ข้าพระบาท ทาสประชาชน : การสืบทอดอำนาจของคสช. กับความเรียกร้อง ต้องการของมหาชน

1 March 2018






เหตุการณ์ปฏิวัติยึดอำนาจโดย คสช. เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ เกิดขึ้นเพราะความล้มเหลวของการเมืองไทยโดยแท้ การเลือกตั้งที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยแต่เปลือกนอก แต่เนื้อในเป็นเผด็จการรัฐสภา นักการเมืองนักเลือกตั้งผู้ที่ได้อำนาจปกครองประเทศมาจากประชาชน ต่างลุแก่อำนาจแบบเหิมเกริมและไร้สำนึก ใช้อำนาจเสียงข้างมากลากถูประเทศไปในทางที่ไม่ชอบ บริหารบ้านเมืองโดยมิได้ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาชนเจ้าของประเทศ ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ตนและพวกพ้อง ทุจริตโกงชาติชนิดที่เรียกว่า "โคตรโกงและโกงกันทั้งโคตร" โดยเฉพาะการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ที่ก่อความเสียหายแก่เงินคงคลังของแผ่นดินนับแสนๆล้านบาท

ทั้งยังบังอาจใช้เสียงข้างมาก โดยมิชอบ ออกกฎหมายมาล้างผิดให้คนโกง อันถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ประชาชนสุดที่จะทนยอมรับได้ จึงเกิดกระแสคลื่นของมวลมหาประชาชนนับสิบ ๆ ล้านคนทั่วประเทศ ลุกฮือขึ้นต่อต้านขับไล่รัฐบาล แม้จะมาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อปราศจากความชอบธรรม และไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ถูกปกครอง รัฐบาลนั้นก็ถึงกาลล่มสลายไปในที่สุด
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ประชาชนเรือนแสนเรือนล้านที่สามัคคีกันออกมาเต็มท้องถนน โดยมิได้เกรงกลัวต่ออำนาจรัฐบาลขณะนั้น และมิได้หวั่นกลัวต่อภยันตรายที่อาจถึงชีวิต จากการกระทำของกองกำลังอันธพาลติดอาวุธ ที่รัฐบาลแอบจัดตั้งและให้การสนับสนุน เพื่อสะกัดกั้นและทำลายทำร้ายประชาชน ประชาชนทั้งหลายต้องการและอยากเห็นการปฎิรูปประเทศในทุกด้าน

ทั้งต้องการหนีจากการเมืองเก่าที่ล้มเหลว และสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติ การเมืองที่ทำร้ายทำลายความรักสามัคคีของคนในชาติ การเมืองที่เอาแต่ทุจริตโกงชาติ หาประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ปลอดภัย มีอนาคตและความหวัง ความเจริญก้าวหน้า สมกับเป็นประเทศไทย ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นเมืองพุทธที่ทุกนิกายศาสนาอยู่ร่วมกันโดยสันติสุข
การก้าวมาควบคุมอำนาจการปกครองโดย คสช.พร้อมกับคำสัญญาว่าจะคืนความสงบสุขแก่ประเทศชาติและประชาชน จะปฏิรูปประเทศในทุกด้านตามความเรียกร้องต้องการของประชาชน จึงได้รับฉันทามติและความเห็นชอบ เพราะประชาชนเชื่อถือศรัทธาว่า "คสช.จะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน"

