รุมทึ้งเค้กธอส.6หมื่นล. พฤกษาขายยกล็อต-LPNขน7พันหน่วยเจาะข้าราชการ

11 January 2018






บิ๊กอสังหาฯเข็นบ้าน-คอนโดฯไม่เกิน 2 ล้าน ชิงเดือด เงินกู้ ธอส.ตามโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ จับตาวงเงิน 6 หมื่นล้านบาท หมดในพริบตา หลังครม.ประยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อประชาชนรายได้น้อย-ข้าราชการดีเดย์ ยื่นคำขอสินเชื่อถึง 28 ธ.ค. 61

ทันทีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โครงการช่วยเหลือเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในอัตราดอกเบี้ยตํ่า โดยมอบให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อยทั่วไป และบุคลากรภาครัฐ รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ กำหนดอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและมีระยะเวลากู้ยืมสูงสุดถึง 40 ปี รวมทั้งได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้ไม่เกินวันที่ 28 ธันวาคม 2561 หรือเมื่อธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อเต็มวงเงินโครงการล่าสุดผู้ประกอบการต่างตื่นตัวเข้าร่วมโครงการตามคำเชิญของธอส.จำนวนมาก

ล่าสุด นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ก่อนที่จะมีแคมเปญสินเชื่อตํ่าสำหรับบ้านระดับบน ร่วมกับแบงก์พาณิชย์ในต้นปีนี้ ล่าสุด บริษัทบ้านและคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอนราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ขายให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย และบุคลากรภาครัฐ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 1,000 หน่วย และทาวน์เฮาส์ 200-300 หน่วย ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งคิดเป็น 20% ของสินค้าทั้งหมดของบริษัท อย่างไรก็ดีมาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อบ้านได้เป็นอย่างดี โดยมีอัตราดอกเบี้ยตํ่าและระยะเวลาผ่อนนานจูงใจ

ส่วนบ้านราคาสูงกว่า2ล้านบาทนิดหน่อย หากต้องการเข้าร่วมโครงการอาจใช้กลยุทธ์ลดราคาลงแต่จะลดไม่เกิน 5% เนื่องจากตลาดเริ่มฟื้นมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและปีนี้อาจจะปรับราคาขึ้นด้วยซํ้าเฉลี่ย 3-5%

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 5,000 หน่วย มากกว่า10-20 โครงการอยู่ในทำเลกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้งนี้ที่ผ่านมาธอส.ได้ติดต่อถามความต้องการบริษัทว่าสนใจเข้าร่วมหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าทุกค่ายต่างสนใจรวมทั้งบริษัทด้วย ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับหน่วยราชการ ได้แก่ ทหารอากาศ ดอนเมืองและศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเพื่อขายยกโครงการให้กับบุคลากรภาครัฐจำนวน 2 โครงการได้แก่ โครงการ พลัมพหลโยธินทำเลรังสิต 3,000 หน่วย และโครงการพลัมสามัคคีทำเลประชาชื่น 500-600 หน่วย

อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวมีเวลา 1 ปี แต่เชื่อว่า จะเกิดการแย่งชิงวงเงินกู้ทั้ง 3 ก้อนกว่า 60,000 ล้านบาท ดังกล่าวหมดในเวลาอันรวดเร็ว ส่วน แคมเปญปกติของบริษัท มองว่า ต้นปียังเร็วเกินไป

ขณะที่ นายสุริยา สุริยาภิวัฒน์ ผู้จัดการ สำนักวิจัยบริษัทแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บริษัท มีโครง การทาวน์เฮาส์และคอนโดมิเนียมไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวนมาก โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ราคาตํ่ากว่า 1 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ขณะนี้บริษัทมีโครงการพร้อมโอนในมือ 5,000 หน่วย และหากรวมจำนวนหน่วยที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จ ปี 2561 จะมีประมาณ 6,000-7,000 หน่วย ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกทม.และปริมณฑล มองว่าทั้งระบบอาจมีที่อยู่อาศัยพร้อมโอนตํ่ากว่า 1 ล้าน และไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวนไม่มาก มีเพียง 2 ค่ายคือ แอล.พี.เอ็น.และพฤกษาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันไปพัฒนาโครงการจับกลุ่มระดับบนกันมากรวมทั้งบริษัทด้วยทำให้จำนวนหน่วยของกลุ่มระดับล่างมีปริมาณเหลือในตลาดไม่มาก และเชื่อว่าการรีเจ็กต์ของแบงก์คงน้อยหากเทียบกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ช่วงที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่ข้าราชการจะได้รับการพิจารณาสินเชื่อและภาคประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไข ของแบงก์มากถึง 30%

ขณะที่มุมสะท้อนของนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) ที่ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี แต่จะเป็นลักษณะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อบ้านเร็วขึ้น อย่างไรก็ดี บริษัทสนใจนำโครงการไม่เกิน 2 ล้านบาทเข้าร่วม 2,000 ล้านบาท จากทั้งหมดที่เป็นบ้านสร้างเสร็จทั้งหมด 6,000 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,329 วันที่ 7 - 10 มกราคม พ.ศ. 2561


อสังหาริมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย ธอส. ที่อยู่อาศัย สวัสดิการแห่งรัฐ