‘ยิ่งเจริญ’ตลาดสด4.0 ปรับยุทธศาสตร์รับมือดิจิตอล-ชูถูกกว่าไฮเปอร์ฯ 20%

26 December 2017






เปิดโรดแมปตลาดยิ่งเจริญ ต้นแบบ “ตลาดสด 4.0” ปรับยุทธศาสตร์รับมือเทคโนโลยีลํ้า ทำโลก-ลูกค้าเปลี่ยน นำร่องด้วย Green Market ก่อนเข้าสู่เว็บไซต์และแอพพลิเคชัน “สั่งสด” พร้อมบริการ Cashless Society ซื้อผัก ปลา เนื้อด้วย QR Code มั่นใจหลังรถไฟฟ้าสายสีเขียวเสร็จสมบูรณ์ ดันยอดลูกค้าพุ่งกระฉูด

การเข้ามาของค้าปลีกสมัยใหม่อย่าง “ไฮเปอร์มาร์เก็ต” หรือ “ซูเปอร์มาร์เก็ต” ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในตลาดสด ชุมชนค้าขายที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน แต่วันนี้เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันผู้คนมากขึ้น ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป “ตลาดสด” จึงต้องลุกขึ้นมาปรับตัว เพื่อสร้างจุดขายและบริการ ให้สามารถแข่งขันบนเวทีการค้าได้

โดยนายอริย ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหาร ตลาดยิ่งเจริญ บริษัท สุวพีร์ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้า พ่อค้า หรือแม่บ้าน หรือลูกค้าทุกระดับ จึงปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และเลือกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งตลาดเองก็ศึกษาและเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงพัฒนาเพื่อเตรียมพร้อมรองรับ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตลาดสู่การเป็น Green Market ด้วยนโยบาย Y Together ซึ่งมุ่งเน้นการเติบโตแบบยั่งยืนทั้งตลาด คู่ค้า ลูกค้า และชุมชน โดยจัดทำให้เป็นรูปธรรมทั้งด้านกายภาพ ได้แก่ ตลาดที่มีสุขอนามัยที่ดี สะอาด ไม่เปียกแฉะเหมือนตลาดสดแบบเดิมๆ

นอกจากนี้ยังมีการจัดระเบียบพื้นที่ตลาดใหม่ ด้วยการแบ่งสัดส่วนทั้งตลาดอาหารสด ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ของสด เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ไอที รวมถึงธนาคารต่างๆ และการเปิด Y-Selection Shop ร้านค้าสินค้าต่างๆ ที่รวมไว้ด้วยกัน เช่น วัตถุดิบอาหาร ของใช้ ขนมไทยโบราณ ผลไม้ ของที่ระลึก ฯลฯ โดยยังเน้นความสะอาดปลอดภัยจากสินค้าที่วางจำหน่าย เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อมีความเชื่อมั่น

“หลังเห็นทิศทางและแนวโน้มของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงจากการเข้ามาของเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้ตลาดนำมาต่อยอดและพัฒนาด้านต่างๆ รองรับลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มคือ ลูกค้าทั่วไป และลูกค้าที่เป็นร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ หรือกลุ่ม B2B (Business to Business) ด้วย”

ตลาดเริ่มทดลองเปิดเว็บไซต์ “ส่งสด” โดยให้ลูกค้าสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ มีพนักงานคอยเลือกและจัดซื้อสินค้าให้ตามออร์เดอร์ที่สั่ง พร้อมกับบริการจัดส่งถึงที่โดยลาลามูฟ ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งลูกค้าจะได้รับสินค้าที่สด สะอาด และสามารถนำไปปรุงอาหารได้ตามที่ต้องการ ซึ่งพบว่าลูกค้าให้ความนิยมมากแม้จะเป็นช่วงของการทดลอง ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ตลาดมีแผนเปิดตัวเว็บไซต์ พร้อมพัฒนาแอพพลิเคชัน “ส่งสด” และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า ซึ่งจะเพิ่มความสะดวก รวดเร็วให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 200-300% และสิ่งสำคัญคือ ตลาดจะได้กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นด้วย โดยปัจจุบันตลาดยิ่งเจริญมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการราว 2 แสนคนต่อวัน มีรถยนต์หมุนเวียนเข้าออกราว 7,000 คันต่อวันในวันธรรมดา

นายอริย กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ทำให้ได้ลูกค้าคนรุ่นใหม่คือ การเปิดรับสมาชิกผ่านบัตร Y Card ซึ่งเริ่มทดลองทำเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยเมมเบอร์ของบัตรวาย การ์ด จะได้รับส่วนลดพิเศษ และสะสมแต้มจากการใช้จ่ายผ่านบัตร โดยเบื้องต้นให้บริการเฉพาะสินค้าในกลุ่มตลาดยิ่งเจริญ เช่น โรงเรียนสอนทำอาหาร เป็นต้น แต่ในอนาคตอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการนำไปใช้กับร้านค้าต่างๆ ภายในตลาด ซึ่งมีอยู่ราว 1,000 รายเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกบัตร ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกราว 2,600 ราย ขณะที่กลุ่มลูกค้า B2B จะมีสัดส่วนราว 70% และลูกค้าทั่วไป 30%

“จุดเด่นของตลาดยิ่งเจริญนอกจากเรื่องของสินค้าที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัยแล้ว ส่วนราคาหาก สั่งซื้อผ่านออนไลน์ จะมีราคาสูงกว่า สินค้าในตลาด 5-10% ขณะที่ราคาสินค้าในตลาดยิ่งเจริญจะถูกกว่าไฮเปอร์มาร์เก็ตราว 20% จึงถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่มาซื้อสินค้า”

ล่าสุดตลาดยิ่งเจริญ ยังร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ กรุงไทย และกสิกรไทย ในการให้บริการสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society โดยสามารถชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด เมื่อเลือกซื้อสินค้าได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินสด ซึ่งนอกจากลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบายแล้ว แม่ค้าพ่อค้ายังปลอดภัยไม่ถูกโกงด้วย โดยในอนาคตคาดว่าจะมีสถาบันการเงินและร้านค้าเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 20% นอกจากนี้ตลาดยังร่วมกับธนาคารกรุงเทพ จัดทำโปรโมชัน “แม่ค้าคนพิเศษ” ให้สิทธิพิเศษกับร้านค้าในการทำธุรกรรมเงินกู้เมื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน แทนที่การกู้นอกระบบ ซึ่งจะทำให้ร้านค้ามีเงินทุนมาหมุนเวียนในการซื้อสินค้าและตกแต่งร้านด้วย

“หากตลาดยิ่งเจริญประสบความสำเร็จในการพัฒนาให้ก้าวสู่การเป็นตลาดสด 4.0 ได้ ก็พร้อมจะเป็นต้นแบบ สนับสนุนให้ตลาดต่างๆ มีการพัฒนาด้วย”

อย่างไรก็ดีโดยภาพรวมของตลาดยิ่งเจริญในปีนี้คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 1% ถือเป็นการกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังจากที่ต้องประสบวิกฤติจากการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเดินทางไม่สะดวก

ทั้งนี้เชื่อว่าในปีหน้าการก่อสร้างคืบหน้าไปมาก จะทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นในช่วงปี 2561-2562 จึงเป็นช่วงที่ตลาดจะต้องพัฒนาเพื่อให้เกิดความพร้อมรอบด้าน และเมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2563 ลูกค้าก็จะได้พบกับตลาดยิ่งเจริญรูปแบบใหม่ที่มีความพร้อมสมบูรณ์เช่นกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,325 วันที่ 24 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560