ค้าปลีกชิงอัดแคมเปญ มั่นใจ‘ช็อปช่วยชาติ’ปิดยอดขายโค้งท้ายปีสวย

16 November 2017






ค้าปลีกจัดหนักแคมเปญรับมาตรการ “ช็อปช่วยชาติ” ลุ้นอานิสงส์ปลุกกำลังซื้อคึกคัก ห้าง/ศูนย์การค้า/ไฮเปอร์มาร์เก็ต/คอนวีเนียนสโตร์ ตบเท้าชิงนักช็อป กระหนํ่าลด แลก แจก แถม มั่นใจปิดฉากโค้งท้ายปี 60 สวย

หลังมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกำหนดให้มีมาตรการ “ช็อปช่วยชาติ” หรือมาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าและบริการในช่วงวันที่ 11 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2560 เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ โดยสามารถนำใบกำกับภาษีมาหักภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทนั้น ส่งผลผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกต่างเร่งอัดแคมเปญชิงแรงซื้อกลุ่มนักช็อป เพราะถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะผลักดันให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

จิรนันท์ ผู้พัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด



นางจิรนันท์  ผู้พัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แฟมิลี่ มาร์ทเตรียมพร้อมแล้วสำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติที่จะมีขึ้น โดยเตรียมจัดหาสินค้าอุปโภคและบริโภคกว่า 200 รายการ อาทิ สินค้าอาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มสุขภาพ และสินค้าใหม่อุปโภคบริโภคให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าครอบคลุมในทุกพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาล คอนโดมิเนียม สถานศึกษา ออฟฟิศสำนักงาน และปั๊ม นํ้ามัน เพื่อร่วมกิจกรรม ช็อปช่วยชาติในปีนี้ โดยลูกค้าที่มาเลือกซื้อจะได้ประโยชน์ 3 ต่อ ได้แก่ โปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 และสินค้าลดสูงสุด 50 % พร้อมทั้งสามารถสะสมแต้ม The 1 card เพื่อนำคะแนนมาแลกเป็นสินค้าหรือใช้แทนเงินสดได้สำหรับการช็อปในครั้งถัดไป และเมื่อซื้อสินค้าครบทุก 40 บาทต่อใบเสร็จ รับคูปองชิงโชค ลุ้นรับรางวัล iphone 8 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

“มาตรการช็อปช่วยชาติครั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสร้างสีสันให้บรรดานักช็อปตลอด 23 วันของแคมเปญนี้อีกด้วย โดยลูกค้าสามารถนำใบเสร็จที่ซื้อสินค้าในร้านแฟมิลี่มาร์ททุกสาขาทั่วประเทศไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ ในระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560-3 ธันวาคม 2560”

ด้านนางจิราพร ศรีสอ้าน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทจัดแคมเปญ “สยามช็อปช่วยชาติ” ขึ้นเพื่อรองรับมาตรการช็อปช่วยชาติ โดยปีนี้เพิ่มมูลค่าในการจับจ่ายมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อช็อปภายในร้านค้าแบรนด์ดังในศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟ
เวอรี่ ครบ 15,000 บาทขึ้นไป และออกใบกำกับภาษี รับทันที Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้า 1,500 คนแรก (ศูนย์ ละ 500 คน) และได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกในการออกใบกำกับภาษีให้มีความสะดวกและรวดเร็ว “คาดว่าจะมีนักช็อปเข้ามาจับจ่ายทั้งที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนเป็นจำนวนกว่า 1.8-2 แสนคนต่อวัน และที่สยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่จำนวนกว่า 1.2-1.5 แสนคนต่อวัน”

ขณะที่นางวิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ฯ ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัท บีเจซีฯ กล่าวว่า บิ๊กซีเตรียมความพร้อมในทุกสาขา สำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติ ที่คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก โดยเพิ่มเครื่องออกบิล และแยกจุดบริการเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการ เลือกซื้อสินค้าและระหว่างการออกบิล

โดยสินค้าไฮไลต์ ที่คาดว่าผู้บริโภคจะนิยมเลือกซื้อ ได้แก่ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, มือถือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ใช้ในครัวเรือน เช่น นํ้ามัน, นํ้าตาล, นํ้าดื่ม, นมยูเอชที, ขนมขบเคี้ยว, ผงซักฟอก, นํ้ายาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น

