนมีนาคมดัชนีเคลื่อนไหวไซด์เวย์ในกรอบ 1780-1880 โดยตลาดรอความชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนครั้งในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯที่จะประชุมกันวันที่ 20-21 มีนาคมนี้ (คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 1.75%) และถ้าจำนวนครั้งในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มจาก 3 เป็น 4 ครั้งจะทำให้ตลาดหุ้นผันผวนอีก ส่งผลต่อโอกาสที่เงินทุนเคลื่อนย้ายต่างชาติจะไหลเข้ามาเป็นไปอย่างจำกัด

กลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective Buy แนะนำหุ้น BANPU ราคาเป้าหมาย 28 บาท, BBL ราคาเป้าหมาย 240 บาท, HTC ราคาเป้าหมาย 35 บาท, IVL ราคาเป้าหมาย 70 บาท, TKN ราคาเป้าหมาย 24 บาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,346 วันที่ 8 - 10 มีนาคม พ.ศ. 2561


หุ้น ตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารกลางสหรัฐ ตลาดหุ้นไทย โบรกเกอร์ ไทยพาณิชย์