‘สวิฟท์’ท้าชน‘ยาริส’ ซูซูกิดัน 2 โมเดลใหม่หวังโต 36% คาดตลาดเก๋ง 3.52 แสนคัน

23 January 2018






“ซูซูกิ”พร้อมเชิดหัวทะยานฟ้าส่งโมเดลยอดนิยม “สวิฟท์ โฉมใหม่” ปะทะ “โตโยต้า ยาริส” และ “มาสด้า2” จากนั้นเสริมทัพด้วย “เออร์ติกา โมเดลเชนจ์”จากอินโดนีเซีย หวังช่วยกันผลักดันให้ยอดขายรวมปีนี้ถึง 34,000 คัน โต 36%

ประกาศล่วงหน้าชัดเจนว่าเตรียมจัดงานเปิดตัวใหญ่ให้“สวิฟท์ โฉมใหม่” ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ หลังมั่นใจว่าเคลียร์สต๊อกของเก่าได้หมด ซูซูกิก็เดินหน้าสื่อสารสร้างการรับรู้อย่างรวดเร็วผ่านสื่อออนไลน์และโซเชียล มีเดีย ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของอีโคคาร์รุ่นนี้

สำหรับสวิฟท์ โฉมเก่า ที่เข้าโครงการอีโคคาร์เฟส 1 มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจรถยนต์ซูซูกิแจ้งเกิดในเมืองไทยได้อย่างเต็มตัว หลังจากแนะนำเข้าสู่ตลาดในปี 2555 ถึงวันนี้ยอดขายสะสมน่าจะเฉียดๆ 1 แสนคัน ส่วนโฉมใหม่ที่ขยับเข้าไปอยู่ในโครงการอีโคคาร์เฟส 2 ที่เข้มงวดเรื่องการปล่อยไอเสียและอัตรา
บริโภคนํ้ามัน (ต้องปล่อยไอเสียไม่เกิน 100 กรัม/กม. และประหยัดนํ้ามันมากกว่า 23 กม./ลิตร) น่าสนใจว่าจะเข้ามาสานต่อความสำเร็จได้ขนาดไหน

โดยสวิฟท์ โฉมใหม่ มาพร้อมวิศวกรรมโครงสร้างใหม่ ที่ซูซูกิเรียกว่า Heartect พัฒนาตัวถังให้มีนํ้าหนักเบาลงแต่แข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมเครื่องยนต์เบนซินบล็อกใหม่ K12C (เดิมK12B) 4 สูบ 1.25 ลิตร ดูอัลเจ็ต (หัวฉีดคู่) ประกบเกียร์อัตโนมัติ CVT คาดว่าราคาขายอยู่ในระดับ 5-6 แสนบาท

“เราพยายามสื่อสารให้ลูกค้าเห็นว่า การใช้รถที่คุ้มค่าไม่จำเป็นต้องราคาแพง ดังนั้นอีโคคาร์จึงเป็นรถที่ตอบโจทย์ และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้เตรียมเปิดตัวอีโคคาร์ตัวธงของเราคือ สวิฟท์ โฉมใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์สวยงาม เพิ่มระบบความปลอดภัย สมรรถนะจัดเต็ม ที่สำคัญประหยัดนํ้ามันกว่าเดิมด้วยเครื่องยนต์ใหม่ หัวฉีดดูอัลเจ็ต” นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวและว่า

เรามั่นใจว่าลูกค้าที่กำลังมองหาอีโคคาร์ต้องหยุดที่ “ซูซูกิ สวิฟท์” แน่นอน ขณะเดียวกันภายในช่วงครึ่งปีแรกยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่เพิ่มเติม นั่นหมายความว่าเราจะมีโปรดักต์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมอำนวยความสะดวกและเพิ่มความมั่นใจด้วยโชว์รูมศูนย์บริการ 120 แห่งทั่วประเทศ

“จากอีโคคาร์ 3 รุ่น และรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ พร้อมเครือข่ายผู้จำหน่ายที่เข้มแข็ง และกิจกรรมการตลาดที่จัดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซูซูกิมั่นใจว่าปีนี้จะทำยอดขายรวมทุกรุ่นได้ถึง 34,000 คัน หรือเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 36% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่ทำได้ 25,011 คัน” นายวัลลภ กล่าวสรุป

สำหรับรถยนต์อเนกประสงค์อีกหนึ่งรุ่น ที่ซูซูกิเตรียมเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกต่อจากสวิฟท์ น่าจะเป็นเอ็มพีวีขนาดเล็ก “เออร์ติก้า โมเดลเชนจ์” ที่นำเข้ามาจากโรงงานประเทศอินโดนีเซีย

ล่าสุดเส้นเลือดใหญ่ของซูซูกิในช่วง 1-2 ปีหลังอย่างอีโคคาร์ซีดาน “ซูซูกิ เซียส” ที่ทำยอดขายในปี 2560 ได้กว่า 12,000 คัน เติบโต 29% ยังได้รับรางวัล Most Appealing Compact Car 2017 ขณะที่“ดัชนีด้านบริการงานขายในประเทศไทย ประจำปี 2560” คะแนนของซูซูกิยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 823 คะแนน (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 10 คะแนน และครองอันดับ 4 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ในเซ็กเมนต์บีคาร์และอีโคคาร์ 11 เดือนปี 2560 มียอดรวมทั้งสิ้น 220,471 คัน เพิ่มขึ้น 27.1% เมื่อเทียบกับปี 2559 โดย 5 อันดับแรกได้แก่ โตโยต้า ยาริส แฮตช์แบ็ก 26,789 คัน ลดลง 18.1%, มาสด้า 2 ซีดาน 16,454 คัน เพิ่มขึ้น 34.0%, นิสสัน อัลเมร่า 14,477 คัน เพิ่มขึ้น 29.7%, มิตซูบิชิ แอททราจ 11,704 คัน เพิ่มขึ้น 48.1% และ มาสด้า 2 แฮตช์แบ็ก 11,553 คัน เพิ่มขึ้น 38.7%

ขณะที่ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย คาดว่าตลาดรถยนต์รวมในประเทศปีนี้มีโอกาสถึง 9 แสนคัน เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปี 2560 ในจำนวนนี้แบ่งเป็นกลุ่มรถยนต์นั่ง 3.52 แสนคัน และรถเพื่อการพาณิชย์ 5.48 แสนคัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,333 วันที่ 21 - 24 มกราคม พ.ศ. 2561


โตโยต้า ซูซูกิ ยาริส มาสด้า2 สวิฟท์