นอกจากนี้บิ๊กซียังได้จัดแคมเปญลดราคาสินค้าในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เมื่อซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บิ๊กซี 1.5 หมื่นบาทขึ้นไป รับคะแนนพิเศษ 1.5 แสนคะแนนต่อหมายเลขสมาชิกต่อใบเสร็จต่อวัน ยกเว้นการซื้อบัตรกำนัล บัตร/รหัสเติมเงินมือถือ บิลเพย์เมนต์ ค่ามัดจำร้านแว่นตา ร้านค้าในพลาซา ศูนย์อาหาร และการซื้อเหมา และเมื่อซื้อสินค้าที่บิ๊กซี ยกเว้นสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้ายกเว้น ครบ 1,500 บาทขึ้นไป รับคะแนนพิเศษ 1,500 คะแนน ยกเว้นการซื้อสินค้าในแผนกเครื่องใช้ที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลังแบบแพ็ก กาแฟกระป๋องแบบแพ็ก นม ผงดัดแปลงสำหรับทารก และนม ผงดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก บัตรกำนัล บัตร/รหัสเติมเงินมือถือ บิลเพย์เมนต์ ค่ามัดจำร้านแว่นตา ร้านค้าในพลาซ่า ศูนย์อาหาร และการซื้อเหมา

“คาดว่ากระแสตอบรับในปีนี้จะคึกคักกว่าปีก่อน โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 30% เนื่องจากรัฐบาลออกแคมเปญเร็วขึ้น เพื่อรองรับความต้องการซื้อสินค้าของลูกค้าก่อนเข้าเทศกาลปีใหม่ นอกจากนี้บิ๊กซียังตอบรับมาตร การ ช็อปช่วยชาติ อย่างรวดเร็ว โดยเลือกสรรสินค้าที่ตรงความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่”

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ ที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะส่งผลให้เกิดการซื้อขายสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และตามหัวเมืองใหญ่ เพราะเป็นพื้นที่มีกลุ่มผู้ที่เสียภาษีทำงานอยู่จำนวนมาก ซึ่งนอกจากมาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นยอดขายแล้ว ยังมีส่วนกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศที่คึกคักมากขึ้นด้วย นอกจากช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมซึ่งห้างสรรพสินค้าต่างๆ ได้เตรียมจัดโปรโมชันออกมาเป็นจำนวนมากแล้ว

สำหรับการเตรียมความพร้อมของห้างเทสโก้ โลตัส ในครั้งนี้ ได้เตรียมจัดโปรโมชันที่แรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยมีทั้งรูปแบบการลดราคา และการแจกของแถมต่างๆ โดยจัดเป็นช่วงระยะเวลา เพื่อกระตุ้นยอดขายให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้เตรียมเพิ่มพนักงาน เพื่อทำหน้าที่ออกใบกำกับภาษี และยังได้ติดตั้งเครื่องสมาร์ทการ์ดรีดเดอร์ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการออกใบกำกับภาษีด้วย

“ยอดขายช่วงปลายปีเพิ่มมากขึ้นแน่นอน เพราะเป็นช่วงพีกของการขาย ซึ่งเทสโก้ โลตัสมียอดขายเฉพาะช่วง 2 เดือนคิดเป็นประมาณ 30% ของยอดขายตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามในปีนี้ทางเทสโก้ โลตัสได้เตรียมจัดแคมเปญอย่างต่อเนื่อง และยังมีแคมเปญใหญ่ที่พิเศษออกมาทำตลาดด้วย”

นายอนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บรรยากาศการจับจ่ายสินค้าของผู้บริโภคในตลาดค้าปลีกน่าจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากเป็นช่วงปลายปีที่ใกล้เทศกาลสำคัญอย่างเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งคาดว่ากลุ่มผู้บริโภคน่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยในทุกกลุ่มประเภทสินค้าเพิ่มมากขึ้น บริษัทจึงเดินหน้ารุกตลาดเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อกลุ่มผู้บริโภค ด้วยแคมเปญที่โดนใจ พร้อมเดินหน้าขานรับมาตรการช็อปช่วยชาติด้วย

“มาตรการช็อปช่วยชาติจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่วงเวลาดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับยอดขายในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมในไตรมาส 4 ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ที่ทางบริษัทร่วมขานรับมาตรการนี้ และในปีนี้ได้เตรียมความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคในด้านเอกสารเพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษี รวมทั้งมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ที่โรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ทุกสาขา”

โดยลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าจำนวน 8,000 บาท รับบัตรโรบินสันกิฟต์การ์ด มูลค่า 150 บาท หรือ ช็อป 15,000 บาท รับกิฟต์การ์ด มูลค่า 300 บาท เฉพาะในช่วงที่จัดมาตรการช็อปช่วยชาติเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี 2 แคมเปญ ได้แก่ โรบินส์ ออน ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ ลดทุกแผนกสูงสุด 50% และโรบินส์ ออน กิ๊ฟท์ ในช่วงเดือนธันวาคมด้วย ทั้งนี้เชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นให้ภาพรวมธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศในไตรมาส 4 มีการเติบโตขึ้นในทิศทางที่ดี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,313 วันที่ 12 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 256


ลดหย่อนภาษี ค้าปลีก แคมเปญ ช็อปช่วยชาติ