CEO ฮาบิแททกรุ๊ป สร้างสตอรี่...ผ่านประสบการณ์การลงทุน

9 December 2017






การสร้างความต่างที่ประสบความสำเร็จ มีปรากฎให้เห็นในผู้นำธุรกิจหลายๆ คน และสำหรับวงการนักลงทุนที่ผันตัวมาเป็นสร้างความต่าง ด้วยการนำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาต่อยอด สร้างโมเดลธุริกจแบบใหม่ ก็คงต้องยกให้ "เชน- ชนินทร์ วานิชวงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฮาบิแทท กรุ๊ป ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมเพื่อการลงทุนของไทย

ชนินทร์ วานิชวงศ์



ซีอีโอคนนี้ สร้างสตอรี่ของตัวเอง ตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว หลังจบการศึกษาด้านเอ็นจิเนียร์ และต่อโทเอ็มบีเอ ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จนมาเริ่มทำบิซิเนสด้านไอที และในปี 2546 ก็เริ่มซื้อทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ชิ้นแรก ที่สุขุมวิท 18 เป็นคอนโดมิเนียมอยู่อาศัย 2 ห้องนอน ราคากว่า 4 ล้านบาท พอซื้อแล้วก็ไปเจอโครงการใหม่ที่น่าสนใจกว่า เลยขายโครงการแรก ได้กำไรมา 3-4 ล้านบาท หลังจากนั้นก็ไปซื้อคอนโดมิเนียมใหม่แถวสาทร อยู่ได้ 7-8 เดือน ก็ขายไปได้ราคา 8 ล้านกว่าบาท จากที่ซื้อมาประมาณ 7 ล้านบาท

จากจุดเริ่มต้นของการซื้อมาขายไป ขายแล้วก็มี Capital Gain หรือ ผลกำไรส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์ จนกระทั่งปี 2553 จากพอร์ตที่ทำเป็นที่อยู่อาศัย ก็เริ่มเป็นช่องทางการลงทุน ให้เช่าได้มี Rental Yield ที่ดี อยู่ที่ประมาณ 7% ผ่านไปช่วงหนึ่ง ขายไปมี Capital Gain ก็ถือว่าทำได้ ตอนนั้นทำไป 70 กว่าโครงการ

จนปี 2553 เขาเริ่มมองว่าตลาดคอนโดมิเนียม ราคาค่อนข้างพีค ขึ้นมาตารางเมตรละ 2 แสนกว่าแล้ว ในอดีตได้ 7% พอมายุคหนึ่ง ราคาที่ดิน ราคาคอนโด มันขึ้นมา 2 เท่า แต่ค่าเช่าไม่ได้เพิ่มตาม เลยทำให้ Yield ดร๊อปลงมาเหลือ 4-5%

"ผมดูแล้วการลงทุนเพื่อให้ได้ Capital Gain ต่อเนื่องมันยาก ค่าเช่าก็ไม่ค่อยคุม เพราะกู้ธนาคารก็ 4-5% เราเลยมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ มองต่างจังหวัด ไปดู เขาใหญ่ หัวหิน ภูเก็ต ศรีราชา บางแสน พัทยา สุดท้ายก็มองที่เมืองท่องเที่ยวน่าจะดีกว่า เลยตัดช้อยส์ที่เป็นพวกนิคม ชลบุรี บางแสน ศรีราชา เพราะมีคู่แข่งเยอะ"

ชนินทร์ วานิชวงศ์



จุดที่มองและตัดสินใจ อยู่ที่รูปแบบการทำธุรกิจ ที่ต้องการความคงที่ จึงมองที่พัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เติบโตมาก มีนักท่องเที่ยวเกือบ 10 ล้านคนต่อปี การเช่า สามารถทำได้ทั้งปี ช่วงไฮท์และโลว์ต่างกันไม่เยอะ จาก 80-90% มาเหลือ 60-70% ไม่เสี่ยงมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่หนักไปที่ชาติใดชาติหนึ่ง และยังมีนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ เข้ามาเสริม ส่วนของโครงสร้างพื้นที่ฐาน ก็มีทั้งรถไฟฟ้าความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา และยงมีสาถนที่ท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติ สวนน้ำ และอื่นๆ ปัจจัยเอื้อเหล่านี้ จึงทำให้ตัดสินใจลงทุนที่พัทยาเป็นหลัก

"มุมมองของผมในการเข้ามาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่เหมือนคนอื่น ที่ต้องเป็นเจ้าของที่ดิน มีธุรกิจอื่นเป็นหลัก หรือมีเงินทุน มุมของผม ผมเป็นคนที่ซื้อมาก่อน เป็นคนที่ค่อนข้างจะวิเคราะห์ตลาด ซัพพลาย โปรดักส์ จุดขาย จุดเด่น มีจุดที่แตกต่างอย่างไร มีคีย์ซัคเซสแฟคเตอร์เป็นอย่างไร"

"คุณเชน" ใช้วิธีวิเคราะห์ความต้องการของตลาด แล้วพัฒนาและเสนอขายโปรดักส์ที่ตลาดต้องการ ในขณะที่การลงทุนก็มีความหลากหลาย อสังหาริมทรัพย์ ก็เป็นที่นิยมมาก มีตลาดค่อนข้างใหญ่ คนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ต้องการ Passive income หรือรายได้ที่เข้ามา ในขณะที่เราอยู่เฉยๆ สามารถเช่าได้ ระยะยาว มองเรื่อง Capital Gain 3-5% ในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปียังได้ค่าเช่าอีกประมาณ 5-6% คิดเป็น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการ ลงทุน (Investment Property : IP)

เมื่อคิดเรื่องที่มาของรายได้แล้ว ก็ต้องวางแผนทำให้อสังหาริมทรัพย์นั่นมีค่าและน่าสนใจสำหรับผู้เช่า โดยการจับมือกับบริษัทเชนบริษัทต่างชาติ ซึ่งมีแบรนด์เป็นที่ยอมรับ พร้อมทั้งต้องมีผู้บริหารจัดการที่ดี เพื่อสร้างให้เกิดรายได้ต่อผู้ลงทุน ดังนั้น "คุณเชน" จึงดูแลตั้งแต่การแตกแต่งห้อง ยังทำให้ทุกอย่าง โดยที่เจ้าของไม่ต้องมากังวลเรื่องการปล่อยเช่าเลย เพราะบริษัทในเครือ ฮาบิแท จะทำหน้าที่ดูแลให้ทั้งหมด

ฮาบิแทท กรุ๊ป มีโครงการที่พัทยา 5-6 โครงการ และยังมีแผนขยายงานทั้งที่พัทยาและในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ฮาบิแททกรุ๊ป เพิ่งโอนโครงการที่ 1 ปีหน้ามีอีก 2 โครงการ รับรู้รายได้ปีละ 200-300 ล้านบาท จากโครงการที่ 1 ปีหน้า จะขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาท และปี 2019-2020 ก็จะขึ้นในหลักหลายๆ พันล้าน

แนวคิดในการทำธุรกิจของซีอีโอคนนี้ คือ ความแตกต่าง... ในมุมการทำธุรกิจ ผมอยากทำอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น เราอยากหาอะไรใหม่ๆ มาในเส้นทางที่ไม่มีคู่แข่ง...การทำต้นทุนให้ต่ำผมก็ไม่ถนัด ผมเลยฉีกไปเรื่อยของดีไซน์ เรื่องของเซอร์วิส และการลงทุน ผมใช้ประสบการณ์ในเรื่องการลงทุนของตัวเอง มาสร้างเป็นสตอร์รี่ เหมือนไปหาเซ็กเม้นท์ที่ไม่มีคนทำ แล้วพยายามสร้างแบรนด์ที่เป็นไพโอเนีย เป็น ผู้นำตลาดตรงจุดนั้น

"คุณเชน" ใช้โมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วที่พัทยา มาใช้ที่กรุงเทพฯ แม้ตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่ก็ลองดู ด้วยการพยายามหาที่แปลงเล็กๆ ในสุขุมวิท โดยโมเดลธุรกิจที่ไม่มีการสต๊อกที่ดิน ไม่มีแลนด์แบงค์ เน้นการเลือกซื้อที่ดินที่เหมาะแล้วลงทุนพัฒนา รับรีเทิร์นกลับ นั่นคือ รูปแบบธุรกิจที่เขาถนัด

ซีอีโอคนนี้ มั่นใจว่า ธุรกิจของเขายังเติบโตได้เรื่อยๆ เพราะสิ่งที่เขาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจคือ Passion เน้นเรื่องของโอกาสทางธุรกิจ แล้วตัวเลขก็จะตามมา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,320 วันที่ 7 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560


อสังหาริมทรัพย์ ฮาบิแทท สตอรี่