‘นครโอซากา’โอกาสทอง ลงทุนโรงแรม-ร้านอาหารไทย

7 March 2018






ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งชาวไทยตั้งใจว่าจะต้องเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศสักครั้งหนึ่งในชีวิต เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิ เมืองหลวงที่มีความเจริญอย่างกรุงโตเกียว เมืองเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมอย่างเมืองเกียวโต หรือเมืองใหญ่ที่มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างฮอกไกโดที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ และเมืองฟุกุโอกะที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้

นอกจากเมืองต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เมืองโอซากา ในเขตคันไซบนเกาะฮอนชู ทางตอนกลางของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 และมีประชากรประมาณ 2.7 ล้านคนมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น รองจากกรุงโตเกียวและเมืองโยโกฮามา ก็ถือเป็นเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากการที่โอซากาถือเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ การค้าและวัฒนธรรม มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปเยือนโอซากาในปี 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 11.11 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีน 4.02 ล้านคน เกาหลีใต้ 2.41 ล้านคน ตามมาด้วยไต้หวันและฮ่องกง ขณะที่นักท่องเที่ยวจากไทย มาเลเซียและเวียดนามก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีทั้งหมด 28.69 ล้านคน พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังโอซากาคิดเป็นสัดส่วน 38% ของทั้งประเทศ นอกจากนี้อัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติในโอซากายังสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศในอัตรา 2.8 เท่าอีกด้วย (ใช้ฐานการเปรียบเทียบกับปี 2556)

สัญญาณการเติบโตที่ดีดังกล่าวทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดโอซากาตั้งเป้าว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2561 จะเพิ่มเป็น 13 ล้านคน และตั้งเป้าเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากเดิม 1.18 ล้านล้านเยนในปี 2560 เป็น 1.19 ล้านล้านเยนในปีนี้

การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในโอซากา เป็นผลมาจากการเพิ่มเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนตํ่า (low cost airline) มายังสนามบินนานาชาติคันไซ ที่ในปัจจุบัน มีจำนวน 481 เที่ยว/สัปดาห์ เพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่าจากปี 2554 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นตัวกระตุ้น อาทิ การอ่อนตัวของค่าเงินเยน

การเติบโตในภาคการท่องเที่ยวดังกล่าวทำให้ธุรกิจโรงแรมในโอซากามีความคึกคักตามไปด้วย โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาพักแรมในเขตคันไซเมื่อปี 2559 มีจำนวนอยู่ที่ 30% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วประเทศซึ่งอยู่ที่ 10% อย่างไรก็ตาม พบว่าจำนวนที่พักในเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ในเขตคันไซยังมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะที่จังหวัดนารา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2559 จำนวน 1.654 ล้านคน แต่มีเพียง 3.07 แสนคนที่พักในจังหวัด สาเหตุสำคัญมาจากการที่จังหวัดนารามีห้องพักรองรับเพียง 3,675 ห้อง ด้วยเหตุนี้เอง ในการพบหารือระหว่างนายมุนินท ปานิสวัสดิ์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโอซากา กับนายอิชิโระ โซเนะ (Ichiro Sone) ผู้บริหาร Japan External Trade Organization (JETRO) สาขาโอซากา เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการชักชวนให้นักลงทุนไทยเข้ามาลงทุนในคันไซมากขึ้น โดยเฉพาะในสาขาการท่องเที่ยว ทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งน่าจะยังสามารถขยายตัวได้อีกมาก

ในอนาคตอันใกล้นี้ โอซากา และคันไซจะจัดกิจกรรมระดับโลก ได้แก่ Rugby World Cup 2019 งาน Kansai World Masters Games 2021 และอยู่ระหว่างการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดWorld Expo 2025 ด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่โอซากาจะได้รับใบอนุญาตให้เปิดสถานประกอบการท่องเที่ยวครบวงจร รวมถึงกาสิโน (อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาญี่ปุ่น) ด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเป็นปัจจัยเสริมในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังโอซากาและคันไซมากขึ้น และทำให้ความต้องการโรงแรมและร้านอาหารสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการชาวไทยที่มีศักยภาพ ทั้งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ดังนั้นผู้ประกอบการไทยควรเร่งศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อหาโอกาสที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนต่อไป

พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2561


ร้านอาหารไทย โรงแรม นครโอซากา