สยามสเนลรุกตลาดครีมหอยทากสเนลเอทกระตุ้นใช้เครื่องสำอางคนไทย

11 December 2017






สยามสเนลรุกตลาดครีมหอยทากสเนลเอท กระตุ้นคนไทยใช้เครื่องสำอางคนไทยที่มีคุณค่าด้านดูแลบำรุงผิวพรรณสูงกว่าสินค้าต่างชาติ30 เท่าและราคาไม่แพง ด้วยคุณค่าผลงานวิจัย เรื่อง การใช้เมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยในอุตสาหกรรมความงาม โดยทีมนักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ครบไลน์  ดันยอดขายสินค้าปีนี้100 ล้านบาทและเป้าปี2561เพิ่มเท่าตัวที่ 200 ล้านบาท



ศ.ดร.สุพจน์ หาญหนองบัว กรรมการผู้จัดการบริษัท สยาม สเนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจากเหมือกหอยทาก ภายใต้แบรนด์สเนลเอท (Snail8 ) เปิดเผยว่า ทุกวันนี้กระแสเมือกหอยทากกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องสำอางชื่อดังประเทศหนึ่งของโลก และได้คิดค้นผลิตครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของเมือกหอยทากขึ้น จนได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า มียอดขายถล่มทลายทั่วโลก ในขณะที่เมืองไทยมีหอยทากสัญชาติไทยชนิดหนึ่ง ชื่อ “หอยทากนวล” (Hemiplecta Distincta)เป็นหอยทากที่พบมากแถบภาคอีสานและภาคเหนือของไทย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านในแถบอินโดจีน ที่พบหอยทากที่มีเมือกที่อุดมไปด้วยสารธรรมชาติหลากชนิด มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา และช่วยรักษาสิวได้ดี



โดยมีสารออกฤทธิ์ต้านเชื้อโรคที่อยู่ในเขตร้อน ทำให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไทยและคนเอเชีย ดังนั้น ทางบริษัทสยาม สเนลฯ จึงได้นำเมือก “หอยทากนวล” มาทำการศึกษาและวิจัยอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการสกัดออกมาได้เป็นเซรั่มเมือกหอยทากบริสุทธิ์ ที่มีความเข้มข้นกว่าตามท้องตลาดทั่วไปถึง 30 เท่า นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา บริษัทใช้เงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 30 ล้านบาทเป็นการลงทุนสร้างฟาร์ม หอยทากไว้ภายในพื้นที่บริษัทฯเอง ซึ่งฟาร์มของบริษัทฯนั้น จะเป็นฟาร์มแบบกึ่งธรรมชาติ โดยจะมีทั้งโรงรีดเมือก , โรงกรองเมือก และโรงผลิตเมือก ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้จะผลิตในประเทศไทยทั้งหมด จากนั้นจะส่งไปยังโรงงานผลิตที่เกาหลีใต้ เพื่อทำการผลิตออมาเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์อีกครั้ง



“เมื่อปีที่ผ่านมาเราผลิตในแบรนด์สยามสเนล และจำหน่ายภายในจุฬาฯ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก จนทำมาได้ปีกว่า บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในวุฒิศักดิ์ คลินิก ได้เข้ามาร่วมลงทุน และถือหุ้นเป็นสัดส่วน 50% ขณะที่เราซึ่งเป็นกลุ่มผู้เริ่มก่อตั้ง ก็ยังถือหุ้นอยู่สัดส่วน 50%อยู่ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ร่วมทุนรายใหม่ที่เข้ามานั้น เขามีเป้าหมายอยากจะขยายสเนลเอท ไปสู่ตลาดโลกด้วย”

ศ.ดร.สุพจน์ กล่าวถึง มูลค่าตลาดรวมเครื่องสำอางปี2559 ว่า มีมูลค่า2.8แสนล้านบาท เติบโต10%เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยในปี2560 คาดว่ามูลค่าตลาดรวมเครื่องสำอางไทยจะเติบโต 6-7% แบ่งเป็นขายในประเทศ60% ส่งออก40% โดยแบ่งเป็นตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว46% ซึ่งสเนลเอท (Snail8) อยุ่ในกลุ่มนี้ , ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม16% ,ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกตกแต่งสีสันใบหน้า16%, ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำหอม3% โดยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวผิวหน้าสเนลเอท (Snail8)ที่สกัดจากเหมือกหอยทากนี้ มีแผนจะเจาะตลาดต่างประเทศ ทั้งประเทศเกาหลี และยุโรป โดยเบื้องต้นคาดว่าจะทำการขายทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และขายในรูปแบบวัตถุดิบเมือกหอยทากสกัด เพื่อให้ประเทศนั้นๆนำไปผลิตเป็นเครื่องสำอางเอง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างเจรจาและทำข้อตกลงเงื่อนไขในรายละเอียดต่างๆ พร้อมทั้ง รอดูรายละเอียดปลีกย่อยขององค์การอาหารและยา (อย.)ในแต่ละประเทศที่ต้องนำเข้ามาพิจารณาร่วมด้วย



