O2O ทางรอดภัยดิจิตอล

9 December 2017






แบงก์ปรับกลยุทธ์รับโจทย์ดิจิตอลรุกคืบ กสิกรไทยชี้ทางรอดต้องใช้กลยุทธ์ผสมผสานแบบ O2O เปลี่ยน Offline สู่ Online ยํ้าเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องยาก กรุงศรีอยุธยา เชื่อ 3-5 ปีธุรกิจการเงินเจอคลื่นเปลี่ยน แปลงลั่นระบบเพย์เมนต์โดนก่อน

นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การทำธุรกิจระยะข้างหน้าจะเป็นแบบ O2O คือ ระบบ Offline สู่ Online จะเห็นว่าการขยายธุรกิจหรือการเปิดสาขาต่างประเทศ วันแรกนั้น จะต้องไปแบบ Physical หรือการตั้งสาขาหรือเปิดสาขา เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามีธุรกิจ มีสาขาธนาคารอยู่จริง แต่หลังจากนั้นจะเป็นการเดินเข้าสู่ออนไลน์ และท้ายที่สุดรูปแบบการทำธุรกิจจะเป็นแบบผสม Offline to Online โดยธนาคารจะเป็นทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ

พิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)



ดังนั้นรูปแบบการขยายสาขา ธนาคารมีแพลตฟอร์มพื้นฐาน เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้หรือขยาย ซึ่งจากเดิมจะใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ปัจจุบันเหลือเวลาแค่ 2 เดือนก็สามารถเปิดสาขาได้แล้ว อย่างไรก็ดีรูปแบบอาจจะมีการเปลี่ยนเปลี่ยนเล็กน้อยตามกฎระเบียบกติกา กฎหมาย และพฤติกรรมผู้บริโภค เนื่องจากรูปแบบโมเดลจะขึ้นอยู่กับตลาดนั้นๆจะสามารถรับดิจิตอลได้มากน้อยแค่ไหน

ขณะที่สาขาแบบปกติ แม้จะยังอยู่ แต่บทบาทจะต้องเปลี่ยนไปเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างธนาคารและลูกค้า แต่การสร้างจะมีมากหรือน้อย จะเป็นในห้างหรือนอกห้าง หรือจะเป็นบนสถานีรถไฟฟ้า เป็นเรื่องที่ธนาคารต้องคิด โดยวิเคราะห์จากข้อมูลจากปริมาณธุรกรรมบนมือถือผ่าน Bill Payment มีสูงถึง 60% และธุรกรรมการโอนเงิน 60-70% เอทีเอ็ม 2% และสาขาธนาคารเติบโต 1%

“บริษัทที่รู้โจทย์ว่าตลาดต้องการอะไร ลูกค้าต้องการอะไร เป็นสิ่งสำคัญ เพราะวันนี้เรื่องเทคโนโลยีไม่ยากแล้ว มีทั้ง Build มีทั้ง Buy และ Collaborations เรามี KBTG เป็นคนสร้าง ส่วนซื้อเราหาได้จากทั่วโลก และร่วมกันเราจะสามารถสร้างไทยให้ดึงดูดแค่ไหน หรือจะเป็นอาลีเพย์ และวีแชท เพย์ เราก็เริ่มทำมาแล้ว 2 ปี จะเห็นว่าเรื่อง Payment ที่จีน ถูก Disruption ไปนานแล้ว เหลือในมือแบงก์แค่ 20% แต่นอกนั้น 80% อยู่กับนอนแบงก์ หรือพวกอาลีเพย์ วีแชทเพย์ ส่วนเรื่องของสินเชื่อ และ P2P ยังไม่ถูกคุกคาม แต่ในท้ายที่สุดขึ้นกับความท้าทาย การบริหารจัดการ ผู้กำกับดูแล ซึ่งแต่ละประเทศเปิดปิดไม่เท่ากัน รวมถึงสัดส่วนการใช้มากน้อยแค่ไหนก็เป็นเรื่องสำคัญ”

ฐากร ปิยะพันธ์



นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิตอลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผย“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภายใน 3-5 ปีนับจากนี้ไป จะเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน โดยเฉพาะ 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ ระบบการชำระเงิน การปล่อยสินเชื่อ ธุรกิจความมั่งคั่ง และระบบการโอนเงินข้ามประเทศ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและเห็นการ Disruption ทางธุรกิจและเศรษฐกิจ

ปัจจุบันเริ่มเห็นคลื่นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของระบบการชำระเงินก่อน แต่คนที่ได้รับคลื่นกระทบจะเป็นคนในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากมีกระแสของโมบายเข้ามา ทำให้เกิดการรวมกันระหว่างโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและระบบการชำระเงิน ที่มี QR Code และการรับโอนเงินแบบพร้อมเพย์ ทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงที่เร็วของพื้นที่ระบบการชำระเงิน อย่างไรก็ดีตามสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นในส่วนของลูกค้า แต่ในส่วนของธนาคารพาณิชย์ จะเป็นฝั่งร้านค้าที่ธนาคารจะต้องเร่งขยายการรองรับ

“ภายใน 3 ปี เราจะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น คนจะใช้เงินสดน้อยลงตามกระแสเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาท แบงก์เองมีฐานลูกค้า มีธุรกิจและโปรดักต์มาก แต่อาจจะเคลื่อนตัวช้า เราจึงหาโอกาสร่วมมือกับฟินเทคที่มีศักยภาพพัฒนาเทคโนโลยีมารองรับโจทย์ที่เปลี่ยนแปลงไปและวิ่งตามให้ทัน”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,320 วันที่ 7 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560


กสิกรไทย O2O ภัยดิจิตอล Offline Online