พาณิชย์เกาะติดสถานการณ์ชัตดาวน์ของสหรัฐฯมั่นใจระยะสั้นไม่กระทบการค้าไทย

23 January 2018






พาณิชย์เกาะติดสถานการณ์ชัตดาวน์ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด มั่นใจระยะสั้นไม่กระทบการค้าไทย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ได้มอบนโยบายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศติดตามสถานการณ์ชัตดาวน์ (Government Shutdown) หรือการปิดดำเนินการชั่วคราวของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด โดยในเบื้องต้นประเมินว่า การชัตดาวน์ได้เริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 20 มกราคม 2561 ตามเวลาสหรัฐฯ ภายหลังจากที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณสหรัฐฯ ประจำปี 2561 ได้นั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ยังคงทำงานต่อเนื่อง เพราะถือเป็นตำแหน่ง จำเป็นที่หากหยุดดำเนินการแล้วจะส่งผลต่อความปลอดภัยต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชนสหรัฐฯ (essential duty) จึงยังคงต้องปฏิบัติงานต่อไป โดยหน่วยงานจำเป็น เช่น หน่วยงานด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง งานบริการด้านกงสุลและสถานทูตสหรัฐฯ ในต่างประเทศ ควบคุมการบิน ไปรษณีย์ กลาโหมและการรักษาความปลอดภัย รัฐสภา และศาล เป็นต้น



ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามการวิเคราะห์ผลกระทบของการชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ที่ประเมินโดยสถาบันวิจัยต่างๆ ของสหรัฐฯ พบว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ (Real GDP Growth) ของไตรมาสที่ 1 อาจลดลงร้อยละ 0.2 รวมทั้งส่งผลต่อค่าเงินสหรัฐฯ อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน และอัตราเงินเฟ้ออาจขยายตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ มีการประมาณการว่าจะมีพนักงานและเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบประมาณ 1 ล้านคน และอาจกระทบต่อการจ้างงานของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของภาครัฐ อย่างไรก็ดี หากชัตดาวน์มีระยะเวลายาวนานเป็นหลายสัปดาห์ อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของสหรัฐฯ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศจะปิดทำการ

สำหรับผลกระทบต่อไทย กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในเบื้องต้น จะไม่กระทบการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมทั้งการเดินทางเข้า-ออก สหรัฐฯ ของนักธุรกิจไทย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังคงทำงานต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี อาจมีความล่าช้าในการประสานงานกับหน่วยงานสหรัฐฯ บางแห่งบ้าง สำหรับกรณีการชัตดาวน์เป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดการชะลอการนำเข้าสินค้าจากไทย เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่น และการดำเนินกิจกรรมทางการค้าของผู้นำเข้าสหรัฐฯ รวมทั้งนักธุรกิจและผู้บริโภคสหรัฐฯ จะลดปริมาณการใช้จ่ายลงได้



อย่างไรก็ตามสถานการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะยืดเยื้อหลายสัปดาห์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการวางแผนล่วงหน้าสำหรับทำการค้ากับสหรัฐฯ ในสถานการณ์เช่นนี้ต่อไป ทั้งนี้ การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณปี 2561 ของสหรัฐฯ จะต้องได้รับการลงมติสนับสนุน 60 เสียงจาก 100 เสียงของ ส.ว. แต่เนื่องจากพรรครีพับบลิกันมีที่นั่งในสภาเพียง 52 เสียง จึงทำให้การลงมติผ่านร่างกฎหมายไม่ถึง 60 เสียง

โดยประเด็นที่พรรคเดโมแครตหยิบยกมาต่อรอง คือ ต้องการให้ร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวผนวกรวมเรื่องการต่ออายุโครงการ Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA) ซึ่งเป็นโครงการภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาออกไป เนื่องจากเมื่อปี 2560 รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ (นายเจฟฟ์ เซสชั่นส์) ได้ประกาศยกเลิกการคุ้มครองเยาวชนจากครอบครัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งเคยช่วยให้คนเหล่านี้เกือบ 8 แสนคนสามารถเรียนและทำงานได้ในสหรัฐฯ ภายใต้โครงการ DACA โดยการชัตดาวน์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 18 ครั้ง ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1-17 ตุลาคม 2556 ในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา



กระทรวงพาณิชย์ สหรัฐอเมริการ การค้าไทย สถานการณ์ชัตดาวน์