‘อัศวิน’แถลงผลอุโมงค์ไฟ39.5ล.ทุจริตไล่ออก4ขรก.กทม.ทั้งส่งเอกสารเอี่ยว'ชายหมู'ให้ป.ป.ช.

24 พ.ย. 2560 | 12:00 น.
24 พฤศจิกายน 2560- พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงผลการดำเนินการตามการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีข้าราชการ กทม. 4 ราย กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในโครงการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light) วงเงิน 39.5 ล้านบาท บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2558 - 30 มกราคม 2559 พร้อมโชว์หนังสือคำสั่งลงนามไล่ออกข้าราชการทั้ง 4 ราย

ภายหลัง ป.ป.ช.ได้แจ้งผลความผิดจากการสอบสวนกรณีอุโมงค์ไฟมายัง กทม. และได้ดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ (อ.ก.ก.วินัย) ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ไล่ออกข้าราชการที่เกี่ยวข้องรวม 4 ราย ได้แก่ นางสาวปราณี สัตยประกอบ อดีตรองปลัด กทม. และอดีตผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ,นายธวัชชัย จันทร์งาม รองผู้อำนวยสำนักวัฒนธรรมฯ อดีตผู้อำนวยการท่องเที่ยว , นายมรกต ภูมิพานิช และ นายสิทธิโชค อภิบาล นักพัฒนาการท่องเที่ยวปฎิบัติการ โดยลงโทษตามมาตรา 92 และ 93 รัฐธรรมนูญประกอบกับผลชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช.ได้กำหนดโทษชัดเจนเกี่ยวกับการทุจริต คือ ต้องไล่ออกสถานเดียว
asv

"เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ผมได้ลงนามคำสั่งไล่ออก นางสาวปราณี ส่วนนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัด กทม.เป็นผู้ลงนามคำสั่งไล่ออกนายธวัชชัย และนายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมฯ เป็นผู้ลงนามคำสั่งไล่ออกนายมรกตและนายสิทธิโชค ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายนเป็นต้นไป”

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ข้าราชการทั้ง 4 ราย สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการ กทม. (ก.พ.ค.) ได้ตามขั้นตอนภายใน 30 วัน และถือว่าสิ้นสุดหน้าที่การดำเนินการของ กทม. ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่า ปัจจุบันมีข้าราชการ 3 คน ยังปฎิบัติหน้าที่ราชการก็ต้องพ้นตำแหน่งทันทีตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ส่วน นางสาวปราณี ซึ่งเกษียณอายุราชการ จะต้องแจ้งคำสั่งให้ทราบ โดยต้องคืนเงินบำนาญและสวัสดิการที่ได้รับตั้งแต่วันที่เกษียณ ยกเว้นจะร้องขอต่อ ก.พ.ค.ให้เยียวยา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับแจ้งว่า ขณะนี้มีข้าราชการเตรียมขอยื่นอุทธรณ์ แต่เชื่อว่าทุกคนจะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ไปตามขั้นตอน

ส่วนในอนาคตจะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่มาดำรงตำแหน่งรองปลัด กทม. และผู้อำนวยการระดับสูงนั้น กทม.ได้ยึดถือตามกฎหมาย คือ ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินความผิด ผู้นั้นถือเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะหากเพียงแต่นำกรณีการถูกกล่าวหา หรือร้องเรียนมาเป็นเกณฑ์พิจารณาให้ไล่ออก เชื่อว่าข้าราชการไทยคงเหลือเพียงร้อยละ 10

asv3

“การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ขอให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับตามพระราชบัญญัติพัสดุ ส่วนกรณีพิเศษได้กำชับไปทุกหน่วยงานไม่ดำเนินการ ยกเว้นเรื่องเร่งด่วน และขอให้ข้าราชการยึดมั่นกับระเบียบข้อบังคับ เพราะกรณีอุโมงค์ไฟไม่ใช่เป็นครั้งแรกของการทุจริต ฝากสื่อมวลชนที่สนิทกับข้าราชการช่วยบอกว่า อย่าทำเลยเรื่องเร่งด่วน อยู่ให้ครบ 60 ปีแล้วเกษียณอยู่กับครอบครัวดีกว่า แล้วเอกสารใดที่ส่อทุจริตก็อย่าทำ” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

นอกจากนี้แล้วได้มีการสอบถามว่า กทม.มีส่วนเกี่ยวข้องในการรวบรวมเอกสารตรวจสอบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า กทม.ได้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ ป.ป.ช.แล้ว และป.ป.ช.ยังไม่ได้ขอเอกสารใดเพิ่มเติม
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีอดีตผู้ว่าฯ กทม.ใช้งบประมาณ 16.5 ล้านบาท ปรับปรุงห้องทำงาน พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นนายภัทรุตม์ได้แต่งตั้ง นพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัด กทม.เป็นประธานกรรมการสืบสวน

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว