เงินทะลักMidSmallCap ‘กสิกรไทย-กรุงศรี’ปิดรับเงินใหม่ อ้างหุ้นแพง

10 December 2017






นักลงทุนแห่ลงทุน “กองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก” หลังโชว์ฟอร์มเด่น “มอร์นิ่งสตาร์” เผยเงินไหลเข้าสุทธิปีนี้กว่า 1.7 หมื่นล้าน ด้าน 2 บลจ.ตัดใจปิดรับเงินลงทุนใหม่ เหตุราคาหุ้นหลายตัวแพง ตัวเลือกน้อย

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทยฯ และบลจ.กรุงศรี จก. ประกาศปิดรับคำสั่งซื้อและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้ากองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กในไทยชั่วคราว โดยบลจ.กสิกรไทยฯเป็นรายแรกปิดรับคำสั่งซื้อกองทุนเปิดเค Mid Small Cap หุ้นทุน (K-MIDSMALL) ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 และบลจ.กรุงศรีฯปิดรับคำสั่งซื้อกองทุนเปิดกรุงศรีไทยสมอล-มิดแคปอิควิตี้ (KFTHAISM) ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต



นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย จก. เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ช่วงที่ผ่านมามีเงินไหลเข้ากองทุน K-MIDSMALL ค่อนข้างมากและเร็วจนขนาดกองทุนเกิน 3 พันล้านบาท ส่งผลต่อการบริหารจัดการกองทุน จึงจำเป็นต้องหยุดรับคำสั่งซื้อชั่วคราว เนื่องจากกองทุนจะต้องลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท โดยเฉลี่ย 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ในขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก การลงทุนในหุ้นขนาดเล็กจึงไม่คล่องตัว

“ตอนนี้หุ้นขนาดกลางและเล็กเริ่มปรับตัวลงมาระดับหนึ่ง กองทุนจึงต้องเฟ้นหาหุ้นเพื่อเข้ามาอยู่ในยูนิเวอร์สในกลุ่มที่ลงทุนได้ รวมทั้งหุ้น IPO ที่เข้ามาใหม่ก็เป็นโอกาสในการลงทุนแต่คงต้องทำการบ้านในการคัดเลือกหุ้น ซึ่งในอนาคตเมื่อเห็นโอกาสในการลงทุนในตลาดเพิ่มขึ้น กองทุนก็อาจเปิดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนได้” นางสาวธิดาศิริ กล่าว

อย่างไรก็ตามในระยะสั้นนักลงทุนต้องเข้าใจว่าแม้หุ้นขนาดกลางและเล็กจะให้ผลตอบแทนสูง แต่มีความเสี่ยงมาก ราคาผันผวนสูง ผู้จัดการกองทุนจึงต้องเฟ้นหาหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้มเติบโตได้ในระยะยาว มากกว่าดูที่อุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยยังเชื่อว่าหุ้นขนาดกลางและเล็กในระยะยาวยังให้ผลตอบแทนที่ดี

นางสาวฉัตรแก้ว เกราะทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี จก. เปิดเผยว่า นอกจากกองทุน KFTHAISM แล้ว ในอนาคตบริษัทอาจพิจารณาไม่รับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวไทยสมอล-มิดแคปปันผล (KFLTFTSM-D) ซึ่งปัจจุบันกองทุนมีขนาดกว่า 900 ล้านบาท ใกล้กับที่จดทะเบียนกองทุนไว้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยยังไม่ขยายกองทุนเพิ่ม เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ลงทุน โดยผู้ถือหน่วยปัจจุบันสามารถขายคืนหน่วยลงทุนและสับเปลี่ยนออกจากกองทุนได้ปกติ

“นักลงทุนเห็นผลงานกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กจึงสนใจเข้าลงทุน แต่ในมุมผู้จัดการกองทุนการที่กองทุนมีขนาดใหญ่เกินไปทำให้บริหารจัดการไม่คล่องตัว อีกทั้งราคาหุ้นเป้าหมายปรับตัวขึ้นมาก จึงเหลือหุ้นให้เลือกน้อย ขณะที่หุ้นไซซ์เล็กมากก็เข้าลงทุนไม่ได้ เพราะสภาพคล่องมีน้อย”นางสาวฉัตรแก้วกล่าว

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของกำไรหุ้นขนาดกลางและเล็กในปี 2561 คาดว่าประมาณ 25-30% ซึ่งสูงกว่าตลาดเติบโตเพียง 10% จึงยังน่าสนใจ แต่ต้องเฟ้นหาหุ้นลงทุน

ด้านผลดำเนินงานย้อนหลัง ณ 31 ตุลาคม 2560 ของกองทุน KFTHAISM ตั้งแต้ต้นปีอยู่ที่ 31.36% ย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 37.68% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 อยู่ที่ 36.37% ส่วนกองทุน K-MIDSMALL ผลดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 25.28% ย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 30.92% และตั้งแต่ตั้งกองทุนวันที่ 8 ตุลาคม 2557 อยู่ที่ 19.47% ต่อปี ขณะที่กองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กของบลจ.อื่นผลงานดีเช่นกัน

ขณะเดียวกันตัวเลขจากข้อมูลบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช(ประเทศไทย)ฯ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 มีเงินไหลเข้าสุทธิในกองทุนหุ้น Mid Small Cap ของไทย 17,181.31 ล้านบาท จากทั้งหมด 37 กองทุนโดยเป็นเงินไหลเข้าจากกองเปิดใหม่ในปีนี้ 2 กองทุน มูลค่า 872 ล้านบาท ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 11เดือนแรกของกองทุนอยู่ที่ 13.33%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,321 วันที่ 10 - 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560


กสิกรไทย นักลงทุน กองทุน มอร์นิ่งสตาร์