ดีเอสไอสอบเอิร์ธ หนี้โผล่1.5แสนล.

24 December 2017






ดีเอสไอตั้งทีมสอบสวนเอาผิด “เอิร์ธ” ข้อหาปลอมใบขนถ่านหิน ผงะ!ยอดขอชำระหนี้พุ่ง 1.5 แสนล้าน เพิ่ม 3 เท่าตัวจากยอดศาลอนุมัติ 4.7 หมื่นล้าน แบงก์ชาติกำชับกรุงไทยเข้มระบบตรวจสอบภายใน หลังเอกสารปลอมโผล่ขอกู้เงิน

แหล่งข่าวจากฝ่ายคดีพิเศษของธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ได้เรียกผู้บริหารธนาคารกรุงไทย เข้าร่วมประชุม กับคณะทำงานคดีปลอมแปลงใบขนถ่านหินของบริษัทเอ็นเนอยี่เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) (EARTH) ตามที่ธนาคารกรุงไทยได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญา  การประชุมดังกล่าวดีเอสไอได้นัดพร้อมทุกฝ่ายเปิดคดีนัดแรกหลังจากดีเอสไอได้รับคำร้องและพยาน หลักฐานที่เป็นเอกสารโดยมีคณะทำงานกว่า 10 คน ที่มาจาก อัยการที่ปรึกษา เจ้าพนักงานตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดกรอบกระบวนการทำงาน โดยแบ่งประเด็นและมอบหมายงานแต่ละชุดเพื่อจะพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง ทั้ง 2 ส่วน คือ ในประเทศและต่างประเทศ

“การประชุมนัดแรกได้มีการแบ่งและมอบหมายงานแก่คณะทำงานแต่ละชุดโดยแยกสอบแต่ละประเด็น โดยคณะทำงานต้องพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง จากพยานหลักฐานที่เป็นเอกสารเพื่อขยายผลสอบพยานปากที่เป็นบุคคลเพิ่มเติมตามที่แบงก์ได้ร้องประเด็นเข้ามา”

รายงานข่าวระบุว่าการปลอมแปลงเอกสารเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา รวมกว่า 84 ฉบับ ธนาคารกรุงไทยแจ้งความต่อตำรวจ 10 ฉบับ และอีก 74 ฉบับ ส่งให้ดีเอสไอ โดยธนาคารกรุงไทยเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด 1.2 หมื่นล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าการฟื้นฟูกิจการบริษัทเอิร์ธฯนั้น ล่าสุดเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ต่อกรมบังคับคดี รวม 2,432 ราย ทุนทรัพย์รวมกันกว่า 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินบาท 1.45 แสนล้านบาท เงินดอลลาร์สหรัฐฯ 201 ล้านดอลลาร์ และดอลลาร์ฮ่องกง 8 ดอลลาร์ โดยทุนทรัพย์ที่ยื่นขอมากกว่ามูลหนี้ที่ศาลอนุมัติฟื้นฟูกิจการที่ 4.7 หมื่นล้านบาท
ขั้นตอนจากนี้ไปเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) จะสอบสวนคำขอรับชำระหนี้ดังกล่าว ก่อนเสนอต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อพิจารณาคำสั่งเห็นชอบ

“บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ EY ผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ จะครบกำหนดนำส่งแผนรอบแรกในวันที่ 24 มกราคม 2561”

ดร.วิรไท สันติประภพ
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย



++ธปท.กำชับแบงก์เข้มงวด
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบพบความผิดของบริษัท เอิร์ธ ในการทุจริตเรื่องของเอกสารนั้น ตอนนี้ธนาคารกรุงไทยได้มีการรายงานให้ธปท.รับทราบแล้ว ซึ่งธปท.ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่ต่อเนื่อง และเชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน เพราะธนาคารได้มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไว้ทั้งหมดแล้ว ประกอบกับธนาคารกรุงไทยมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอ จึงไม่น่าจะมีปัญหา

ในส่วนของการปลอมแปลงเอกสารเพื่อใช้ในการขอสินเชื่อนั้น จะต้องให้ธนาคารที่เกี่ยวข้องมีการปรับปรุงกระบวนการภายในให้เข้มแข็งและมีกลไก ทั้งในการพิจารณาสินเชื่อ พิจารณาความเสี่ยงให้รัดกุม รวมไปถึงการตรวจสอบเอกสารให้รัดกุม และหากพบว่ามีพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่อาจทำให้เกิดความผิด จะต้องดำเนินการเอาผิดไปตามขั้นตอน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,324 วันที่ 21 - 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560


ดีเอสไอ ถ่านหิน กรุงไทย ฟื้นฟูกิจการ เอ็นเนอยี่เอิร์ธ