อสังหาฯเมืองเชียงใหม่ตีปีก อานิสงส์สนามบิน-รถไฟเร็วสูง-มอเตอร์เวย์

6 March 2018






นายกอสังหาฯเชียงใหม่ ชี้แนวโน้มปี 61 ตลาดเริ่มดีขึ้น ชี้ปัจจัยหนุนจากโครงการขยายสนามบินเชียงใหม่-รถไฟความเร็วสูง และมอเตอร์เวย์ไปเชียงราย

นายนนท์ หิรัญเชรษฐ์ นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์จังหวัดเชียงใหม่ภาคเหนือ เปิดเผยว่า สถานการณ์แนวโน้มตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และจำนวนโครงการที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ตลอดปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละโครงการถือว่า เจ็บตัวกันไปเป็นส่วนใหญ่ ใคร ที่ผ่านมา พบว่า มีโครงการกำลังเปิดขายทั้งหมด 168 โครงการ จำนวนรวม 19,857 ยูนิต ในจำนวนนี้ยังเหลือค้าง 5,975 ยูนิต เมื่อแยกตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่าเป็นบ้านเดี่ยวถึง 58%ทาวน์เฮาส์ 9% อาคารพาณิชย์ 5% และบ้านแฝด 4% ที่เหลือเป็นที่ดินเปล่าจัดสรร ซึ่งบ้านเดี่ยวและอาคารพาณิชย์พักอาศัย ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท บางโซนที่อยู่ติดกับย่านธุรกิจสำคัญก็มีระดับราคา 7.5 ล้านบาท ส่วนบ้านแฝดและทาวน์เฮาส์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท

นนท์ หิรัญเชรษฐ์



โดยโครงการที่อยู่ในระหว่างการขายแบ่งได้เป็น โครงการที่สร้างเสร็จแล้วประมาณ 49% ระหว่างก่อสร้าง 12% และ ยังไม่เริ่มสร้าง 21% ทั้งนี้มีบ้านจัดสรรสร้างเสร็จพร้อมขาย รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 1,650 ยูนิต ส่วนคอนโดมิเนียม พบว่ามีโครงการกำลังเปิดขาย 46 โครงการ จำนวน 7,540 ยูนิต ซึ่งมีจำนวนเหลือขาย 1,854 ยูนิต หากตามประเภทที่อยู่อาศัย ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ได้รับความนิยมสูงสุดถึง 59% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท รองลงมา ห้องชุดแบบสตูดิโอ 18% และแบบ 2 ห้องนอน 15% ที่เหลือเป็นแบบ 3 ห้องนอนขึ้นไป

“คาดการณ์แนวโน้มปี 2561 ไตรมาสแรกตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังจะชะลอตัวไปอยู่แต่ก็ไม่มากเท่ากับปี 2560 กล่าวคือในไตรมาสแรกของปี 2561 จะยังคงชะลอตัวอยู่ที่ 5-7% น้อยกว่าไตรมาสแรกของปี 2560 ชะลอตัวที่ 10% เพราะมีปัจจัยสนับสนุนที่มาจากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่กำลังจะเกิดในอนาคตซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนของภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ดีขึ้นเพราะที่สำคัญ ได้แก่โครงการขยายสนามบินเชียงใหม่เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว 18 ล้านคนในปี 2568 โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โครงการมอเตอร์เวย์ เชื่อมเชียงใหม่-เชียงราย โครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณสามแยกแม่โจ้ (เทพปัญญา) ขนาด 6 ช่องจราจร”

นายนนท์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยของการเมืองก็เริ่มที่จะเข้าสู่โหมตการเลือกตั้งทำให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนผู้ประกอบการ จึงได้เล็งเห็นที่จะผุดโครงการต่อเนื่องขึ้นมา ทางภาคของสถาบันการเงินช่วงนี้ก็เริ่มผ่อนปรนที่จะไม่เข้มงวดเหมือนกับสินเชื่อเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ทำให้คาดการณ์ว่าในปี 2561 จะมีอัตราการชะลอตัวที่ลดลงกว่าปี 2560 ในส่วนของบ้านเดี่ยว ผู้บริโภคยังให้ความนิยมเพราะว่าเป็นคนที่แยกครอบครัวออกมาราคาตั้ง แต่ 2.5 ล้านบาทขึ้นไป ยังถือว่าเป็นกำลังซื้อของคนในระดับกลางที่มีกำลังการซื้อ สถาบันการเงินเองก็ไม่ค่อย หนักใจที่ปล่อยบ้านหลังแรกให้กับลูกค้ากลุ่มนี้เพราะหนี้เสียน้อย แต่ถ้าหากระดับราคาตั้งแต่ 4 -7 ล้านบาท ธนาคารก็จะต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบอีกนิดหนึ่ง เพราะมีโอกาสที่จะเป็นเอ็นพีแอลได้

“ส่วนคอนโดมิเนียมนั้นที่ผุดกันขึ้นมามากมายก็ยังมีกลุ่มลูกค้าที่ยังเป็นนักธุรกิจผู้ประกอบการต่างจังหวัดซื้อแล้วทำเป็นบ้านพักหลังที่ 2 หรือทำให้เช่าต่อ เพราะฉะนั้นจะมีกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ยังมีความต้องการ แต่ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าระดับล่างจะไม่ค่อยนิยมคอนโดมิเนียม เพราะว่าเขาต้องการที่อยู่อาศัยที่มั่นคงมากกว่าสำหรับโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ คอนโดมิเนียมมี 2-3 โครงการที่จะผุดขึ้นในปีนี้ ส่วนโครงการบ้านจัดสรรก็มีต่อเนื่อง จากเฟสต่างๆ ที่ต่อเนื่องกันมา โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีการต่อยอดไปเรื่อยๆ เพราะมีแผนการตลาด แบรนด์ดี ส่วนของผู้ประกอบการท้องถิ่นก็ไม่น้อยหน้าก็ถือว่าปรับปรุงพัฒนาโครงการของตนเองให้เป็นมืออาชีพ นอกจากนี้ ยังมีบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ ประมาณ 7-8 โครงการ”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,345 วันที่ 4 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2561


อสังหาริมทรัพย์ สนามบิน เชียงใหม่ รถไฟความเร็วสูง ที่อยู่อาศัย