เบนซ์สตาร์แฟลกทุ่มเต็มสูบ เตรียมผุดสาขาใหม่ปี 60

28 December 2015






เบนซ์สตาร์แฟลกชี้ตลาดรถหรูยังเติบโต เตรียมทุ่ม 600 – 700 ล้านผุดโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มอีก 1 แห่งในเขตกรุงเทพฯ คาดเริ่มดำเนินงานในปี 60 ขณะที่สาขาแรกบนถนนวิภาวดี-ดินแดงคาดแล้วเสร็จภายในต้นปีหน้า

นายวิกรานต์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งที่ 2 ของเบนซ์สตาร์แฟลกในเขตกรุงเทพฯ คาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 600 – 700 ล้านบาท โดยรูปแบบหรือขนาดของโชว์รูมจะสร้างในลักษณะเดียวกันกับโชว์รูมปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2560

"โชว์รูมแห่งแรกของเราบนถนนดินแดง –วิภาวดี มีการเปิดตัวมาเกือบปีแล้ว แต่ยังไม่มีการแกรนด์โอเพนนิ่ง เพราะยังมีบางโซนที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งโซนชั้น 3 และ 4 ด้านหน้าและโซนด้านหลังซึ่งเป็นศูนย์บริการหลังการขาย คาดว่าทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปี 2559 และหลังจากนั้นเราก็เตรียมวางแผนต่อด้วยการขยายสาขาเพิ่มอีก 1 แห่ง ซึ่งเราได้ทำเลแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และคาดว่าจะเริ่มเดินหน้าสาขาที่ 2 ในช่วงปี 2560 "

นายวิกรานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งแรกของสตาร์แฟลกในปัจจุบันจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2559 โดยโชว์รูมและศูนย์บริการตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ หรือ 1.8 หมื่นตารางเมตร เฉพาะพื้นที่ของศูนย์บริการนั้นจะตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1.2 หมื่นตารางเมตร มีจำนวนช่องซ่อม 45ช่อง รองรับรถที่เข้ามาใช้บริการได้มากกว่า 100 คันต่อวัน โดยบริการหลังการขายนั้นจะแบ่งออกเป็นช่องซ่อมบำรุง, ช่องซ่อมตัวถังและสี บอดี้แอนด์เพนต์ พร้อมบริการครบวงจรทั้งโคตติ้งเคลือบสีรถ, ซ่อมตัวถัง และช่องซ่อมพิเศษสำหรับรถไฮบริดโดยเฉพาะ ,ห้องอบสีระบบไฟฟ้าอินฟาเรด,ห้องเก็บสต๊อกอะไหล่ที่พร้อมให้บริการสำหรับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น

"เรามีความพร้อมในเรื่องบริการหลังการขาย ดังจะเห็นจากจำนวนซ่องซ่อมที่แยกกันเป็นสัดส่วน ทั้งแบบบริการฟาสต์ แทร็ก ,ช่องซ่อมสแตนดาร์ดทั่วไป ,ช่องแอกทีฟ รีเซพชัน เบย์ ที่สามารถเช็กและวิเคราะห์ได้ว่ารถที่เข้ามาใช้บริการคันนี้มีปัญหาอะไร ส่วนอะไหล่ก็เตรียมความพร้อมบนพื้นที่กว่า 2 พันตารางเมตร มีห้องสต๊อกอะไหล่ขนาดใหญ่ มีบริการให้ครบทุกรุ่น สะดวกรวดเร็ว และยังมีเครื่องมือพิเศษ และที่สำคัญคือบุคลากรที่เราได้มีการเชิญ นายแบนด์ อามานน์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการบริการหลังการขายของเบนซ์จากเยอรมนี และมีประสบการณ์ในวงการรถยนต์กว่า 20 ปีมาร่วมงานกับเรา"

สำหรับแผนงานในอนาคตอาจจะมีการเปิดให้บริการ ไนต์ ชิพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ บริการรวดเร็ว ,ซ่อมหาย และ ราคามาตรฐานเดียวกันกับศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศ นอกจากนั้นแล้วโซนต่างๆที่จะแล้วเสร็จในต้นปีหน้าและพร้อมให้บริการคือโซนรถใช้แล้ว หรือ Proven Exclusivity ที่ได้ทดลองเปิดขายแล้ว แต่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยบริษัทคาดว่าในปี 2559 เมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จและพร้อมให้บริการจะส่งผลให้ยอดขายเติบโตมากกว่า 1 พันคัน

ขณะที่แผนการตลาดในช่วงสิ้นปี 2558 ได้มีการจัดแคมเปญในรุ่น E 200 Edition E ผ่อน 0% นาน 60 เดือน หรือ ขยายเวลารับประกันรถยนต์เป็น 4 ปี พร้อมส่วนลด 1.5 แสนบาท และประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี หรือหากใช้บัตร Mercedes-Card ได้รับส่วนลดเพิ่มเติมจากแคมเปญอีก 5 หมื่นบาท นอกจากนั้นแล้วยังมีแคมเปญ "Fast Track" การันตีรับรถได้ภายใน 2 ชั่วโมง หากเกินลดราคาค่าแรง 50% โดยแคมเปญดังกล่าวรวมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรองแอร์และ ฟรี ตรวจเช็กสภาพรถ 30 รายการ และหากลูกค้าใช้จ่ายครบ 1 หมื่นบาทจะได้รับสิทธิ์จับฉลากรับของที่ระลึก และหากใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงเทพรับสิทธิ์ผ่อนชำระค่าบริการ 0% นาน 3 เดือน

นายวิกรานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดขายของเบนซ์สตาร์แฟลกตั้งแต่ไตรมาสแรกจนถึงไตรมาสที่ 3 พบว่าทำได้แล้วกว่า 700 คัน คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมียอดขาย 1 พันคัน ซึ่งถือเป็นยอดขายอันดับ 1 ของตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ในไทย ขณะที่รายได้ทั้งหมดคาดว่าจะอยู่ที่ 4 พันล้านบาท และรายได้ที่มาจากการบริการหลังการขายจะอยู่ที่ 40 ล้านบาทต่อเดือน

"เรามีความพร้อมด้านรุ่นรถที่หลากหลาย ทำให้ยอดขายเติบโต นอกจากนั้นแล้วเรายังมีกลุ่มลูกค้าฟลีต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ยอดขายโตเช่นเดียวกัน โดยสัดส่วนการขายในปัจจุบันของเราพบว่า ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ในรุ่น E-Class ,S-Class,C-Class คิดเป็น 70 % และอีก 30% คือรถในกลุ่มดรีมคาร์ และกลุ่ม เอ็นจีซีซี New Generation Compact Car "

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,117 วันที่ 27 - 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558


เบนซ์สตาร์แฟลก นาย วิกรานต์ อมาตยกุล ตลาดรถหรู บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด