โยธาหนุนเอกชนลุยอีอีซ ไม่ต้องรอผังเมืองใหม่-‘เอสซี แอสเสท’บุกแปดริ้ว

15 February 2018






โยธาฯ หนุนเอกชนลุยที่อยู่อาศัย ตามผังเก่า ไม่ต้องรอ ผังอีอีซี “กอบศักดิ์” ลั่นเมืองใหม่รอสถานีรถไฟเร็วสูงนิ่ง ขณะบิ๊กทุนไทย-ต่างชาติ กรุยขุมทรัพย์ตะวันออกเต็มพื้นที่แล้ว ล่าสุด ค่ายเอสซี แอสเสท ประกาศบุกแปดริ้ว เคหะฯปักธงบ้านผู้สูงอายุ ริมทะเลบางละมุง

การปักธงเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเกิดขึ้นมาก่อนที่รัฐบาลประกาศ ลุย “อีสเทิร์นซีบอร์ด 2” โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี แต่เมื่อนโยบายชัดทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการปรับผังการใช้ประโยชนที่ดินยิ่งดึงนักลงทุนเข้าพื้นที่อย่างคึกคัก

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กรมเตรียมวางผังเมืองรวม3 จังหวัดอีอีซี ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงภาพใหญ่ของแผนแม่บทอีอีซี ที่จะผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก หรืออีอีซีเร็วๆ นี้ เพื่อจะกำหนดโซนกิจกรรมต่างๆ ให้ชัดเจน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2561 หลังจากนั้นในระยะเวลา 1 ปี จะจัดทำผังตามขบวนการกฎหมายอีอีซี และกฎหมายผังเมืองคาดว่า กลางปี 2562 น่าจะบังคับใช้ และยกเลิกผังเก่าทั้งหมด ระหว่างนี้เอกชนสามารถใช้ผังเมืองจังหวัดและผังชุมชนที่มีอยู่ขณะนี้พัฒนาได้ต่อเนื่อง

ขณะที่ เมืองใหม่ ต้องรอผลศึกษาความเหมาะสม ซึ่งสอดรับกับ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเมืองใหม่จะมีผลการศึกษาทั้ง 3 จังหวัด เพื่อรองรับการอยู่อาศัย แต่ความชัดเจนของที่ตั้งเมืองโดยเฉพาะเมืองใหม่ที่ ฉะเชิงเทรา จะต้องรอตำแหน่งที่ตั้งสถานีรถไฟความเร็วสูงนิ่งเสียก่อน

ล่าสุดนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีแอสเสท จำกัด (มหาชน ) ประกาศแผนปี 2561 เตรียมบุกตลาดอสังหาฯ ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก ซึ่งพื้นที่เป้าหมายคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป รองรับกลุ่มนักลงทุนในจังหวัดอีอีซีภายใต้ แบรนด์ “เพฟ” โดยเล็งเห็น โอกาสการเติบโตของเมืองจากเมกะโปรเจ็กต์ อีอีซี ในปี 2020 ซึ่งสัดส่วนมูลค่ายอดขายแนวราบกรุงเทพฯและต่างจังหวัดอยู่ที่ 90 ต่อ 10

ขณะเดียวกันยังมีแผนพัฒนาโครงการแนวราบบนที่ดิน 115 ไร่ บริเวณถนนกรุงเทพกรีฑาซึ่งเป็นประตูเชื่อมไปยัง จังหวัดฉะเชิงเทราได้

ขณะที่เจ้าถิ่นอย่างบริษัทมารวย เรียลเอสเตท จำกัด ที่บริหารโดยนายสืบวงษ์ สุขะมงคล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิจิตรา กรุ๊ปฯ ที่มีที่ดินในมือกว่า 5,000 ไร่ พัฒนาโครงการแนวราบรออยู่ก่อนแล้วในจังหวัดภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา และชลบุรี ซึ่งได้เปรียบด้านต้นทุนที่ดิน และสามารถขายราคาได้ตํ่ากว่าและ กลุ่มลูกค้าคุ้นเคยมากกว่า สำหรับ บ้านเดี่ยวแบ่งเป็น 2 ระดับระดับบน แบรนด์วิจิตราธานีราคา 5-10 ล้านบาท แบรนด์มารวย ราคา 3-5 ล้านบาท และแบรนด์ วิคทอเรีย ทาวน์เฮาส์ 2-3 ล้านบาท

ด้านนางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า อีอีซีใน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และ ฉะเชิงเทราช่วยกระตุ้นให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดดังกล่าวเติบโตมากขึ้น ก่อให้เกิดแหล่งงานขนาดใหญ่ บริษัทจึงมีแผนพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในศรีราชา จังหวัดชลบุรี บนที่ดินขนาดกว่า 10 ไร่ ใกล้กับโรบินสันศรีราชา ซึ่งเฟสแรกเป็นคอนโด มิเนียมสูง 30 ชั้น โรงแรม มูลค่า 1,000 ล้านบาทเป็นต้น ขณะที่ ก่อนหน้านี้ ค่ายออริจิ้น นายพีระพงศ์ เอกจรูญ ประธานกรรมการบริหาร ได้ลงทุนมิกซ์ยูส ที่แหลมฉบัง-ศรีราชา คาดว่าจะเกิดการแข่งขันในทำเลนี้อย่างแน่นอน

ขณะที่ดีเวลอปเปอร์ภาครัฐ นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่า การการเคหะแห่งชาติ มีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยรองรับผู้สูงอายุ ริมหาดบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งแปลงที่ดินหน้ากว้างเลียบไปกับชายหาด ทำให้ราคาที่ดินสูง ดังนั้นบ้านที่พัฒนาออกมาน่าจะมีราคาสูง เพราะขายวิวทะเล

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,339 วันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


ที่อยู่อาศัย ผังเมือง อีอีซี ตะวันออก เมืองใหม่ โยธาธิการ