ป.ป.ช.อุ้ม "สุภา”ยกคำร้อง “นิพิฐ”คดีปาล์มอินโด

28 February 2018






ป.ป.ช.อุ้ม "สุภา”ยกคำร้อง “นิพิฐ”คดีปาล์มอินโด คาดเสร็จภายในปีนี้

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีทีจีอี ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมขอคัดค้าน และขอเปลี่ยนตัวนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบสำนวนเรื่องปลูกปาล์มประเทศอินโดนีเซียนั้นว่า ทราบว่า นายนิพิฐ ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา 16 ครั้งแล้ว โดยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยคำร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว และได้มีมติยกคำร้อง เนื่องจากกระบวนการที่ร้องมานั้นสามารถชี้แจงได้ ทั้งกรณีของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ต่างๆก็ไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะส่อว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าว

"จากมติขององค์คณะเมื่อวานนี้ ท่านสุภาก็ยังทำหน้าที่เป็นกรรมการป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวนคดีต่อไป อย่างไรก็ดี เรื่องการปลูกปาล์มน้ำมันที่อินโดฯทั้ง 5 โครงการนั้นเป็นการไต่สวนโดยคณะกรรมการป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ยืนยันว่า ถ้าสอบสวนไม่ชอบเราจะไม่ทำแน่เพราะจะทำให้เราโดนโทษทัณฑ์เอง" พล.ต.อ.วัชรพล ประธานป.ป.ช. ระบุย้ำ และว่า

หลังจากนี้จะให้นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. นำข้อมูลแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากบุคคลที่ถูกกล่าวหารายนี้นั้นได้มีการยื่นต่อศาลโดยประเด็นการร้องนั้นไปพาดพิงกับการปฏิบัติงานตามกระบวนการความร่วมมือระหว่างประเทศในทางอาญา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับป.ป.ช.โดยตรง เป็นการทำงานระหว่างประเทศที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติขอความร่วมมือไป



ทั้งนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประธาน ป.ป.ช. ยืนยันว่า เรื่องนี้มีความก้าวหน้าไปมากโดยเชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะสามารถสรุปบางโครงการเพื่อเข้าสู่กระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา และให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาและสามารถวินิจฉัยได้

สำหรับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของนายนิพิฐนั้น เรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. (ยกเว้นนางสาวสุภา ปิยะจิตติ) ดำเนินการเร่งด่วน 5 ประการภายใน 15 วัน ดังนี้ 1.ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาและมีมติเปลี่ยนตัวนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวน และให้ยุติการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปลูกปาล์มประเทศอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ข้าพเจ้าถูกกล่าวหา และคดีที่ข้าพเจ้ากล่าวหานายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กับพวกทุกเรื่องโดยทันที

2.ขอให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและลงโทษผู้กระทำความผิดกับ กรรมการ ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่ไปเกี่ยวข้องกับนางรสยา เธียรวรรณ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที กรีนเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ( GE) ซึ่งมีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และมอบสินบนให้แก่พยานปากสำคัญโดยขอให้สอบสวนตามหนังสือที่ข้าพเจ้าร้องขอความเป็นธรรม ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม 2561 จนถึงปัจจุบันทุกฉบับ โดยเฉพาะตามประเด็นที่ข้าพเจ้าได้ยื่นหนังสือต่อป.ป.ช.ในวันที่ 15 สิงหาคม 2560 รับที่ 25083 และวันที่ 1 กันยายน 2560 รับที่ 27153

3.ขอให้สอบสวนนางรสยา เธียรวรรณ กรณีไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ส่งมอบถุงสินบนให้กับพยานปากสำคัญและมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นร่วมคณะเดินทางไปกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปสอบพยานที่ประเทศอินโดนีเซีย เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากมีการให้ผลประโยชน์พยานปากสำคัญในคดีอาญาก่อนการสอบสวนของ ป.ป.ช.จะเริ่มต้นเพียง 2 วัน อย่างมีนัยสำคัญ



4.นายนิพิฐ ขอให้เปิดเผยผลการสอบสวนกรณีเรื่องถุงสินบน และการสอบพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ประเทศอินโดนีเซียรวม 21 ประเด็น ตามหนังสือที่ ปช.0019/2365 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2560 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ.2540 เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้องบุคคลที่ให้ข้อมูลบิดเบือนกับข้อเท็จจริงดังกล่าว

5.ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.โปรดชี้แจงกรณีผลการสอบสวนว่าเหตุใดถึงไม่ตรงกับความเป็นจริงเป็นลายลักษณ์อักษร

หากเพิกเฉยถือได้ว่า เป็นการช่วยเหลือนางสาวสุภา ปิยะจิตติ ไม่ต้องให้ได้รับโทษ ข้าพเจ้ามีความจำเป็นที่จะต้องยื่นเรื่องต่อประธานศาลฎีกาผ่านประธานรัฐสภา เพื่อถอดถอนและดำเนินคดีอาญากับท่านตามขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมายต่อไป



ป.ป.ช. อินโดนีเซีย คดีปาล์ม