อคส.โชว์แผนรุกปี61 เป้ารายได้2พันล้าน-พลิกกำไร

2 December 2017






หลังคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า หรือ อคส.ได้คัดเลือกและเสนอชื่อ “อินทิรา โภคปุณยารักษ์” อดีตรองกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)เป็นผู้อำนวยการ อคส.คนใหม่แทน ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ที่ลาออกด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ และได้เริ่มทำงานเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา “ฐานเศรษฐกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษผู้อำนวยการ อคส.หญิงคนแรกถึงแผนงานและทิศทางองค์กรที่จะมีการปรับใหม่เพื่อให้อยู่รอดและเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว

++โชว์แผนปั๊มรายได้
“อินทิรา” กล่าวว่า หลังมารับตำแหน่ง สิ่งแรกที่จะเร่งดำเนินการคือการหารายได้เข้าองค์กรในเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนการทำงานจากเดิมที่มีรายได้หลักจากการบริหารจัดการโครงการตามนโยบายรัฐ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าอคส.จะไม่ดำเนินงานด้านนโยบายภาครัฐแต่จะทำควบคู่กันไป โดยการหารายได้เข้าองค์กรนั้นอคส.มีทีมงานด้านการตลาดในการวิเคราะห์ตลาดเพื่อกำหนดทิศทางในการทำงานของอคส.ในอนาคต

สำหรับแผนหารายได้ของ อคส. สิ่งแรกที่มองคือ ธุรกิจทางด้านเกษตร โดยเฉพาะการจัดซื้อและจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงตรา “อคส.” ซึ่งอคส.จะใช้เป็นตัวชูโรงในการขยายตลาดเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น จากเดิมที่จะเน้นขายในร้านค้าสวัสดิการของอคส.เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีแผนปรับโฉมร้านค้าสวัสดิการอคส.ให้มีความทันสมัย ส่วนผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรต่างๆที่เกี่ยวของเช่น หอมแดง มันสำปะหลัง อาจจะนำมันมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ และจะร่วมมือกับเอสเอ็มอีในพื้นที่ต่างๆในการนำสินค้ามาวางจำหน่ายในร้านค้าสวัสดิการ

“เบื้องต้นจะเน้นตลาดภายในที่ต้องทำให้แข็งแรงก่อน แล้วค่อยขยายไปต่างประเทศในอนาคต”

อินทิรา โภคปุณยารักษ์



++รุกข้าวถุงร้านธงฟ้า
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของ อคส. คือกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ซึ่งนอกจากจะจำหน่ายข้าวถุงในร้านค้าสวัสดิการอคส.แล้ว จะนำไปวางจำหน่ายในร้านธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ด้วย ปัจจุบันมีข้าว อคส.วางจำหน่ายในร้านธงฟ้าแล้ว 40 ร้าน ในปีหน้าตั้งเป้าเพิ่มเป็น 150 ร้าน ขนาดบรรจุ 1 และ 5 กิโลกรัม ส่วนเรื่องแพ็กเกจจิ้งได้เตรียมปรับรูปแบบให้ทันสมัยขึ้น

ส่วนการวางจำหน่ายข้าวถุงอคส.ตามโมเดิร์นเทรด หรือห้างสรรพสินค้านั้น เดิมข้าวอคส.เคยมีการวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า แต่ถูกโจมตีจากเอกชนที่กล่าวหาว่าอคส.ไปทำธุรกิจข้าวแข่ง แต่หลังจากดูในข้อกฎหมายแล้ว อคส.สามารถดำเนินการได้ แต่อาจจะทำในรูปแบบเกรดพรีเมียมเน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับบน ส่วนตลาดล่าง อคส.จะดำเนินการในลักษณะการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยซึ่งเป็นคนละกลุ่มเป้าหมายกับผู้ประกอบการข้าวถุง แต่ทั้งนี้แนวคิดการนำข้าวอคส.ไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าหรือโมเดิร์นเทรดยังไม่ได้ข้อสรุป

“ปีหน้านี้จะเน้นการทำการตลาดเป็นหลัก เพราะอคส.ต้องหารายได้มาเลี้ยงองค์กร ดังนั้นเราต้องเน้นเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นอคส.จะไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้เพราะงานนโยบายรัฐที่ทำรายได้หลักอย่างรับจำนำข้าวก็ไม่มีแล้ว แต่สิ่งที่อคส.ใช้เป็นตัวชูโรงก็คือข้าว ถ้าประสบความสำเร็จก็ค่อยมาดูผลิตภัณฑ์เกษตรตัวอื่นต่อว่ามีอะไรที่สามารถทำได้บ้าง”

++จัดระเบียบองค์กรใหม่

ขณะที่การปรับโครงสร้างองค์กรเป็นอีกงานเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ เพราะขณะนี้อคส.มีผู้บริหาร และพนักงานทั้งหมดเพียง 390 คนเท่านั้นและบางตำแหน่ง เช่น รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการสำนัก ยังขาดแคลน รวมไปถึงระดับปฏิบัติการระดับกลางและระดับล่างยังมีไม่เพียงพอ ต้องเร่งสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมมาทำงานในส่วนนี้

“ส่วนปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นการทุจริต คดีความต่างๆของพนักงานจะมีการดำเนินการตามกระบวนการเคลียร์เป็นเรื่องๆไปเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน ซึ่งต้องแก้ไปเป็นจุดๆ และปิดจุดเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การปรับโครงสร้างครั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับการทำแผนธุรกิจที่อคส.จะเดินไปข้างหน้า คาดเรื่องต่างๆที่กล่าวมาจะได้ข้อสรุปภายใน3-6 เดือนนับจากนี้”

++เป้าปีหน้ารายได้2พันล.

อย่างไร ก็ตามจากแผนการหารายได้เชิงพาณิชย์ อคส.ตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2561 ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท และจะมีกำไรสุทธิไม่ตํ่ากว่า 30 ล้านบาท (จากปี 2559 อคส.มีรายได้จากการขายข้าว การขายสินค้าโภคภัณฑ์ รายได้จากให้เช่าคลังสินค้า และรายได้จากการดำเนินงานโครงการตามนโยบายรัฐบาลรวม 446.12 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 6.8 ล้านบาท) โดยรายได้ปีหน้าส่วนใหญ่ยังมาจากโครงการตามนโยบายรัฐบาลและจากรายได้อื่น ๆ เช่นการขายสินค้าโภคภัณฑ์เป้า 400 ล้านบาท จากค่าเช่าคลังสินค้า 80 ล้านบาท และจะมีรายได้จากค่ารับฝากสินค้า ให้เช่าห้องเย็น และท่าเทียบเรือ ค่าบริการขนส่ง และอื่นๆ

“ในพื้นที่คลังสินค้าของ อคส.ในต่างจังหวัด อคส.มีแผนทำเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรเพื่อจับคู่ธุรกิจระหว่างเกษตรกรกับผู้ซื้อ ขณะนี้ได้ให้ทีมที่ปรึกษาด้านการตลาดวางแผนลงพื้นที่ โดยจะใช้พื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นโครงการนำร่อง”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,318
วันที่ 30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560


เอสเอ็มอี ข้าวสาร องค์การคลังสินค้า อคส. เกษตร ร้านธงฟ้า