กางโรดแมป MTL ดึงบิ๊กดาต้ารุกธุรกิจ

31 January 2018






เมืองไทยประกันชีวิต ประกาศเป็นองค์กร “Data Base” มุ่งสู่ “Digital Insurer” ชูโรดแมปดึงบิ๊กดาต้าวิเคราะห์โอกาสธุรกิจ-ลดต้นทุน เสิร์ฟบริการตรงใจลูกค้า ทุก 3-6 เดือน มีผลงานทยอยสู่ตลาด ชิมลางไตรมาสแรกเตรียมออกแพลต ฟอร์มเจาะลูกค้ากลุ่มพิเศษ

นายสาระ ลํ่าซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บริษัทพยายามปรับตัว ปรับธุรกิจให้ทันต่อยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และพฤติกรรมลูกค้า

อย่างไรก็ดี เป้าหมายการยกระดับตัวแทนให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเต็มรูปแบบ (Advisory Base) ได้นั้น จะต้องเป็นองค์กรที่มี “Data Base” หรือระบบฐานข้อมูล Big Data เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์เป็น Data Analytic ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ โดยทั้งองค์กรจะใช้ Data Analytic ในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงนำองค์กรไปสู่ “Digital Insurer” ซึ่งมีอยู่ 2 เรื่องใหญ่ คือ เพื่อรองรับลูกค้าของบริษัทในมุมบริการ และ 2.เล่นกับคนที่ไม่ใช่ฐานลูกค้า

นายทำนุ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส MTL เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าบริษัทได้ทำเรื่องของระบบฐานข้อมูลมาแล้ว 4-5 ปี แต่จะเป็นจุดData Warehouse ภายใน แต่หลังจากปี 2560 ระบบฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้น บริษัทจึงมีโครงการ Data Transformation เป็นโปรแกรมเพื่อวางโรดแมประบบฐานข้อมูล โดยจัดตั้งหน่วยงาน และสายงาน “Data Analytic” ดูแลบริหารจัดการข้อมูลให้มีคุณภาพ และปรับ Operating Model ให้แน่นขึ้น โดยการจัดเก็บข้อมูลจะเป็นความร่วมมือทั้งองค์กร จากเดิมที่ไม่ได้มุ่งเน้นหรือมีแรงจูงใจเก็บข้อมูล แต่หลังจากนี้ทุกฝ่ายจะร่วมมือเก็บข้อมูลทั้งหมด

สำหรับเป้าหมายของโรดแมปการจัดเก็บระบบฐานข้อมูล เพื่อนำไปสู่ “Data Driven” และการทำ Data Analytic ซึ่งจะมีแกนสำคัญอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.โอกาสทางธุรกิจและรายได้ 2. ลดต้นทุนให้ธุรกิจ และ 3. บริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อลดการทุจริต ซึ่งในแต่ละแกนจะมีเรื่องย่อยๆ ออกมา

บริษัทตั้งเป้าการวิเคราะห์เรื่องต่างๆ หรือออกโปรแกรมใหม่ที่ได้จากการวิเคราะห์อย่างน้อยทุกๆ ไตรมาสหรือทุก 6 เดือน เช่น การใช้ข้อมูลวิเคราะห์การให้บริการลูกค้า หรือต่อยอดการขายผลิตภัณฑ์ (Cross-Selling) หรือเลือกใช้ข้อมูลทำในเรื่องที่มีประโยชน์ต่อลูกค้าและองค์กร ภายใต้ความพร้อมของข้อมูล เป็นต้น

“ตอนนี้ไม่ว่าที่ไหน จะมุ่งเน้นการทำบิ๊กดาต้าในธุรกิจ แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะโฟกัสจุดไหนตรงไหน ซึ่งถ้าเราเห็นข้อมูลและเก็บจริงจังจะเป็นโอกาสเพราะมีฐานลูกค้าเยอะ ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจจะยังไม่ได้ทำให้แน่น แต่ปีนี้เราวางแผนไว้หมดแล้ว เพราะถ้าจะ Analytic ได้ Data จะต้องมี อาจจะไม่ต้องมี Data ทั้ง 100% เราก็สามารถวิเคราะห์ไปได้เรื่อยๆ แต่การวิเคราะห์จะแม่นขึ้น ส่วนเรื่องงบประมาณการลงทุน อาจจะใช้ค่อนข้างเยอะ เพราะเครื่องมือ ระบบต่างๆ อาจจะแพง แต่เป็นอะไรที่คุ้ม เพราะในอนาคตเราเข้าถึงลูกค้าได้ดีขึ้น ตรงจุดมากขึ้น และลดต้นทุนการดำเนินการต่างๆได้”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,335 วันที่ 28 - 31 มกราคม พ.ศ. 2561


โรดแมป เมืองไทยประกันชีวิต