บัดนี้เกือบจะครบวาระ 4 ปี ของคสช.ซึ่งกำลังจะมาถึงในวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 แล้วครับ สัญญาณที่บ่งบอกถึงอนาคตใหม่ของประเทศ อนาคตของการปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปสังคมในทุกๆ ด้านนั้น ทุกโพลทุกการสำรวจความเห็นตอบตรงกันว่า ยังมิได้ปรากฎผลการปฏิรูปใดให้เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งมาพร้อมกับความนิยมศรัทธาในรัฐบาล คสช.และตัวผู้นำต่างลดลงมาโดยลำดับอย่างมีนัยสำคัญ
แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ01-3-1แต่ในขณะเดียวกัน ทางด้านความเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมืองและนักการเมือง ที่กำลังเคลื่อนไหวรวมตัวเตรียมจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ก็ยังมิได้ปรากฎพรรคหรือกลุ่มการเมืองใด พอที่จะเป็นอนาคตและความหวังใหม่ๆ เป็นทางเลือกใหม่แก่ประชาชน และประเทศชาติ ณ สถานการณ์เบื้องหน้าขณะนี้ได้เลย ยังเป็นพรรคและนักการเมืองหน้าเก่า เจ้าเก่าที่เคยสร้างปัญหาทิ้งไว้แก่ชาติบ้านเมืองมาแล้วทั้งสิ้น
และที่ประกาศรวมตัวจัดตั้งพรรคใหม่ ภายใต้ชื่อต่าง ๆ ก็ล้วนแต่เป็นพวกเหล้าเก่าในขวดใหม่ หรือไม่ก็เป็นพรรคชื่อใหม่ แต่ตั้งขึ้นในบริบทเก่าๆคือ พรรคที่สนับสนุนทหารหรือ คสช.กลุ่มที่ยึดอำนาจปกครอง ให้สืบทอดอำนาจต่อไป ซึ่งเมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบ และเจตนารมณ์การก่อตั้งพรรคแล้ว หาได้มีพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด สามารถแสดงบทบาทและจุดยืนที่ตรงและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องการปฏิรูปประเทศ เรือนแสนเรือนล้านจากทั่วประเทศแต่อย่างใดไม่
แม้ปรากฎข่าวว่าอดีตผู้นำมวลมหาประชาชน กำลังเตรียมตัวตั้งพรรคการเมือง ก็ยังมุ่งไปในทางสนับสนุนทหารให้เป็นนายกฯต่อไป ทำนองเดียวกับการเมืองยุคทหารในอดีต ซึ่งก็น่าจะขัดกับเจตนารมณ์แท้จริงของมหาชน ที่ต้องการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องการเห็นการปฏิรูปประเทศในทุกด้านอย่างแท้จริง ซึ่งประชาชนในวันนั้น ยังไม่แน่ว่าพวกเขาจะเดินตามผู้นำในอดีตหรือไม่
แบนเนอร์รายการฐานยานยนต์-2เพราะเสียงประชาชนส่วนใหญ่ เริ่มมีเสียงดังหนาหูขึ้นทั้งมีคำถามและข้อสงสัยว่า คสช.และผู้นำทหารขณะนี้ ฉวยโอกาสและใช้อำนาจนั้นเพื่อตนเองและพวกพ้องหรือไม่? โดยพฤติกรรมมิได้แตกต่างใด ๆ จากพรรคและนักการเมืองเก่าที่ล้มเหลว แต่อย่างใด พรรคการเมืองที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบัน จึงมีเพียงสองขั้วเท่านั้นคือ "พรรคการเมืองที่สนับสนุนทหาร คสช. กับพรรคการเมืองเก่าที่ล้มเหลว" ซึ่งก็มิใช่ความต้องการของมหาชนทั้งสองขั้ว ดังนั้น 4 ปี ของการปฏิวัติ ยังเป็น 4 ปี ของความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศ คือ 4 ปี ที่ประชาชนและประเทศนี้ ยังต้องรอคอย
20180216090334
การกล่าวถึงปัญหาและสถานการณ์ดังกล่าว ผู้เขียนเพียงแต่วิตกห่วงใยว่า การเสียสละสามัคคีกันต่อสู้ด้วยความยากลำบากของประชาชนและการปฏิวัติยึดอำนาจของ คสช.กำลังจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์เดิมๆ ที่เคยล้มเหลวและสร้างความเสียหายแก่บ้านเมืองมาแล้ว ไม่ต่างอะไรกับพรรคและนักการเมืองในอดีต การสรุปบทเรียนและหลีกเลี่ยงความเสียหาย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ คสช.พึงสังวรณ์ ทางเดียวที่ประชาชนจะมีฉันทามติให้ท่านสืบทอดอำนาจต่อไปได้ก็คือ

"ท่านต้องกล้าประกาศต่อประชาชนอย่างอาจหาญ โดยเปิดเผยเป็นสัญญาต่อประชาชนว่า ข้าพเจ้าจะดำเนินการปฏิรูปประเทศในทุกด้านให้เห็นผลโดยเร็วอย่างจริงจัง จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน จัดการกับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่ญาติพี่น้องและพวกพ้องของตน เท่านั้น"
โดยต้องไม่ลืมว่า "ร้อยคำพูดไม่สู้หนึ่งการกระทำ" และพรรคการเมืองที่สนับสนุนทหาร ต่างอะไรกับพรรคการเมืองเก่าที่ล้มเหลว มีแต่การกระทำเช่นนี้เท่านั้น ศรัทธาและกองหนุนจึงจะกลับมา หากปราศจากความรัก ความเชื่อมั่น ความศรัทธา จากประชาชนแล้ว 100 กองทัพ 1,000 พรรคการเมืองใดๆ ก็ค้ำจุนอำนาจที่ไร้ความชอบธรรมไม่ได้ครับท่าน ด้วยรักและปารถนาดี

......................
คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน /หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3344 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 1-3 มี.ค.2561ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว


คสช. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประพันธุ์ คูณมี ข้าพระบาททาสประชาชน