แบรนด์หรูยื่นฟ้องอาลีบาบา สนับสนุนการขายสินค้าปลอม

20 May 2015






เคอริ่ง กรุ๊ป เจ้าของสินค้าแบรนด์หรู อาทิ กุชชี่ และอีฟแซงต์โลรองต์ ยื่นฟ้อง อาลีบาบา บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ว่ามีส่วนช่วยเหลือการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ นับเป็นความท้าทายล่าสุดต่อความพยายามของอาลีบาบาในการกำจัดสินค้าผิดกฎหมายบนเว็บไซต์


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเคอริ่งกรุ๊ปยื่นฟ้องต่อบริษัทอาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้งจำกัดต่อศาลในแมนฮัตตันประเทศสหรัฐอเมริกาโดยระบุว่าอาลีบาบาและบริษัทที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนช่วยเหลือและทำกำไรจากการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์ของตนขณะที่อาลีบาบาออกมาตอบโต้ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลและบริษัทมีประวัติที่ดีในการช่วยเหลือแบรนด์ต่างๆในการต่อสู้กับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์


การยื่นฟ้องในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตสินค้าแบรนด์หรูชื่อดังอย่างเคอริ่งยังไม่พึงพอใจกับความพยายามของอาลีบาบาในการแก้ปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เคอริ่งฟ้องร้องอาลีบาบา โดยเคอริ่งเคยยื่นฟ้องอาลีบาบาด้วยข้อกล่าวหาในทำ นองเดียวกันมาแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน เพียงไม่กี่เดือนก่อนที่อาลีบาบาจะเปิดจำหน่ายหุ้นไอพีโอในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่ได้ถอนฟ้องในอีก 2 สัปดาห์ถัดมา


ก่อนหน้านี้อาลีบาบาและเคอริ่งได้กล่าวว่าจะร่วมมือกันเพื่อลดจำนวนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของแบรนด์ในเครือเคอริ่งอย่างไรก็ดีเคอริ่งตัดสินใจนำข้อกล่าวหาที่เคยยื่นฟ้องเมื่อปีก่อนกลับมาฟ้องร้องอาลีบาบาอีกครั้งโดยคำฟ้องระบุว่าอาลีบาบาให้การช่วยเหลือผู้ผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการเปิดช่องทางการทำการตลาดและโลจิสติกส์บนแพลตฟอร์มต่างๆซึ่งร่วมถึงเว็บไซต์ Alibaba.com เว็บไซต์ AliExpress.com ตลอดจนบริการมาร์เก็ตเพลสเถาเป่า (Taobao)


คำฟ้องยังกล่าวหาด้วยว่าอาลีบาบาจำหน่ายคีย์เวิร์ดในการค้นหาสินค้าซึ่งรวมถึงแบรนด์ของเคอริ่งเพื่อช่วยให้ผู้ค้าดึงดูดลูกค้าจำนวนมากขึ้นมาซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นอกจากนี้เสิร์ชเอนจินของอาลีบาบายังแนะนำชื่อแบรนด์ที่คล้ายคลึงกันเพื่อดึงลูกค้าไปยังผู้ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และอาลีบาบาทำกำไรจากการจำหน่ายคีย์เวิร์ดเหล่านั้น


ทั้งนี้เคอริ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยไม่ระบุมูลค่าจากยอดขายหรือกำไรจากการจำหน่ายสินค้าพร้อมกับขอให้ศาลออกคำสั่งห้ามอาลีบาบามีส่วนในการจำหน่ายทำการตลาดและกระจายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์


ปัญหาเรื่องการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ นับเป็นความท้าทายสำคัญต่ออาลีบาบา ที่เมื่อเดือนกันยายนปีก่อนระดมเงินจากการเปิดจำหน่ายหุ้นไอพีโอเป็นมูลค่า
2.5
หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นการเปิดจำหน่ายหุ้นไอพีโอมูลค่าสูงสุดของโลก โดยเป็นปัญหาที่เสี่ยงต่อชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของบริษัทในสายตานักลงทุนและแบรนด์สินค้าต่างๆ


ในช่วงปีที่ผ่านมาอาลีบาบาได้ให้คำมั่นกับแบรนด์ชื่อดังที่เปิดร้านค้าอยู่บนเว็บไซต์ทีมอลล์ (Tmall) ของอาลีบาบา อาทิ เบอร์เบอร์รี ว่าจะกำจัดการจำหน่ายสินค้าเกรย์มาร์เก็ตรวมถึงต่อสู้กับการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์เถาเป่า อย่างไรก็ดี อาลีบาบาไม่ได้ทำข้อตกลงกับทุกแบรนด์ที่จำหน่ายสินค้าอยู่บนเว็บไซต์ทีมอลล์ ซึ่งมีแบรนด์สินค้ารายใหญ่ประมาณ 7 หมื่นแบรนด์เปิดร้านค้าอยู่


ขณะเดียวกันบ็อบบาร์ชีซีประธานกลุ่มต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ International AntiCounterfeiting Coalition กล่าวว่าเมื่อปีที่ผ่านมาทางกลุ่มได้เจรจาตกลงกับอาลีบาบาให้ลบสินค้าที่น่าสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากเว็บไซต์ภายในเวลา 2 วันแทนที่จะใช้เวลาหลายสัปดาห์เหมือนที่ผ่านมา และข้อตกลงดังกล่าวเดินหน้าไปได้อย่างดี โดยปัจจุบันมีแบรนด์กว่า 20 แบรนด์ที่เข้าร่วมกับข้อตกลงดังกล่าว และสามารถขยายเพิ่มเติมได้



ประเทศจีน สำนักข่าวต่างประเทศ อาลีบาบา บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ตลาดต่างประเทศ