ด้านนางธาริณี กาญจนะวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัทสยามสเนล จำกัด เผยว่าภายใต้แบรนด์“Siam Snail” (สยามสเนล) นั้น ปัจจุบัน ได้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมการบำรุงผิว SNAIL8โดยมี ผลิตภัณฑ์รวม 6 ชนิดแล้ว คือ 1.เซรั่มบำรุงผิวจากคุณค่าเมือกหอยทากแท้เฉพาะจากส่วนแมนเทิลสูตรเข้มข้น 2.เซรั่มบำรุงผิวเข้มข้นสูตรไวท์เทนนิ่ง 3.ครีมบำรุงผิวแอนไทเอจจิ้ง(เดย์ครีม)จากคุณค่าเมือกหอยทากแท้เฉพาะจากส่วนแมนเทิล 4.ครีมบำรุงผิวแอนไทเอจจิ้ง(ไนท์ครีม) จากคุณค่าเมือกหอยทากแท้เฉพาะจากส่วนแมนเทิล 5.ครีมกันแดดสำหรับผิวหน้า สูตรเข้มข้น และ 6. มาส์กแผ่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าลดเลือนริ้วรอย สูตรเข้มข้น และมาส์กแผ่นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเพื่อผิวกระจ่างใส อีกด้วย โดยวางจำหน่ายที่ร้านวัตสันทุกสาขา,โอสถศาลา ซึ่งเป็นร้านขายยาของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ,วุฒิศักดิ์ คลินิก ทุกสาขา, save drugทุกสาขา และที่คิงเพาเวอร์ รางน้ำ รวมทั้งยังจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊กของสเนลเอท และลาซาด้า



“ทั้งนี้ หลังจากมีผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามา จะทำให้เราสามารถทำแผนการตลาดและขยายผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ในอนาคตยังสามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้ครบไลน์ นอกจากจะมีซีรั่มแล้ว ก็จะเพิ่มตัวคลีนเซอร์ และกลุ่มสกินแคร์ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาสูตรไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย หรือผลิตภัณฑ์สำหรับบอดี้ได้อีก จากขณะนี้เราจะเน้นผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า ซึ่งด้านยอดขาย เมื่อปี 2015 (พศ.2558) ซึ่งยังเป็นการผลิตและจำหน่ายกันเอง เรามียอดขายประมาณ 20 กว่าล้านบาท แต่ในพ.ศ.2559 หลังจากมีผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามา เรา ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ ขยายตลาดมากขึ้น และทำแบรนดิ้ง โดยตั้งเป้ายอดขายปี2560ไว้ที่100 ล้านบาท และในปี 2561 จะขยายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเป็น 200 ล้านบาท ”



ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. สมศักดิ์ ปัญหา อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยซิสเทมาติกส์ของสัตว์ และผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศแห่งชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กล่าวว่า หอยทากสายพันธุ์ไทยมีอยู่ 600 กว่าสายพันธุ์ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่มากกว่าหอยทากสายพันธุ์ จากต่างประเทศ เนื่องจากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญเชื้อโรคในเขตร้อน จึงมีสารที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโรค ที่มีความหลากหลายได้ดีกว่า และเมื่อเปรียบเทียบความเข้มข้นของเมือกหอยทากพบว่าเมือกหอยทาก สายพันธุ์ไทย มีสารสำคัญที่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเมือกหอยทากสายพันธุ์ต่างประเทศถึง 30 เท่า ซึ่งผลงานวิจัยของทีมจากบริษัทสยาม สเนล จำกัด ดังกล่าว



ถือเป็นผลงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง โดยได้รับรางวัลในระดับนานาชาติมาแล้ว อาทิเช่น รางวัลแรกที่ได้รับคือจากสำนักวิจัยแห่งชาติ (วช.) รางวัลมาตรฐานระดับนานาชาติ ,รางวัลเหรียญทองในงาน 44th International Exhibition of Invention of Geneva ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย Premium Products of Thailand-The Pride of Thai ในงาน THAILAND INDUSTRY EXPO 2016 โดยแบรนด์สเนลเอท เป็นเจ้าเดียวที่ใช้สารสกัดจากเมือกหอยทากสายพันธุ์ไทยแท้ๆ





เครื่องสำอาง สยามสเนล หอยทาก สเนลเอท