ค่ายน้ำมันโหมลงทุนรอบใหม่ ปตท.-พีทีจี-เอสโซ่เร่งขยายปั๊มชิงส่วนแบ่งตลาด

7 January 2018






ปตท.อัดงบธุรกิจค้าปลีกนํ้ามันปี 61 กว่า 2 พันล้าน หวังรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 41% ปูพรมขยายปั๊มนํ้ามันในประเทศเพิ่ม 150 แห่ง ส่วน “พีทีจี” ไม่น้อย หน้า ทุ่มงบ 3.5 พันล้าน ตั้งเป้า 400 แห่ง ส่วน “เอสโซ่” ใช้กว่า 1 พันล้าน ขยายเพิ่มเป็น 600 แห่งสิ้นปี 2561

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การดำเนินธุรกิจนํ้ามันของ ปตท.ในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับปี 2560 โดยยอดขายนํ้ามันจะเติบโตในอัตราเทียบเท่าหรือมากกว่าตลาดที่เติบโต 2-3% เนื่องจากพบว่าความต้องการใช้นํ้ามันขยับตามเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ปตท. มีมติอนุมัติงบลงทุนสำหรับธุรกิจนํ้ามันและการค้าระหว่างประเทศกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ใน 5 ปี (2561-2565)

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์



โดยในปีนี้ปตท.มีแผนขยายจำนวนสถานีบริการนํ้ามันเพิ่มขึ้นกว่า 150 แห่ง ใช้เงินลงทุนราว 2 พันล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,729 แห่ง แต่เนื่องจากมีบางสถานีที่ปิดตัวลง ทำให้เพิ่มเป็น 1.8 แห่งภายในสิ้นปี 2561 ซึ่งยังคงเป้ารักษาส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับ 1 ปัจจุบันอยู่ที่ 41% จากยอดขายนํ้ามันรวมอยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านลิตรต่อปี

สำหรับค่าการตลาดจากการจำหน่ายนํ้ามันในปีนี้ น่าจะใกล้เคียงกับปีก่อน โดยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 อยู่ที่ระดับ 1.70 บาทต่อลิตร นับว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ในช่วงที่มีการแข่งขันรุนแรงค่าการตลาดก็ลดลงไปอยู่ที่ระดับ 1.30 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) อยู่ระหว่างการศึกษาค่าการตลาดนํ้ามันใหม่ ในฐานะ ปตท.เป็นผู้ค้านํ้ามันไม่สามารถตอบได้ว่าจะอยู่ระดับใด แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพตลาดและการแข่งขัน

นายยอดพงศ์ สุตธรรม กรรมการและผู้จัดการการตลาดขายปลีก บริษัท เอสโซ่ (ประเทศ ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO เปิดเผยว่า แผนธุรกิจนํ้ามันของเอสโซ่ ตั้งเป้าสถานีบริการเอสโซ่เพิ่มเป็นกว่า 600 แห่งภายในสิ้นปี 2561 จากปัจจุบันอยู่ที่ 543 แห่ง โดยจะใช้งบลงทุนประมาณ 1 พันล้านบาท ในการปรับปรุงและขยายสถานีบริการนํ้ามัน

ล่าสุดเอสโซ่ได้ร่วมมือกับบริษัท เพียวพลังงานไทย จํากัด ซึ่งประกอบธุรกิจค้าปลีก และสถานีบริการนํ้ามัน ปรับเปลี่ยนการบริหารงานสถานีบริการนํ้ามันภายใต้เครื่องหมายการค้า “เพียว” มาอยู่ภายใต้เครื่อง หมายการค้า “เอสโซ่” โดยมีเป้าหมาย 49 แห่งภายในปี 2561 จากนั้นคาดว่าจะขยายเพิ่มเป็น 100 แห่งในอนาคต

สำหรับยอดขายนํ้ามันของเอสโซ่ในปี 2561 คาดว่ายังคงเติบโตขึ้น มาจากการขยายจำนวนสถานีบริการเพิ่มขึ้น ปัจจุบันเอสโซ่มีส่วนแบ่งทางการตลาดนํ้ามันอยู่ที่ 13% หรือมียอดขายนํ้ามันอยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านลิตรต่อปี

“การแข่งขันตลาดนํ้ามันรุนแรงขึ้น ซึ่งเอสโซ่เร่งขยายเครือข่าย เพิ่มจำนวนสถานีบริการนํ้ามันมากขึ้น โดยในปี 2561 ตั้งเป้ามากกว่า 600 แห่ง ส่วนความร่วมมือกับทางเพียวนั้น ขอยํ้าว่าไม่ใช่เป็นการซื้อกิจการแต่อย่างใด แต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ” นายยอดพงศ์ กล่าว

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือพีทีจี เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ามีจำนวนสถานีบริการนํ้ามันมากที่สุดในประเทศไทยด้วยจำนวนมากกว่า 2 พันแห่ง จากปัจจุบัน 1,609 แห่ง และมีจำนวนสมาชิกบัตร max card จำนวน 9.6 ล้านสมาชิก บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจ non-oil อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2565 จะมีสัดส่วนกำไรสุทธิจากธุรกิจ non-oil อยู่ที่ 60% จากการคาดการณ์ปีนี้ อยู่ที่ 10%

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้างบลงทุนไว้ที่ 5 พันล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในการขยายและปรับปรุงธุรกิจหลัก 3.5 พันล้านบาท, ธุรกิจที่ไม่ใช่นํ้ามัน (Non-oil) อยู่ที่ 500 ล้านบาท และธุรกิจใหม่ 1 พันล้านบาท เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มขององค์กรในระยะยาว

ขณะที่ค่ายอื่น เช่น บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทยฯ จะใช้เงินลงทุนราว 800-1,000 ล้านบาท เพื่อขยายปั๊มนํ้ามันอีก 30-40 แห่ง จากปัจจุบัน 520 แห่ง ส่วนบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะใช้เงินลงทุนราว 3 พันล้านบาท ในการขยายปั๊มอีก 50-60 แห่ง จากที่มีอยู่ 1,093 แห่ง รวมถึงบริษัท เชฟรอน (ไทย) จะขยายปั๊มคาลเท็กซ์ประมาณ 30 แห่ง ใช้เงินลงทุน ประมาณ 600-800 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,329 วันที่ 7 - 10 มกราคม พ.ศ. 2561


ปตท. น้ำมัน พีทีจี สถานีบริการ ปิโตรเลียม ค่าการตลาด