เบนซ์ลุยประกอบ AMG ราคาถูกลง1ล้านปั้นคู่รถยนต์ไฟฟ้า-เปิดรง.แบตเตอรี่ใหม่

24 February 2018






เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปักธงเมืองไทยให้เป็นฐานประกอบแบรนด์ “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ประเทศ แรกนอกเหนือจากเยอรมนี หลังเปิดตัว “ซี43 4เมติก คูเป้” ด้วยราคาที่ลง 1.05 ล้านบาทเมื่อเทียบตัวนำเข้าเล็งส่งรุ่นอื่นๆตามมาอีกเพียบฝั่งบีเอ็มดับเบิลยู เตรียมส่ง “เอ็ม5” เอาใจลูกค้าเท้าหนัก

ช่วงปลายปี 2560 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศ ไทย ประกาศรุกตลาดรถยนต์กลุ่มดรีมคาร์ ด้วยซับแบรนด์ “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” (Mercedes-AMG) พร้อมเรียกกระแสด้วยการเปิดตัวสปอร์ตคาร์สายพันธุ์แรง GT C Roadster ราคา 16.8 ล้านบาท และ GT R ราคา 17.4 ล้านบาท

เมื่อเปิดศักราชใหม่ เจ้าพ่อรถหรูยังเดินเกมเร็วด้วยการประกาศแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ 11 ราย ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่าจากนี้ไปยอดขายเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จะต้องเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว หรือมากกว่าปี 2560 ที่ขายไปเพียงกว่า100 คัน (จากยอดขายเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมทุกรุ่น 1.45 หมื่นคัน)

ทั้งนี้ ถือเป็นการขยับตามนโยบายของบริษัทแม่ ประเทศเยอรมนี ในการขยายธุรกิจของแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ด้วยโปรดักต์ที่หลากหลาย ซึ่งเมืองไทยตอบรับด้วยการเปิดดีลเลอร์ที่ดูแลการขายและบริการหลังการขายโดยเฉพาะ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย พร้อมสนับสนุนทั้ง โปรดักต์ การเทรนนิ่ง การจัดอีเวนต์ให้ลูกค้าได้ลองขับ ที่สำคัญยังจริงจังถึงขนาดแยกโบนัสการตลาดออกมาจากรถยนต์รุ่นปกติ

ล่าสุดในการเปิดตัวเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี “ซี43 4เมติกคูเป้” (C 43 4MATIC Coupe) รุ่นประกอบในประเทศ ยังเห็นทิศทางของราคาที่ถูกลงกว่าตัวนำเข้าอย่างชัดเจน หรือราคาลดลงไป 1.05 ล้านบาท

“เพื่อเป็นการตอกยํ้าภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำอันดับ 1 เราได้สร้างประวัติ ศาสตร์ครั้งใหม่ให้กับวงการรถยนต์หรู ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี43 4เมติก คูเป้ รุ่นประกอบในประเทศไทย(โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ทำเป็น SKD ซึ่งตัวถังทำสีมาจากยุโรปเรียบร้อยแล้ว) ถือเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับการผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี นอกเหนือจากโรงงานของเดมเลอร์ เอจี” นายไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

สำหรับเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี43 4เมติก คูเป้ ราคา 4.14 ล้านบาท ยังได้ออพชันทุกอย่างเทียบเท่ากับตัวนำเข้า เช่น ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System, ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS- Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light), หลังคาพาโนรามิกซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า,กระจังหน้า diamond grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ AMG,AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง), ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19”, ยางรถยนต์แบบ Run-flat เป็นต้น

ส่วนสมรรถนะจากเครื่องยนต์เบนซิน วี6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม. ทำได้ 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

“ไม่เพียง ซี43 4เมติก คูเป้ แต่ปีนี้เรามีแผนเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศของแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อีกหลายรุ่น และจะมีกิจกรรมให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์การขับขี่ ได้ลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง” นายฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวและว่า

บริษัทแม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ชื่นชมกับผลประกอบการในเมืองไทยมาก หรือไม่น่าเชื่อว่าตลาดเล็กๆจะทำยอดขายในปีที่แล้วได้กว่า 1.4 หมื่นคัน ดังนั้นเมืองไทยจึงเป็นตลาดที่บริษัทแม่ให้ความสำคัญ ทั้งการนำโปรดักต์ใหม่ๆเข้ามาทำตลาดอย่างรวดเร็ว รวมถึงแผนประกอบในประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตสูง

อย่างไรก็ตาม บริษัทคงไม่ได้ยกเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ทุกรุ่นมาประกอบในเมืองไทย แต่ต้องเลือกรุ่นที่เหมาะสม พร้อมทำราคาได้น่าสนใจ เช่นเดียวกับการให้ความสำคัญกับรถยนต์พลังไฟฟ้าภายใต้แบรนด์เทคโนโลยี EQ- Electric Intelligence by Mercedes-Benz

“แบรนด์เทคโนโลยี EQ ที่เมืองไทยมีรถปลั๊ก-อินไฮบริดทำตลาดหลายรุ่น อย่างปีที่แล้วปิดตัวเลขกว่า 5,700 คัน หรือคิดเป็น 40% ของยอดขายเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งหมด ส่วนปีนี้ยังมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้เทคโนโลยีนี้เพิ่มเติม อันสอดคล้องกับการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอีกกว่า 80 จุด จากปัจจุบันที่เมอร์ เซเดส-เบนซ์ มีสถานีชาร์จ 113 แห่ง” นายชไตน์อัคเคอร์ กล่าวสรุป

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าและแบรนด์เทคโนโลยี EQ มีรายงานว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เตรียมจัดงานแถลงข่าวเปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มีนาคมนี้

ฝั่งคู่แข่ง “บีเอ็มดับเบิลยู” ที่ปี 2560 ทำยอดขายรวม 10,020 คัน เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับปี 2559 แต่ถ้านับเฉพาะรถกลุ่มปลั๊ก-อินไฮบริด มีอัตราเติบโตสูงถึง 269% ซึ่งแผนต่อไปของค่ายใบพัดสีฟ้า ก็เตรียมประกอบแบตเตอรี่ที่โรงงาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดระยองเช่นกัน

โดยจะแถลงข่าวในวันที่ 6 มีนาคมนี้ และก่อนหน้านั้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เตรียมจัดงานเปิดตัว M5 โฉมใหม่ ต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ก่อนจะนำไปเข้างานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2018 ปลายเดือนมีนาคมนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,342 วันที่ 22 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


รถยนต์ไฟฟ้า เบนซ์ AMG