สยามพิวรรธน์ต่อยอดธุรกิจ เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

27 January 2018






แนวคิดในการพัฒนาธุรกิจของ บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด หลังจากการปรับโฉม สยามเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่เมื่อกว่า 6 ปีก่อน ได้ชูเรื่องของการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าไทย จากกลุ่มผู้ผลิตไทยทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า พร้อมทั้งให้พื้นที่จัดจำหน่าย มอบองค์ความรู้ทั้งการตลาด และการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้โดนใจลูกค้า แนวทางธุรกิจรูปแบบนี้ อาจจะเรียกได้ว่า กึ่งๆ กิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE)

สยามพิวรรธน์จับมือกระทรวงพาณิชย์ส่งเสริมดีไซเนอร์ไทย งาน DEmark Show



“ปารีสา จาตนิลพันธุ์” ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด บอกว่า สยามพิวรรธน์สนับสนุนดีไซเนอร์ไทยมาตั้งแต่กว่า 40 ปี และเห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมที่สยาม เซ็นเตอร์ ที่รวบรวมน้องๆ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ มาไว้ที่ 3 ร้านค้า ในสยามเซ็นเตอร์ แบ่งเป็นแฟชั่น 2 ร้านค้า คือ แฟชั่นผู้หญิง ชื่อ The Wonder Room และ Gin & Milk แหล่งรวมผลงานไทยดีไซเนอร์ผู้ชาย และอีกร้านเป็นโปรดักต์ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์โปรดักต์ ชื่อ The Selected
หลังจากให้พื้นที่ในสยาม เซ็นเตอร์แล้ว สยามพิวรรธน์ยังเพิ่มพื้นที่ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ จับมือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรวบรวมสินค้าให้ชัดมากขึ้น เปิดเพิ่มอีก 3 ช็อป คือ PUR-SUIT เสื้อผ้าผู้ชาย ร้าน CAZH เป็นผู้ประกอบการไทย 80% เชื่อมต่อให้เขาเจอกับอินเตอร์แบรนด์ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กัน และ ODS (Objects of Desire Store) ซึ่งจับมือกับกระทรวงพาณิชย์ รวบรวมร้านค้าจาก ดีมาร์ก โชว์ (DEmark Show) โครงการทาเลนต์ไทย แอนด์ ดีไซเนอร์รูม มาวางจำหน่ายในพื้นที่ของ ODS และประมาณตุลาคมนี้ หลังเปิดไอคอนสยาม สยามพิวรรธน์จะจัดสรรพื้นที่เพิ่มให้กับกลุ่มดีไซเนอร์ และโอท็อปอีก 1,500 ตารางเมตร เพื่อวางจำหน่ายสินค้า

ปารีสา จาตนิลพันธุ์



สยามพิวรรธน์ ได้จัดทีมพัฒนาธุรกิจมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับนักคิดรุ่นใหม่เหล่านั้น และยังซัพพอร์ตในอีกหลายๆ เรื่อง ทั้งการสื่อสาร การทำประชาสัมพันธ์ การทำตลาด การพัฒนาโปรดักต์ โดยให้ข้อมูลและองค์ความรู้ว่า ทำอย่างไรเขาจึงจะขายได้ และทำไมเขาถึงขายไม่ได้ ด้านกระทรวงพาณิชย์ก็ช่วยส่งเสริม ต่อยอดให้โปรดักต์ที่มีศักยภาพ เปิดตลาดสู่ต่างประเทศ ซึ่งมีหลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ สามารถเปิดร้านในต่างประเทศได้แล้ว

“มันเป็นการต่อยอดจากธุรกิจของเรา ผู้ประกอบการ ภาครัฐ จะได้มีของใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพต่อ ใครที่เข้าโครงการ ดีมาร์ก โชว์ เขาจะได้ตราสัญลักษณ์ดีมาร์ก ประกันว่าเขาเป็นโปรดักต์ดีไซที่ได้รับการคัดสรรแล้วจากหน่วยงานรัฐบาล และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จะมี Young Talent เข้ามาทุกปี ปีละหลายร้อยราย คนที่ได้รับสัญลักษณ์ดีมาร์ก หรือไม่ได้รับ ก็เอามาพัฒนาต่อยอดอีก”

คนที่ได้รับคัดเลือก รับรางวัลดีมาร์กแล้ว ก็ยังได้ลงสนามของ Good Design Award ของญี่ปุ่น ถือเป็นการการันตีคุณภาพงานและการดีไซน์ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งปัจจุบันทั้งสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ มีผู้ประกอบการที่เป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ไม่ตํ่ากว่า 2,000 ราย

“ปารีสา” บอกว่า โครงการดีมาร์กเดือนพฤษภาคมปีนี้ จะมีการคัดดีไซเนอร์มาแสดงผลงานที่สยามพารากอน ส่วนทาเลนต์ไทย แอนด์ ดีไซเนอร์รูม ที่มีการคัดเลือกทุกๆ 2 ปี คนที่ได้รับ
คัดเลือกจะอยู่ในโครงการได้ 4 ปี ส่งผลงานเข้ามาใหม่ แล้วมารับองค์ความรู้จากคอร์สต่างๆ ที่กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้นได้อีก

สยามพิวรรธน์ ยังคงเดินหน้าร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาดีไซเนอร์ไทย และโอท็อปไทย ล่าสุดได้จับมือกับหน่วยงาน โอท็อป อิกไนต์ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์ โอท็อป กับทายาทโอท็อป โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นพี่เลี้ยง สยามพิวรรธน์ทำหน้าที่ให้ความรู้ การพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง การตลาด เสริมให้เขาแข็งแกร่ง และยังร่วมกับศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ บางไทร หน่วยงานนวัตกรรม นำองค์ความรู้ด้านต่างๆ ไปส่งมอบให้บรรดาโอท็อป ซึ่งจะเริ่มประมาณเดือนกุมภาพันธ์นี้ และ 27 มกราคม - 8 กุุมภาพันธ์ 2561 จะมีโครงการของกระทรวงพาณิชย์ ที่ดีไซเนอร์ ดังๆ มาเจอกับน้องๆ รุ่นใหม่ ในงาน บางกอกดีไซน์วีค ของ ทีซีดีซีที่จะจัดที่สยามดิสคัฟเวอรี่

สิ่งที่สยามพิวรรธน์ทำ นอกจากเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยแล้ว ในแง่ธุรกิจ ก็ช่วยเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ให้กับรีเทลของสยามพิวรรธน์ สร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งยังสร้างยอดรายได้ให้กับสยามพิวรรธน์อีกด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,334 วันที่ 25 - 27 มกราคม พ.ศ. 2561


สยามพิวรรธน์ สินค้าไทย เพิ่มมูลค่า